
๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๖
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหาร และผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน
วันจันทร์ที่ ๒๖สิงหาคม ๒๕๕๖ หลังกาแฟที่ห้องสโมสรขึ้นไปทำงานที่ห้องชั้น ๓ มีแฟ้มวินัยให้อ่านอยู่ ๒ แฟ้ม เป็นแฟ้มวินัยไม่ร้ายแรงหนึ่ง และแฟ้มวินัยร้ายแรงหนึ่ง อ่านแล้วยังไม่กระจ่างในหัวใจ ต้องนิติกร มาปรึกษาหารือกันอีกรอบ เพราะผู้ถูกกล่าวหาก็เป็นข้าราชการผู้ใหญ่ หากกรณีมีมูลเราละเว้นไม่ตั้งกรรมการสอบสวน ความผิดก็จะตกมาที่เรา แต่ตรงข้ามหากเราเหวี่ยงแหตั้งกรรมการไว้ก่อน บาปกรรมก็จะตกที่เราเหมือนกัน ผู้อำนวยการกลุ่มอำนวยการมาปรึกษาเรื่องการจัดงานถอดประสบการณ์จากครูผู้จะเกษียณอายุราชการให้ครูรุ่นหลัง จากเดิมจะหาที่พักในเมืองนครราชสีมา ปรากฎว่าโรงแรมและรีสอร์ทเต็มในวันดังกล่าว จึงยอมให้มาจัดและพักค้างที่ศุภาลัยรีสอร์ท สระบุรี แต่จะจัดโปรแกรมไหว้พระทำบุญอย่างที่ตั้งใจไว้ ผมไม่เกษียณแต่ก็เหมือนเกษียณจากปทุมธานี เพราะทำงานมาครบ ๔ ปี ตามกฎหมายจะต้องย้ายไปดำรงตำแหน่งที่อื่น เว้นแต่ผู้มีอำนาจจะต่ออายุให้ ได้อีก ครั้งละ ๑ ปี ไม่เกินสองครั้ง ซึ่งก็ไม่มีเหตุผลอะไร หากเป็นลิเกก็หมดเรื่องแสดงแล้ว เหลืออยู่งานเดียวที่ค้างคาคือการสร้างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ขณะนี้ถ้าเป็นรถไฟต้องเรียกว่าขึ้นอยู่บนรางแล้ว คงเลื่อนไหลไปตามระบบจนสำเร็จ จะอยู่จะไปก็ไม่มีผลกระทบ แม้เจ้าของงบประมาณปรารถนาให้อยู่สร้างจนเปิดทำการได้ก็เป็นกัลยาณมิตรที่มีต่อกัน ผู้บังคับบัญชาทั้งคนเก่าและที่จะมาใหม่ก็รู้จักกันมานาน จึงไม่ต้องจารไนสรรพคุณตัวเองให้ฟังอีก ท่านคงสามารถใข้ดุลพินิจได้เอง บ่ายครูมาร้องทุกข์เรื่องความคับข้องใจในการทำงานกับผู้บริหารโรงเรียน คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ รู้ทั้งรู้ว่าหลวงจ้างมาบริหารงานแก้ปัญหาเพื่อให้ครูทำงานการสอนอย่างเต็มความสามารถ แต่กลับเป็นตัวปัญหาเสียเอง ครูก็ระส่ำระสาย แตกแยก จนถึงขั้นเฉื่อยงาน ผลเสียย่อมเกิดกับนักเรียน ไม่ทราบว่าหากเป็นธุรกิจส่วนตัวจะทำอย่างนี้กันไหม เพราะคำตอบสุดท้ายบริษัทก็เช้ง หากไม่ปรับปรุงก็ต้องเชิญมาประจำเขตให้ครูเขาได้สอนหนังสือบ้าง ขืนปล่อยไว้ประชาชนจะขาดทุน
