เก็บตก ถามตอบ : ความไม่ประมาท

"พี่หนาน"
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
เก็บตกจากการตอบคำถามความไม่ประมาทของน้องฟลุ๊ค ขอนำมาเป็นบันทึกไว้ ณ ที่นี้ เผื่อว่าจะเกิดประโยชน์ต่อผู้อ่านและสนใจธรรมะบ้าง

 

ฟลุ๊ค
2 เดือนที่แล้ว
 
"พี่หนาน" · 2 เดือนที่แล้ว

 

วามจริงปัญหาแบบนี้ควรจะเป็นพระสงฆ์ที่ควรจะตอบ แต่ไม่เป็นไร ขออนุญาต “นักบิณฑ์” เก่า ตอบแทนแอดมินและพระคุณท่านก็แล้วกัน ผู้ถามน่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา ผู้กำลังขนขวายวิชาหาความรู้ใส่ตน ทั้งคุณฟลุ๊คและคุณหญิง  ถือเป็นคนที่น่ายกย่องและสรรเสริญ มีน้อยคนนักที่จะรู้จักหาที่ถาม ที่(เขาจะ)ตอบได้  คำที่เกี่ยวกับความประมาทตรงตามที่ถามคือ  ปมาโท  มจฺจุโน ปทํ ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย มาจากพุทธศาสนสุภาษิตที่ใช้สอนกันในระดับนักธรรมชั้นตรีหรือธรรมศึกษาตรี อีกคำหนึ่งที่เคยอ่าน คือ อัปมาทสัมปทา ความถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท คือ ความกระตือรือร้น ไม่เฉื่อยชา มีสติ  ไม่ปล่อยปละละเลย  ไม่พลาดโอกาส ให้เห็นคุณค่าของเวลา  ฉะนั้น ความประมาทตามความหมายของคำเหล่านี้ก็ต้องตรงข้ามกัน  กล่าวเป็นประเด็นพร้อมกับยกตัวอย่างให้เห็นง่าย ๆ สั้น ๆ ดังนี้

1. ไม่กระตือรือร้น หรือ ไม่เอาใจใส่  ครูให้การบ้านมาสิบข้อ เราบอกว่าเอาไว้ก่อน พรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์เดี๋ยวค่อยทำ ทั้ง ๆ ที่วันเสาร์ก็ทำได้ แต่ไม่ทำหาเวลาไปเที่ยว พอพ่อแม่ไม่อยู่ก็พากันไปเล่นน้ำตามลำคลองพลาดพลั้งกอดคอกันจมน้ำเสียชีวิตหลายคนแล้ว บอกให้ทำอย่างนี้กลับไปทำอย่างนั้น  โดยไม่สนใจทำงานที่ครูหรือพ่อแม่มอบหมายมา อย่างนี้เรียกว่าไม่กระตือรือร้น หรือก็คือประมาท

2. ขาดความกระฉับกระเฉง หรือ เฉื่อยชา  แม่ใช้ให้ไปซื้อพริกที่ตลาดกะว่าจะเอามาตำน้ำพริกทำกับข้าวให้ลูก(ตนเอง)ไปโรงเรียน แต่ลูกทำอ้อยอิ่ง อืดอาด ขาดความกระฉับกระเฉง ไม่รีบไปซื้อพริกให้ท่าน  อิดออดอยู่เป็นนานสองนานไปก็ไปแบบขอไปที แวะนั่นหน่อยแวะนี่หน่อยกว่าจะได้พริกมาให้แม่ แม่ทำกับข้าวให้ตนเองไม่ทัน  ตนเองก็ต้องไปเรียนสาย เพราะรอห่อข้าวจากแม่ ไปโรงเรียนก็ถูกครูกล่าวตำหนิหรือทำโทษ, ถ้าเป็นผู้ใหญ่ทำงานในระดับสูงทำตัวเฉื่อยชา คล้ายคนไม่ได้กิน “กาบ้า” ไม่พัฒนาตนเองคงต้องถูกไล่ออกจากงานตกงานก็ไม่มีเงิน หาเงินไม่ได้ก็จะมีปัญหาตามมาอีกมากจนถึงขั้นฆ่าตัวตายก็ได้ อย่างนี้เรียกว่าขาดความกระฉับกระเฉง หรือก็คือประมาท

