ดิฉันไปไหนกับลูกๆ (คนโต 8 ขวบ คนเล็ก 4 ขวบ) มักมีคนชมว่าเด็กๆ ของดิฉันคุยเก่งและออกคนเป็นเรื่องให้ดิฉันแอบภูมิใจเสมอว่าดิฉันเลี้ยงลูกได้แบบช่างคิดช่างคุย ไม่กลัวคนคุยได้กับทุกคน ดิฉันย้อนคิดว่าเราทำอะไรแปลกจากคนอื่นหรือเปล่า ไม่แตกต่างเลย...เอ....หรือมีอะไร.....คิดขึ้นมาได้ว่าน่าจะส่งผลมาจากวิถีชีวิตระหว่างตั้งท้อง งานของดิฉันเป็นเจ้าหน้าที่ฝึกอบรมงานหนึ่งที่ทำเป็นประจำตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนคลอดคือ"งานพิธีกร"มีงานในห้องอบรมสัมมนาตลอดปี งานพิธีกรมีจุดสำคัญอย่างหนึ่งคือต้องสรุปความจากที่วิทยากรบรรยาย ย้ำประเด็นหลักๆที่ผู้พูด พูด ต้องใช้ทักษะการฟังอย่างตั้งใจจะทำให้เราสรุปรวมความท้ายรายการได้ดี(ทุกวันนี้ก็ยังทำได้ไม่ดีนัก) ที่ ม.อ.คนท้องก็เป็นพิธีกรได้โดยใช้โฟเดี้ยมบังพุงไว้ อิ...อิ.... ที่บ้านดิฉันมีกิกรรมเล่านิทานก่อนนอนให้ฟังทุกคืนจนวันนี้ แรกๆดิฉันจะเป็นคนเล่าเอง ประมาณ 4 ปีให้หลังลูกก็จะเล่าให้เราฟัง วันนี้ลูกสองคนโตทันกัน เจ้าคนพี่จะเล่าจากการอ่านหนังสือนิทานดูเป็นเรื่องเป็นราว เจ้าคนน้องจะเล่าจากความคิดหัดเล่าประติดประต่อเนื้อหาด้วยตัวเองซึ่งทำให้เรา...มึน....จนไปถึงขำกลิ้งกันทุกที เช่น "กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีลูกช้างตัวหนึ่งมันหลงทางมันชื่อใหญ่เดินทางมาเจอหมู่บ้านแห่งหนึ่ง แล้วมันก็สบัดหาง แล้วมันก็สบัดหู แล้วมันก็หิวมันไปกินน้ำ มันคิดถึงแม่เดินไปเจอลูกกบตัวเล็กถามลูกกบว่าเห็นทางกลับบ้านฉันมั๊ย....จบ..." แล้วเราก็ได้หัวเราะกลิ้งกันก่อนหลับไป ทุกวันว่าดิฉันจะสอนให้ลูกแยกเรื่องคุยโดย "เล่าเรื่องดีๆที่โรงเรียนวันนี้ให้ฟังหน่อย"....วันนี้ขอฟังเรื่องดีเพราะวันนี้แม่มีเรื่องแย่ๆหลายเรื่องแล้ว .....วันนี้ขอฟังเรื่องไม่ดี....ดิฉันสังเกตว่าเมื่อไรก็ตามที่เป็นเรื่องไม่ดีแกจะเล่าเรื่องที่ตัวเองรู้สึกไม่ดี ไม่น่าทำ แกไม่เคยเล่าเรื่องไม่ดีของคนเพื่อนๆเลยแกจะเริ่มผูกเรื่องเชี่ยวชาญได้ตามจำนวนครั้งของการเล่า ความช่างเจรจาเกิดจากการให้เวลาในการพูดคุยเล่าเรื่องแสดงความคิดเห็นในมุมเขาโดยไม่แย้ง รับฟังเขาอย่างตั้งใจฟังแล้วแขวนไว้ให้เขาเล่าจบแล้วค่อยแสดงมุมมองของเราหรือไม่ต้องต่อเติมอะไรเลย คือ"สุนทรียสนทนา" นั่นเอง
การฝึกให้ฟัง...เป็นเหตุให้เด็กช่างเจรจา
ช่างเจรจาเกิดจาก การให้เวลาในการพูดคุยเล่าเรื่อง แสดงความคิดเห็นในมุมเขา แล้วเราก็รับฟังอย่างตั้งใจ หรือ"สุนทรียสนทนา"
สวัสดีค่ะ คุณเมตตา
ทราบหรือยังคะว่า ครูอ้อย อ.ฉ.ทำไมนะ
ครูอ้อย...มาเร็วไปเร็วอย่างเคยนะคะ ไหนบอกว่าจะเข้า gotoknow ตอนค่ำ ๆ คุณเมตตาจำได้นา…
ป้าเม่ย ...ขอบคุณค่ะ....แต่ก็มีปัญหาเหมือนกันนะคะ เจอคุณครูทีไร...คุณครูมักชวนแม่สนทนาว่า...ไม่รู้ลูกๆ คุณแม่ไปสรรหาเรื่องอะไรมาคุย...เยอะจัง...ไม่เป็นอันเรียนเลย....เป็นเด็กช่างพูดมากๆ ...คงต้องสอนกันเรื่อง จังหวะเวลาในกันพูด....ประกอบกันไป...ฮา....
ชอบวิธีการจังค่ะ วิธีนี้มีประโยชน์กับคนทุกระดับเลยนะคะ
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่า การรับฟังลูกๆเสมอโดยไม่ตัดบท ดักคอ ค้าน นั้นมีประโยชน์มาก ฟังแบบสุนทรียสนทนา คือ คิดตามเขาไป คิดในมุมมองของเขา อย่าเพิ่งเอามุมของเราไปยุ่ง ฟังให้จบ มีประโยชน์จริงๆค่ะ สงสัยต้องเอาไปเขียนอีกบันทึก เพราะเห็นประโยชน์จริงๆแล้วกับลูกวัยรุ่น ขอบคุณคุณเมตตาที่มากระตุ้นเตือนค่ะ
เปลี่ยนชื่อกันอีกแล้วนะ ขยันจริงๆ…เลยนะคุณจิ๊บ
คุณไมโต ช่างแซวเปลี่ยนชื่อ blog เนี่ยนะ ขยัน....อิ...อิ
ขอบคุณค่ะ มีคนเค้าบอกว่าจะให้ประเมินว่าน่ารักหรือเปล่า ต้องให้คนใกล้ชิดประเมิน ไม่กล้าให้เค้าประเมินเดี๋ยวติด E แต่ถ้าให้ลูก ๆ ประเมินน่าจะได้ A ค่ะ