วันอังคารที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๖ เช้าทำงานที่ห้องชั้น ๓ เชิญนิติกรมาพูดคุยกันเรื่องข้อกฎหมาย เพราะเห็นว่ามุมมองของคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงกับผมยังไม่ตรงกัน หากสั่งการไปตามเสนอโดยไม่ชัดเจนในประเด็น เวลามีการโต้แย้งกลัวจะรับมือไม่ไหว สังคมมักตัดสินคนด้วยความรู้สึก แต่เราทำงานราชการต้องใช้กฎหมาย การเป็นผู้บังคับบัญชาไม่ได้หมายความว่าจะสามารถลงโทษลูกน้องได้ทุกเรื่องที่กระทำผิด จะลงโทษได้เท่าที่กฎหมายกำหนดและให้อำนาจไว้ ความผิดบางเรื่องต้องใช้กฎหมายมหาชน กฎหมายแพ่ง เข้าดำเนินการเป็นเบื้องต้น กฎหมายปกครองจึงจะสามารถลงโทษทางปกครองได้ การทำความเข้าใจกับนิยามศัพท์ทางกฎหมายก็ช่วยให้วินิจฉัยเรื่องราวได้ถูกต้องขึ้น อาทิ
คำว่า “หน้าที่ราชการ” หมายถึงหน้าที่ราชการโดยตรงเท่านั้น
การพิจารณาว่าข้าราชการผู้ใด มีหน้าที่ราชการ ในเรื่องใดหรือไม่นั้น มีแนวพิจารณาดังนี้
๑. พิจารณาจากกฎหมายหรือระเบียบ
๒. พิจารณาจากมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง
๓. พิจารณาจากคำสั่ง หรือการมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา
๔. พิจารณาจากพฤตินัย
คำว่า “ ซื่อสัตย์” หมายความว่า ปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมา ไม่คดโกง ไม่หลอกลวง
คำว่า “สุจริต” หมายความว่า ปฏิบัติด้วยความมุ่งหมายในทางที่ดีที่ชอบ ตามคลองธรรม
คำว่า “เที่ยงธรรม” หมายความว่า ปฏิบัติโดยไม่ลำเอียด
คำว่า “ประมาทเลินเล่อ” คือขาดความระมัดระวัง ไม่รอบคอบในสิ่งที่ควรกระทำ นอกจากนั้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ วรรคสี่ “ กระทำโดยประมาท ได้แก่กระทำความผิดมิใช่โดยเจตนา แต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่” ก่อนการวินิจฉัยก็ต้องนำข้อเท็จจริงมาเทียบกับนิยามและองค์ประกอบเหล่านี้ว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ นับเป็นศาสตร์ที่ต้องเรียนรู้ให้ลึกซึ้ง เพราะหากมีทักษะน้อยก็เหมือนการขับรถจะเป็นอัตรายกับคนอื่น ผู้โดยสารและตัวเอง จนยากจะเยียวยาแก้ไข ภาษิตกฎหมายที่ว่า "Better that ten guilty persons escape than that one innocent suffer" (Sir William Blaแkstone 1723-1780) แนวคิดหลักของเรื่องนี้ ไม่ใช่การคุ้มครองผู้ต้องสงสัยระหว่างการสืบสวน แต่เป็นเรื่องที่เราต้องยอมรับว่าศาลมีโอกาสตัดสินคดีผิดพลาดได้เสมอ แต่เมื่อพลาดแล้วก็ขอให้พลาดไปในทาง false negative หรือปล่อยคนผิด มากกว่า false positive หรือลงโทษคนบริสุทธ์ เช่นนี้มาตราฐานการรับฟังพยานหลักฐานจึงต้องตั้งไว้ให้สูงมากเสมอ แม้ตาม common sense แล้วจำเลยน่าจะกระทำความผิดแต่หากพยานหลักฐานไม่เพียงพอเราก็ต้องปล่อยไป