3. ขาดสติ คือ ขาดความระลึกได้ ความรอบคอบ ระมัดระวัง  สติ มักใช้คู่กับ สัมปชัญญะ คือความรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่ตลอดเวลา  การขาดสติก็คือ  การลืม   เผลอเลอ   ไม่รอบคอบ เช่น  เคยเห็นนักมวยแถวชนบทคนหนึ่งใจสู้มาก ขึ้นชกมวยงานสลากภัตแต่ก่อนขึ้นชก ได้เสพยาบ้าหรือว่ากินเหล้าเข้าไปก็ไม่ทราบได้ ขึ้นเวทีก็ออกอาการเมาให้เห็น ชกกันในยกที่สองพี่เลี้ยงต้องโยนผ้าขาวขึ้นเวที ถ้าไม่โยนผ้าโดนชกตายคาเวทีแน่(เมาแล้วสู้) อีกตัวอย่าง เวลาจะเดินทางไปเหนือลงใต้รีบเร่งจนเกินเหตุโดยลืมไปว่า เราต้องตรวจเช็คยางรถ หม้อน้ำ น้ำมัน เบรก หลักการใช้รถพื้นฐานเสียก่อน ก่อนออกเดินทาง ถ้าขาดสติอาจทำให้พลาดถึงตายจากการที่ไม่ได้ตรวจสภาพรถเสียก่อนเช่น เบรกไม่อยู่  ไฟเลี้ยวไม่กระพริบเวลาเลี้ยวก็อาจถูกชนจนถึงตายได้  ขาดสติสัมปชัญญะ ก็คือ ประมาท และข้อนี้สำคัญมากตรงกับพุทธศาสนสุภาษิต

4. ปล่อยปละละเลย  คือขาดการเอาใจใส่ต่อสิ่งที่ทำ  บางทีเรากำลังทำอะไรอยู่หรือทำค้างไว้ก็ควรจะสานต่อทำให้เสร็จเรียบร้อยไม่ปล่อยให้ค้างคา นักเรียนทำโครงงานเตรียมส่งคุณครูเป็นงานกลุ่ม ความจริงน่าจะทำกัน 3 คน กลับปล่อยให้เพื่อนทำกันเพียง 2 คน ตนเองกลับไม่สนใจปล่อยให้เพื่อนทำกันเพียง 2 คน พอครูรู้ว่าทำกันเพียง 2 คน ครูก็ตัดคะแนนคนที่ไม่ทำ,  เจ้าหน้าที่ทางหลวงที่ดูแลถนนที่กำลังก่อสร้างสายหนึ่ง ไม่นำสิ่งของที่ใช้กั้นทางหรือป้าย เตือนบอกรถที่วิ่งบนถนน ให้ใช้เส้นทางอื่น  มีรถวิ่งมาด้วยความเร็วสูงแล้วพลัดตกลงไปสู่เหล็กแบบที่กำลังทำสะพานเบื้องล่างจนเสียชีวิต  สาเหตุจากการปล่อยปละละเลยหน้าที่  นี่ก็คือประมาท

5. พลาดโอกาส  ทางโรงเรียนเปิดโอกาสให้นักเรียนเข้าร่วมโครงการยุวชนอาเซียน โดยอยากได้เด็กที่มีพื้นฐานภาษาต่างประเทศเข้าร่วม เราในฐานะผู้มีความรู้ภาษาอังกฤษในขั้นดีเยี่ยมของโรงเรียนกลับไม่สนใจ  ไม่รับโอกาส ผู้ที่เข้าโครงการรับโอกาสนั้นได้เดินทางไปต่างประเทศ เราเห็นผลดีภายหลังนึกเสียดาย  รู้สึกคาใจอยู่ว่า  “รู้งี้ไปเสียแต่แรกก็ดี”  มันก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว แบบนี้ก็เรียกว่า “ตาย” ไปกับโอกาสดี ๆ แทนที่เราจะได้ความทรงจำดี ๆ กับพลาดไปเสียนี่  อีกตัวอย่าง โอกาสในการทำบุญทำทานรักษาศีลฟังพระสวดซึ่งมีมาบ่อยครั้ง เราก็ไม่สนใจโดยเห็นว่ายังมีเวลาอีกมากที่จะทำปล่อยไปก่อน รออีกสักพักเดี๋ยวค่อยทำหรืออาจจะเห็นว่าทำบุญสูญเปล่าก็แล้วแต่  อยู่มาวันหนึ่งก็ป่วยเป็นไข้เลือดออก(กำลังฮิต)เข้าโรงพยาบาล รับการรักษาไม่หายไม่นานก็เสียชีวิต การพลาดโอกาส ก็ถือเป็นการประมาทเหมือนกัน

