จากการที่ครูอ้อยได้ไปเยี่ยมนักเรียนที่บ้าน  และได้พูดคุยกับคุณแม่ของนักเรียนแล้วพบว่า

หากมีแนวดำเนินการให้ครู  นักเรียน  และผู้ปกครองได้ทำความเข้าใจร่วมกันแล้ว

เชื่อว่า  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  สังคมมิติ  และนักเรียน จะมีความสุขในการเรียนรู้มากขึ้น

ความจริงแนวดำเนินการในเรื่องนี้ ครูอ้อยได้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เมื่อครั้งที่เป็นครูผู้สอนภาษาอังกฤษใน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่เด็กนักเรียนยังเล็กมาก ครูผู้สอนจึงมีความจำเป็นที่ต้องติดต่อมีความสัมพันธ์กับผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอ  เพื่อช่วยเหลือดูแลนักเรียนได้ทันท่วงที

แต่เมื่อครูอ้อยได้รับมอบหมายจากฝ่ายบริหารให้ขึ้นมาสอนนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนที่โตขึ้นมา  ส่วนใหญ่นักเรียนในวัยนี้มีความรับผิดชอบ  และช่วยเหลือตัวเองได้ดีกว่านักเรียนขั้นประถมศึกษาปีที่ 1  การดูแลในเรื่องนี้จึงลดน้อยลงไป

แต่เมื่อผู้ปกครองเรียกร้องให้ครูอ้อยดำเนินการในเรื่องนี้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ด้วย  ครูอ้อยก็จะดำเนินการ  โดยกลับไปหาไฟล์เก่าที่ครูอ้อยเคยได้จัดการไว้แล้ว  และได้พบแล้ว  เรียนเชิญอ่านได้ที่นี่

และได้ถ่ายรูปตัวจริงของ " รายงานไปบ้านนักเรียน" 

   

 จากการที่เคยได้ใช้วิธีนี้ในการติดต่อกับผู้ปกครอง  ทำให้นักเรียนมีผลงานมาส่งครูได้ทันตามเวลา  เนื่องจากหลักสูตรพุทธศักราช 2544 ได้เน้นให้ประเมินผลตามสภาพจริง  และให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติให้มากที่สุด  ดังนั้น  แนวดำเนินการในเรื่องที่มีรายงานไปยังบ้านของนักเรียนเป็นเรื่องที่ดีและสนับสนุนแนวดำเนินการนี้ด้วย

แต่ก็ยังมีข้อจำกัด ได้แก่  ผู้ปกครองนักเรียนจำนวนหนึ่งไม่มีเวลามากพอที่จะสนใจ  และกรอกข้อมูลกลับมายังครู ผู้ปกครองบางท่านไม่สนใจที่จะอ่านด้วย

จึงต้องใช้กลวิธีในการสั่งงานนักเรียนพร้อมไปด้วย

ครูก็พยายามทุกวิถีทางที่จะดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้ล่ะค่ะ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้ปกครองก็ต้องช่วยเหลือกัน  ให้ความสนใจนักเรียนที่เป็นบุตรหลานของท่าน

โดยเฉพาะตัวนักเรียนเอง  ก็ต้องมีความพยายาม  มีวินัย  มีความรับผิดชอบ  จึงเป็นเด็กดี  เด็กเก่ง  และมีความสุขในสังคมอนาคตต่อไป