ธรรมะจัดสรร
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเราต้องอยู่ที่นี่
เจอคนคนนี้
ได้งานทำที่นี่
มารู้จักกับคนคนนี้
หรือว่าเป็นความบังเอิญ
คงไม่ใช่หรอก
พระพุทธเจ้าตรัสว่า ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาด้วยความบังเอิิญ
ทุกสิ่งมีที่มาที่ไปและเหตุผลเสมอ
ทุกสิ่งที่เราเจอนั้นมาจากวิบากกรรมในอดีตที่บันดาลใจให้เราต้องพบเจอ
ดังนั้น ปัจจุับันหากเราพบเจอแต่สิ่งดี ๆ
รู้สึกเหมือนทุกอย่างลงตัวไปหมด
นั่นเป็นเพราะวิบากกรรมดีในอดีตส่งผลอยู่
เรียกว่า "ธรรมจัดสรร"
ไม่มีใครได้อะไรมาด้วยความบังเอิญ
คนเรามักอยากเป็นโน่น อยากเป็นนี่
อยากได้โน่น อยากได้นี่
อยากเป็นเหมือนคนนั้น อยากเป็นเหมือนคนนี้
สงสัยไหมว่า ทำไมเราไม่ได้ ไม่เป็นอย่างเขา?
ก็เพราะเราไม่ได้สร้างกรรมดีเหมือนอย่างเขาใช่ไหม?
*********************************************************
อมก๋อยอยากถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ ๑
จึงพยายามซื้อทุกงวด แต่ไม่เคยถูกสักครั้ง
ขณะที่หอยโข่งไม่เคยซื้อลอตเตอรี่เลย แต่เพราะสงสารคนขาย
จึงซื้อมา ๑ ใบ ปรากฎว่าถูกรางวัลที่ ๑
อาจคิดว่าหอยโข่งถูกรางวัลที่ ๑ นี้เป็นเพราะฟลุกหรือความบังเอิญ
แท้จริงแล้วเพราะหอยโข่งเคยทำบุญบริจาคทานมาในอดีต
ผลบุญในอดีตจึงได้ส่งผลมาถึงปัจจุบัน
*********************************************************
เมื่อเหตุไม่มี ผลจะมีได้อย่างไร!
้้ถ้าอยากให้ผลดี ก็ต้องสร้างเหตุให้ดี
แค่นั้น
...................................................................................................................................
เน้นย้ำอีกครั้งว่า ...
พระพุทธเจ้าตรัสว่า ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาด้วยความบังเอิิญ
ทุกสิ่งมีที่มาที่ไปและเหตุผลเสมอ
ทุกสิ่งที่เราเจอนั้นมาจากวิบากกรรมในอดีตที่บันดาลใจให้เราต้องพบเจอ
ไม่มีความบังเอิญในโลกนี้
ทุกอย่างเิกิดจากเหตุที่เรากระทำไว้ทั้งสิ้น
กระทำไว้อย่างไร ผลการกระทำย่อมได้เช่นนั้น
จะโทษสิ่งใด หากไม่ใช่การกระทำของตัวเราเอง
มันเป็นชะตากรรมจากสิ่งที่เราทำเอง
บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...
.................................................................................................................................
ขอบคุณหนังสือดี ๆ ...

ปภัสสร กิมสุวรรณวงศ์. แด่ลมหายใจ...ที่ไม่เคยรู้สึก. กรุงเทพฯ : สยามปริทัศน์, ๒๕๕๖.
ความบังเอิญเป็นเพียงการประมวลผลเมื่อมีสิ่งที่เหนือตรรกะวิสัยของมนุษย์ปุถุชนที่ไม่สามารถหาคำอธิบายได้ในเรื่องวิบากกรรม...เมื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยตรรกะเกิดขึ้นคนส่วนใหญ่จึงแปลงค่าความหมายไปเป็น...ความบังเอิญ..ความน่าจะเป็น...ความซวย...
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีที่มาที่ไปจากปัจจัยเหตุทั้งนั้น...บางครั้งบางอย่างอาจจะสืบสาวราวเรื่องไปถึงปัจจัยเหตุ...แต่บางครั้งบางอย่างอาจจะสืบสาวราวเรื่องไปไม่ถึงเหตุปัจจัยเพราะเป็นเรื่องเหนือวิสัยทางตรรกะของปุถุชนโดยทั่วไป โดยเฉพาะเรื่อง “กฎแห่งกรรม” ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่าเป็น อจินไตย
ขอบคุณ “ธรรมะจัดสรร” ที่อาจารย์เลือกสรรมาฝากในเช้านี้มากครับ...:)
คำอธิบายเพิ่มเติมของคุณ จัตุเศรษฐธรรม นั้นชัดเจนและ่น่าเลื่อมใสยิ่งครับ
ขอบคุณมากครับ ;)...
ขอบคุณอ.Wasawat Deemarn
ที่นำเรื่องราวมาสร้างฝันให้ครูนก..อยากเป็นแบบนายอมก๋อย
ที่มาให้ความรู้เรื่อง กฏแห่งกรรม หรือ อจินไตย
และขอบคุณค่ะจัตุเศรษฐธรรม
ขอบคุณครับ อาจารย์
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเช่นกันที่เข้ามาได้อ่าน ธรรมจัดสรร
ในบันทึกนี้
สาธุ...
ยินดีมาก ๆ นะครับ คุณครูนก noktalay ;)...
ขอบคุณในความไม่บังเอิญของท่าน พ.แจ่มจำรัส มาก ๆ ครับ ;)...
ไม่มีใครได้อะไรมาด้วยความบังเอิญ .....
เป็นความจริงค่ะ ... ชอบจังเลยค่ะ ท่านอจ.Was
เคยอ่านเจอในหนังสือธรรมะเล่มหนึ่ง พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า ผู้ที่เกิดมาบนโลกใบนี้ ที่ไม่เคยเกี่ยวเนื่องกันเลยนั้นไม่มี
เคยคิดเหมือนกันนะคะว่า การที่ชาตินี้เราได้เจอกับคนที่ไม่รู้จักมาก่อน แต่เหมือนเคยรู้จัก หรือว่าเรากลับรู้สึกคุ้นเคย
คุยแล้วถูกคอ หรือแม้แต่คนในครอบครัวของเราเอง หรือคนที่อยู่ๆ ไม่ชอบเรา หรือเราอาจไม่ชอบเขาแบบไม่มีเหตุผล เราก็มีความเชื่อว่า ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นกรรมที่เราสร้างร่วมกันมาไม่ว่าจะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่ว กฏของกรรมเที่ยงเสมอ ขอบคุณสำหรับข้อความดีๆ ที่นำมาฝากกันนะคะ^^
ขอบคุณมากครับ พี่เปิ้น Dr. Ple ;)...
"กฎแห่งกรรม" เที่ยงธรรมเสมอ
ขอบคุณมากครับ คุณ นิรันตะรา ;)...