เพราะการแบ่งปันชั้นต้น คือแบ่งปันปัจจัยสี่ ทางวัตถุ แบ่งปันขั้นที่ สองคือ ความรู้ วิทยาการ นำไปสู่การแบ่งปันขั้นที่สามนั้นคือแบ่งปัน ความสุขให้อภัย

   

สี่ทุ่มแล้วค่ายก็ยังคึกคักกับ พี่นองของน้องชาวค่าย

 

 

เว้นว่างหนึ่งสัปดาห์  สำหรับค่ายโครงการคุณธรรมจริยธรรม

เรียนรู้อยู่อย่างพอเพียงของ โรงเรียนย่านตาขาว ชนูปถัมภ์ ที่บ้านสวน

ไอดินกลิ่นป่า  

      ผู้เขียนได้มาเรียนรู้ครั้งแรก  ในวันที่ 16- 18  สิงหาคม 2556

ที่ผ่านมา  แล้วครั้งที่ 2 ในวันที่ 30 สค. ถึง 1 กย. ทางครูหยินก็ชวน

ให้ไปเรียนรู้อีกครั้ง  ก็ตัดภาระกิจงานอื่นๆ ให้ความสำคัญกับเยาวชน

คนสร้างชาติในอนาคต

      ในวันศุกร์ที่ 30 สค.เป็นวันที่มีงานเข้าที่ต้องให้ความสำคัญทุก

งานทุกกิจกรรมที่เชิญมา ช่วงเช้า งานโครงการ"รักนวล  สงวนตัว

"โรงเรียนปากพะยูนพิทยาคาร นักเรียนผู้หญิงทั้งหมด 200 กว่าคน

กลุ่มเป้าหมายเยอะเกินไปตั้งธงในการให้ทักษะชีวิตได้อยาก(อ.จำรัส เจริญเวช)   ก็ได้แต่

คุยให้ฟังแต่ขาดการแลกเปลี่ยนรับฟังความเห็นของเยาวชน ทั้งเวลาก็

ครึ่งวัน ได้ปริมาณ แต่ไม่ได้งานคุณภาพ

 

 

ครูเสริม สามีครูหยิน ผู้อยู่เบื้องหลัง   ในการจัดค่ายฯ

    

    ช่วงบ่ายสภาพัฒนาการเมืองพัทลุง เชิญประชุมภาคประชาสังคม

เพื่อขับเคลื่อนประชาธิปไตยชุมชน สร้างความเข้มแข็งชุมชน เพื่อจัด

งาน"ความมั่นควทางด้านอาหารที่บ้านตำหนาน ในวันที่12 กันยายน

2556เมื่อเข้าร่วมประชุมแล้วยังถูกแต่งตั้งให้รับผิดชอบงานด้านการ

สื่อสารประชาสัมพันธ์งานของภาคประชาสังคม เสร็จจากการประชุมมุ่ง

หน้าไปจังหวัดตรัง ฝนตกหนักตลอดทางบนเขาพับผ้า  

     ครูหยินโทรมาตามก็ตอบไปว่าถึงแน่แต่อาจค่ำหน่อย ไปถึง

บขส.ตรัง ปรากฎว่ารถโดยสารสาย ตรัง-ย่านตาขาวหมดแล้ว ค่ำแล้ว

เรียกมอเตอร์ไซค์ ต่อรองราคา 300 บาทเห็นว่าไม่น่าจะสมราคา

จึงโทรหาครูหยิน ให้มารับ.... 300 บาทไม่ต้องจ่าย ครูหยินและครู

เสริมผู้สามี มารับที่ บขส. ไปถึงค่ายกิจกรรมเยาวชน ทักทายเยาวชน

แล้วมากินข้าวเหนียวกับปลาเค็ม รองใบปง กินอยู่ง่ายแต่ได้คุณค่า

ค่ายภาคกลางคืนมีไปถึง 5 ทุ่ม เยาวชนสวดมนต์ และขอดุอา เพราะว่า

มีทั้งพุทธและมุสลิม แล้วส่งชาวค่ายเข้านอน

 

