คุณ ชัชกร โรจนศิริโชติ หรือ ชื่อเก่าที่พวกเรารู้ๆกันคือ คุณ ทศพล เมืองศิริ หรือเรียกกันติดปากว่า'พี่ทศ' เหตุที่เปลี่ยนชื่อใหม่คงเพื่อความเป็นศิริมงคล ทำมาค้าขึ้น แม้ พี่ทศเองจะไม่ได้ค้าขายอะไรแต่เป็นพนักงานตำแหน่ง Suppervisor
พี่ทศ โดนโอนย้ายมาจากบริษัทคู่ค้าเมื่อหลายสิบปีก่อน เพื่อนบางคนยอมรับเงินชดเชยที่ต้องให้ออกจากงาน แต่เขาเลือกที่จะทำงานต่อ แม้จะถูกให้ทำในตำแหน่งที่ไม่ถนัดและไม่มีประสบการรณ์ก็ตาม
เนื่องจากบริษัทที่โอนย้ายมามีฐานเงินเดือนที่ค่อนข้างสูง เงินเดือนของพี่ทศเมื่อมาอยู่ที่นี่จึงสูงพอๆกับระดับผู้ช่วยผู้จัดการเลยทีเดียว และนั่นคือเหตุที่ผู้จัดการใหญ๋มีความคาดหวังในเนื้องานที่มากกว่าระดับหัวหน้างาน
เพราะด้วยอายุที่ใกล้ 50 แล้วหรือเปล่า พี่ทศเหมือนจะถึงจุดอิ่มตัว การอบรมสัมนาบุคคลากรของบริษัทที่จัดบ่อยๆทั้งภายในและนอกสถานที่ พี่ทศปฏิเสธที่จะเข้าร่วม แม้จะเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เขาก็จะมีเหตุผลต่างๆนานาเช่น ไปธุระต่างจังหวัดบ้าง ไปทำบุญ ไปฝึกภาวนาสมาธิบ้าง
จะด้วยเหตุผลใดไม่ทราบได้ แต่นั่นคือพฤติกรรมที่ถูกผู้บริหารเพ่งเล็งอยู่แล้ว
ในที่สุดพี่ทศก็ถูกย้ายแผนก ไปอยู่ที่ที่ไม่มีใครอยากไป ที่ที่มีความสำคัญน้อย รับผิดชอบงานในระดับพนักงานธรรมดาๆคนหนึ่ง โดยมีจุดประสงค์ใดก็ไม่อาจจะคาดเดาได้
แต่พี่ทศ ก็ทำมาได้หลายปี ในหลายๆแผนกและหลายๆผู้จัดการ
ปีนี้เขาถูกย้ายอีกแล้ว พวกเราเพื่อนๆหัวหน้าด้วยกันก้ถือเป็นเรืองธรรมดาที่เขาจะถูกย้ายในแต่ละปีที่ผ่านไป แต่ปีนี้ค่อนข้างแรงกว่าหลายปีที่ผ่านมา
พี่ทศ ถูกย้ายให้ไปขายกล่องกระดาษ หลังโรงอาหาร...
เป็นข่าวที่หลายๆคนรับรู้แล้วคงจะเข้าใจว่า นั่นคือการบีบ ครั้งสุดท้ายของฝ่ายบริหาร ประมาณว่าอยู่ได้ก็อยู่ไม่ได้ก็ลาออกไป และพวกเราก็คาดว่าพี่เขาคงจะลาออกแน่ๆในปีนี้
................
ทุกๆวันผู้เขียนจะขับรถไปจอดด้านหลังโรงอาหารตรงข้ามที่ขายกระดาษ ขายไม้พาเลท ขายซีลพลาสติก และวัสดุอื่นๆที่ขายได้โดยมีรถบรรทุกร้านรับซื้อของเก่ามารับซื้อทุกวัน ซึ่งวันๆหนึ่งจะมีจำนวนมหาศาล
"ฝากจอดรถด้วยนะพี่" ผู้เขียนตะโกนบอกทุกตรั้งที่เห็นเขาอยู่ตรงนั้น
"ตามสบายครับ คิดค่าจอดตากแดดด้วยแล้วกัน" พี่ทศแซวด้วยความคุ้นเคย
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า สบายดีนะพี่" ผู้เขียนหัวเราะพร้อมถามสารทุกข์สุขดิบ
ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว รถรับซื้อของเก่าบรรทุกลังกระดาษสูงท่วมตัวรถสามสี่คันจอดเรียงรายอยู่ พี่ทศ จะชุลมุนวุ่นวายกับการตรวจงานการชั่งกระดาษขาย ดูคล้ายเถ้าแก่ที่เป็นเจ้าของกิจการเองอย่างนั้น
..................
วันก่อนผู้เขียนขับรถไปจอดตามเคย ห้องชั่งกระดาษเงียบว่างเปล่า มีพี่ทศนั่งอยู่เงียบๆคนเดียว
"ฝากจอดรถด้วยนะพี่" ผู้เขียนตะโกนถามตามเคย พี่ทศหันกลับมาตอบว่า
"วันนี้คิดค่าจอดตากฝนแล้วกัน ดูสิมีดครึ้มมาแล้ว "เขาชี้ไปบนฟ้า
"วันนี้ไม่เปิดกิจการเหรอพี่"ผู้เขียนถามที่เห็นรถซื้อกระดาษไม่มีสักคัน
"อ้อ วันนี้คนซื้อหยุดหนึ่งวัน เราก็พลอยได้หยุดไปด้วย ฮ่า ฮ่า"พี่ทศพูดพลางหัวเราะ
หลังกินข้าวเที่ยงเสร็จ ผู้เขียนเดินกลับมาที่รถ มองไปที่ห้องขายกระดาษเห็นพี่ทศนั่งหันหลังนิ่งๆ เข้าใจว่าพี่เขาคงนั่งทำสมาธิ ที่เขาชอบทำเป็นประจำ
ทำให้ผู้เขียนลืมไปว่า ตกลงนี่เป็นการบีบให้ออก หรือเป็นการย้ายงานที่เหมาะสมกันแน่...
เพราะพี่เขาดูทำงานด้วยความสุขและมีเวลาที่พักผ่อนอ่านหนังสือ มีเวลาทำสมาธิได้ มากกว่าพวกเราที่เอาแต่ทำงานหามรุ่งหามค่ำ วิ่งไล่ตามเจ้าตัว KPI อย่างไม่รู้จบรู้สิ้น
หรือพวกเราเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า....
.......................
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและขอให้มีความสุขสงบ
ในค่ำคืนที่หมุนเปลี่ยนเวียนว่าย
13 กันยายน 2556
พ.แจ่มจำรัส
มีขายให้พี่บ้างไหมค่ะ กล่องกระดาษ มือสอง นะคะ
กล่องใหม่ แพ๊ง แพง งานเล็กๆของพี่ จ้างทำไม่ไหว อิอิ
555 ต้องไปถามเฮียทศล่ะครับ พี่หนูรี
งานที่แผนกนี้พี่เขาอาจจะชอบก็ได้นะคะอย่างที่คุณ พ. ทิ้งท้ายไว้นั่นแหละค่ะ :)
คนที่ทำงานอย่างมีความสุข
ถูกย้ายไปไหนก็มีความสุขครับ
สบายดีไหมครับ
ขอบคุณครับอาจารย์
สบายดีครับ
"สิ่งที่ดำรงอยู่.ดำรงอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง!!!"
ขอให้พี่ทศดำรงอยู่ได้!!!