6. ไม่เห็นคุณค่าของเวลา  โดยคนไทยส่วนใหญ่ ไม่ค่อยเห็นคุณค่าของเวลา ปล่อยให้เวลาผ่านไปแบบไร้ค่า คนที่ทำงานก็มักจะอ้างกันไปต่าง ๆ นานา ยังเช้าอยู่เลยยย.. เพิ่งจะแปดโมงเองงง.. เพิ่งจะเที่ยงเองงง.. ยังบ่ายอยู่เลยยย..ยังไม่มืดเลยยย..จะรีบทำไปไหนกัน  รออีกเดี๋ยวน่า  ใจเย็น ๆ  พอว่างก็ไปสังสรรค์ในผับบาร์ หรือมานั่งก๊ง รวมตัวกันหรือหันหน้าเข้าหากัน เพื่อสนทนาภาษาชาวบ้าน นินทา(เล่าขวัญ)คนนั้น นินทาคนนี้ คนนี้ดี คนนี้ไม่ดี แต่ไม่ได้มองตัวเองหรอกว่าเป็นยังไง คนที่ดื่มเหล้าสูบยามากก็มักเทียวหาหมอบ่อย ๆ สุดท้ายก็ตายเพราะตับแข็ง มะเร็งปอด  บางคนเมาแล้วขับรถไปชนเสาไฟฟ้าตาย   ไม่เห็นคุณค่าของเวลา นี่ก็คือประมาท

*พระพุทธเจ้าสอนเตือนพุทธบริษัท ว่า  “...วันเวลาล่วงไป ๆ  บัดนี้(พวก)ท่านกำลังทำอะไรกันอยู่...” ให้ความสำคัญกับวันเวลาให้รีบเรียน(ปริยัติ) ให้รีบลงมือทำตาม(ปฏิบัติ) จะได้รับผลของการปฏิบัติ(ปฏิเวธ)  โดยส่วนใหญ่แล้วพระท่านจะสอนให้เราไม่ประมาท ในเวลา(ดังกล่าวมา)  ในวัย( คิดว่าคนเราปู่ย่าตาย ตายายตาย พ่อแม่ตาย เราตาย ลูกตาย หลานตาย ความจริงใช่เป็นเช่นนั้น) ในทรัพย์สิน (คิดว่าเรามีเงินทองมากมายเราไม่ตายง่าย ๆ หรอก เป็นโรคอะไรเราก็รักษาให้หายได้ด้วยเงินของเราหรือเงินซื้อได้ทุกอย่าง ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น) และในชีวิต (ลุ่มหลงมัวเมาไปกับ มีบริษัทใหญ่ของตนเอง มีรถราคาแพงขับขี่ การมีบ้านหลังโต มียศตำแหน่งใหญ่โต มีเมียหลวงเมียน้อย(กิ๊ก) มีคนใช้หลายคน ความจริงไม่จำเป็นต้องมีถึงขนาดนี้ก็ได้) สิ่งที่กล่าวมาปิดกั้นการทำความดีของคนเรา จึงเรียกว่า ความประมาท 


 

คำตอบ

"พี่หนาน"
2 เดือนที่แล้ว

ขออภัยทีมงานทุกท่านที่ผมคงตอบผิดช่องมาตลอด ถึงไม่ขึ้นตัวเลขว่ามีการตอบแล้ว

 
อรอุมา รัตนประเสริฐ · 2 เดือนที่แล้ว

ดีมากเลยคะ

 

ที่มา ... http://www.gotoknow.org/questions/16529

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน social and public



ความเห็น (4)

-สวัสดีครับปี้หนาน..

-สบายดีวันหยุดครับ...

-วันนี้เปิดร้านก่อครับ??

-วันนี้มี"บะเกลือ"มาฝากครับ..

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ คำตอบดีดี นะคะ

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีครับคุณเพชรน้ำหนึ่ง ขอบคุณที่ให้กำลังใจและเยื่ยมชมให้ความรู้ตลอดมา
  • ขอบคุณคุณหมอเปิ้ลอีกท่านมากนะครับ ที่แวะเวียนมาอ่านและแสดงความคิดเห็นร่วมตลอดมา
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมาลัยน้ำใจจากหลาย ๆ ท่านเป็นอย่างสูงด้วยครับ

 เพชรน้ำหนึ่ง
 ชยพร แอคะรัจน์
 Joy
 แสงแห่งความดี
 Dr. Ple