 

 

ขอบคุณข้าวทุกเม็ด

 

 

 

     ทีมพี่เลี้ยงและผู้เขียนก็มา AAR กันต่อ เพราะค่ายรอบนี้มีพี่ม.สอง

 น้องม.สองมาเรียนรู้ร่วมกัน จึงต้องกิจกรรมหลอมรวมความต่างให้เป็น

ความเหมือน ซึ่งพี่เลี้ยงก็หนักใจในความเป็น ม.สองเพราะพฤติกรรม

และการแสดงออก บ่งบอกถึงความไม่นับถือรุ่นพี่กิยาพูดจาก็ไม่น่าฟัง

 และทั้งที่ รุ่นพี่เอง ก็ขาดเมตตาต่อรุ่นน้อง จึงต้องมาร่วมวางแผนการ

เรียนรู้ในวันรุ่งขึ้นรัดกุมเกาะเกี่ยวข้องเป็นหนึ่งเดียวของชาวค่าย

แล้วให้กำลังใจพี่เลี้ยงให้เข้มแข็ง ให้มองปัญหาและอุปสรรคเป็น

โอกาสพัฒนา เพราะสามารหลอมความการแยกรุ่นให้เป็นรุ่นชาวค่าย

เดียวกันย่อมท้าทายความสามารถของพี่เลี้ยงและนักกระบวนกรกลุ่ม

ทั้งพี่นองนักกิจกรรมนันทนาการของน้องๆ และครูเสริมผู้ดูแลเฝ้าระวัง

ในความเป็นอยู่ชาวค่ายก็ได้ร่วมออกความเห็นในการจัดการค่าย

ที่เปิดใจ

ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง

และปลดปลง

 

เปิดใจให้ยอมรับ พี่ป้นน้อง น้องป้อนพี่ สามคีก่อเกิดจากกิจกรรมเปิดใจ

 

    ด้วยเรามีมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในความรักที่มีให้แก่เยาวชน

ยึดเอาการเข้าใจและแบ่งปันเป็นการพัฒนายกระดับให้เป็นคนมีทักษะ

ชีวิตในกระแสความสะดวกสบายของสังคมวัยรุ่น ซึ่งต้องมีทียืนให้กับ

เยาวชน และแบ่งปัน

    เพราะการแบ่งปันชั้นต้น คือแบ่งปันปัจจัยสี่ ทางวัตถุ แบ่งปันขั้นที่

สองคือ ความรู้ วิทยาการ นำไปสู่การแบ่งปันขั้นที่สามนั้นคือแบ่งปัน

ความสุขให้อภัย" (อาจารย์ จำรัส เจริญเวช)

     เหนื่อยมาทั้งวันแต่ก็หลับด้วยความเป็นสุขท่ามกลางเสียงฝนโปรย

ไพรในสวนป่าไอดินกลิ่นป่า

 

เทียนส่องทาง  ธรรมส่องใจ  กิจกรรมส่องการกระทำในชีวิตประจำวัน

 

"โร้แล้วก้าบอกใคร  เห็นแล้วก้าอย่าบอกใครๆ อ้าเอ้อ ฮาเหอ ก้าอย่าบอกใคร  ใต้ถุนมูสังขบไก เท่บนปลายไทรนกฮังๆ กิจกรรมเพลงชาวใต้สไตล์พี่นอง น้องๆชอบกันจ้าน

ฟืนยอมเผาไหม้ตัวเองทำให้เกิดพลัง แต่ไม้หมอนรองเฉียงฟืนก็มีความสำคัญไม่แพ้ฟืน ยังมีไม้หมอนรองเฉียงฟืนอีกมากในสังคม

 

เวร จากการจัดทำเวรในรุ่นก่อน เปลี่ยนคำพูดใหม่ในกิจกรรมเดิม มาเป็นทำบุญ ให้เพื่อนได้กิน ดูแล้วมีสุขกว่าการทำเวร