การดำเนินการทางวินัยผู้มีอำนาจจะต้องใช้มโนธรรมเสมือนตัวเองเป็นศาลที่อำนวยความยุติธรรมให้สังคม เรื่องเป้าหมายของกฎหมายอาญาและทฤษฎี deterrence นี้มีเงื่ิอนไขและรายละเอียดมากเขียนกันได้เป็นเล่ม ผมเลยคงต้องขออนุญาตไม่แสดงความคิดเห็นในที่นี้เพราะคงเขียนสั้นๆ ไม่ได้ เวลาคุยกับบุคคลที่ใช้ความรู้สึกเป็นเกณฑ์ กลุ่มที่ใข้กฎหมายเป็นเกณฑ์จึงต้องเดินหนี เพราะพูดกันไม่เข้าใจ อาจนำไปสู่การวิวาทะกันได้ บ่ายเดินทางไปศาลากลางจังหวัดปทุมธานี เลขานุการรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายธีรวุฒิ ศิริวรรณ แจ้งว่าท่านรองฯ นัดหมาย เรื่องโครงการอาหารกลางวัน เมื่อไปถึงได้พบกับนายสมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ อดีตนายกเทศบาลเมืองสนั่นรักษ์ แจ้งว่าได้ประสานของบประมาณจากกองทุนอาหารกลางวัน สำหรับโรงเรียนประถมศึกษาในจังหวัดปทุมธานีทั้ง ๒ เขต โรงเรียนละ ๒ แสนบาท แต่ต้องทำโครงการเสนอขอไปให้ทันภายในสิ้นเดือนนี้ จึงกลับมามอบหมายให้เจ้าหน้าที่ในกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา คุณสุนิศา รักแผน ช่วยดำเนินการให้ทันตามกำหนด เลิกงานไปห้างเดอะมอลล์งามวงศ์วาน เพราะกางเกงตกรุ่นมานาน มาถอยใหม่สักครึ่งโหล กลางคืนเกาะสถานการณ์ข่าวการประชุม ก.ค.ศ. วันนี้เรื่องการสั่งให้ครูผู้ช่วยออกจากราชการตามมาตรา ๔๙ ตามมติ ก.ค.ศ. สมัยรัฐมนตรีว่าการท่านที่แล้ว ทราบว่าที่สั่งออกไปแล้วโดยไม่ได้ให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาได้โต้แย้ง ต้องถอยมานับหนึ่งใหม่ ของ สพป.ปทุมธานี เขต ๑ กำลังดำเนินการตามขั้นตอนก็เดินหน้าต่อไปได้เพราะสอดคล้องกับมติ ก.ค.ศ.ในวันนี้
วันพุธที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๖ เต้ย หมู มารับเวลา ๐๕.๓๐ น. ถึงดอนเมือง ๐๖.๑๐ น. เช็คอินที่เคาเตอร์นกแอร์ เข้าไปรอขึ้นเครื่องประตู ๔๒ หากรีบด่วนลำบากแน่เพราะทางเดินไกล เครื่องนกแอร์ DD8302 เที่ยวนี้ออกจากกรถงเทพฯ ๐๗.๐๐ น. ถึงเชียงใหม่ ๐๘.๐๐ น.ก่อนเวลา ๑๐ นาที ลากกระเป๋าแบบไม่รีบร้อนเพราะเป็น Samsonite ใบเล็กล้อลื่นเบาหวิว ใครคิดซื้อกระเป๋าเดินทางควรพิจารณาแบรนด์นี้ ไม่ค่อยผิดหวัง มายืนต้ดสินใจว่าจะขึ้นรถแดงหรือแท็กซี่ไปโรงแรมดี ท่าน รองฯ สาคร อัมพิน รองนายก อบจ.ปทุมธานี เข้ามาทักทายบอกว่ามาส่งนายกฯ ชาญ พวงเพ็ชร กลับกรุงเทพฯ อบจ.ปทุมธานีนำประชาชนมาศึกษาดูงานที่เชียงใหม่ประมาณหนึ่งพันคน จากนั้นกระเป๋าก็ถูกดึงไปเก็บในรถตู้ของคณะ สจ. ขับไปส่งถึงโรงแรมเชียงใหม่ออร์คิด มาตั้งไกลยังมาเจอคนบ้านเดียวกัน หลังสอบถามข้อมูลจากโรงแรมลากกระเป๋าขึ้นไปชั้นที่ ๒ ห้องประชุมคณะทำงานออนไลน์ พบท่านปราโมทย์ ขจรภัย และทีมงานจาก สพฐ.และเขตพื้นที่ทั้งประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ผมทำหน้าที่ประธานการประชุมร่วมกับคณะกรรมสอบแข่งขันคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์นานาชาติของ สพฐ. ประเด็นพิจารณามี ๒ เรื่อง คือ การแบ่งศูนย์สอบและกำหนดการสอบ และการจัดทำใบสมัครออนไลน์ พอได้กรอบแนวคิดจึงแบ่งกลุ่มกันไปคิดในรายละเอียดมานำเสนอพรุ่งนี้ เย็นชวนกันไปเดินดูสินค้าที่ห้างเซ็นทรัลปางสวนแก้ว ซึ่งรั้วติดกับโรงแรมที่พัก บรรยากาศเงียบเหงา รับปากป้าติ๋มว่าจะพาไปร้องเพลงก็ต้องเลิกโครงการเพราะมีคนมาจองห้องคาราโอเกะตัดหน้าไปแล้ว ประกอบกับมีอาการปวดหัวจึงตัดสินใจนอนพักผ่อน

วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๖ ทานอาหารเช้าที่โรงแรม เคยคิดว่ามาเที่ยวนี้จะได้ทานอาหารเหนือบ้างก็ผิดหวัง เพราะโรงแรมจัดแต่อาหารหลักแบบทั่วไป แบ่งกลุ่มประชุมที่ห้องจนเที่ยง บ่ายให้ ผอ.พรพรรณ อินทรประเสริฐ ไปจัดของขวัญ ๑ ชิ้น สำหรับป้าติ๋มที่จะเกษียณอายุราชการปีนี้ คณะทำงานนำเสนอแนวทางดำเนินการทั้งเรื่องสนามสอบ และการสมัครออนไลน์ จนเป็นที่พอใจ และจะปรับปรุงระบบกันไปจนถึงวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๖ ปาะมาณ ๑๕.๓๐ น. ผมลาคณะเพราะจะต้องกลับกรุงเทพฯวันนี้ พรุ่งนี้มีการประชุมหัวหน้าส่วนราชการของจังหวัดในภาคเช้า บ่ายประชุม อ.ก.ค.ศ. เขตมีท่านปราโมทย์ ขจรภัยและทีมงานไปส่งด้วยรถตู้ สพฐ. วนไปแวะร้านวนัสนันท์ถนนวงแหวนรอบเมืองเชียงใหม่ ซื้อน้ำพริกหนุ่ม แค็ปหมู แกงฮังเล อย่างละหน่อยไปฝากคนมารับและกินที่บ้าน ถึงสนามบินเช็คอิน DD8319 ของนกแอร์ เที่ยว ๑๘.๑๐ น. เครื่องบินมุดไปในก้อนเมฆตลอดเส้นทางถึงดอนเมืองเวลา ๑ ทุ่ม รถมารับไปส่งถึงบ้าน ๒ ทุ่มกว่า
วันศุกร์ที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๖ ภาคเช้าประชุมหัวหน้าส่วนราชการของจังหวัดปทุมธานี มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานที่ประชุม ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับงานของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และการทางพิเศษ ในเรื่องการจัดทำถนนโครงข่ายแก้ปัญหาจราจร เวลา ๑๑.๐๐ น. ประชุมคณะกรรมการความมั่นคงจังหวัดไปจน ๑๒.๓๐ น. บ่ายประชุม อ.ก.ค.ศ. เขต มีเรื่องเพื่อพิจารณาดังนี้
(๑) อนุมัติการประเมินการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม/แต่งตั้งให้เป็นครู ๑๓ ราย คือ นางสาวณัฐภรณ์ ลิ้มทอง นางสาวดุษฎี ทองชมพูนุช นางสาววิรยา เชื่อมทอง นางเบญจวรรณ วรรณสมบูรณ์ นางสาวจุฑามาศ รัตนพันธ์ นางสาวอำพร อุดมพันธ์ นายอิสระ อินทชิน นางสาวทักษอร พงษ์ศิริ นางชไมชม เพ็งธรรม นางสาวกมลวรรณ รวมทิพย์ นางสาวศิวพร จิตรหลัง นางสาวอรทัย ปะกิราเค นางสาวศิวพร แต้มคู คะแนนการพัฒนาอย่างเข้มก็เป็นประเด็นที่ต้องถกเถียงกันในที่ประชุมถึงคุณภาพครู คุณภาพเด็ก คุณภาพการประเมิน แต่ละมุมมองก็ต่างกัน เหมือนเราไปดูเขาประกวดนางสาวไทย หลายครั้งที่การตัดสินของกรรมการขัดกับสายตาคนดู แต่ก็ต้องเอาผลตัดสินของกรรมการเป็นข้อยุติ สิ่งที่จะต้องยอมรับในเบื้องต้นคือเกณฑ์และผู้ประเมิน ยิ่งเกณฑ์ที่ให้อำนาจผู้ประเมินใช้ดุลพินิจ ยากที่บุคคลภายนอกจะล้วงลูกไปท้วงติงได้ การเป็นผู้บังคับบัญชาใช่จะสั่งได้ทุกเรื่อง ในระบบกระจายอำนาจต้องเชื่อมั่นว่าเขาต้องทำได้และทำอย่างดีที่สุดแล้ว หากไม่ไว้ใจดึงมาทำแทนยิ่งสร้างปัญหามากขึ้น ก็เห็น ๆ กันอยู่ แต่ก็ไม่มีใครสำนึกว่าเป็นการกระทำที่ผิดพลาด ต้องเรียกว่าเป็นวิกฤตการณ์ขาดความรับผิดชอบของระบบข้าราชการไทย (๒) อนุมัติผลการประเมิน ด้านที่ ๓ วิทยฐานะชำนาญการพิเศษตามที่ให้ปรับปรุง ๑๙ ราย คือ นางณัฐนันท์ สุขสม นางสาวนภาวรรณ สำราญราษฎร์ นางอุไรวรรณ คณะพันธ์ นางทิพวัลย์ ราษฎร์ดุษฎี นางสาวกนกพร ศรีสวัสดิ์ นางหทัยรัตน์ วุฒิรณฤทธิ์ นางศิริพรรณ ไถ้เงิน นางสุภาวดี ทองพลอย นางอรนุช ธาระพุทธ นางสาวจงกล เพ็ชรเรือง นางรัตนา ไตรทาน นางพัชราภรณ์ เพ็งสกุล นางอรุณี ชัยวิชู นางอำภาพรรณ รักษ์ทอง นางจรรยา พุ่งจิตต์ตน นางจรัสศรี รุ่งเรือง นางฐิติพร ทิวะศิริ นางสุนันท์ ศรีพุฒ นางสาวยุพา นอกนั้นก็เป็นเรื่องให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติให้ตั้งกรรมการประเมินวิทยฐานะบ้าง การขอย้ายไปนอกสังกัดบ้าง อีกสองสามเรื่อง เย็นกลับบ้านพักเจอพายุฝนอย่างหนัก ต้นไม้หักโค่น นั่งร้านรถไฟฟ้าถล่ม ตั้งแต่ถนนด้านนอกจนไปถึงในหมู่บ้าน เคราะห์ดีที่ต้นใหญ่ข้างบ้านยังยืนต้านลมอยู่ได้ พายุกับต้นไม้คล้ายกับชีวิตคน ลู่ตามลมก็ยังอยู่ได้แม้จะไร้ศักดิ์ศรีไปสักนิด ฝืนลมได้ก็ยืนผงาดต่อไป ฝืนไม่ไหวก็ต้องโค่นต้องหักบาดเจ็บล้มตายกันไป เหลือตำนานให้ลูกหลานได้กล่าวถึง อนิจจังอนิจจา
กำจัด คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