วันแรกผ่านไปด้วยความสนุกสุขสันต์ เด็กๆหรรษา ผู้มาเยือนเห็นสุข ได้สุขภาวะ สุขกาย สุขใจ สุขคิดจากการเรียนรู้ร่วมกัน

       

 

     หนึ่งเดือนกับการปฎิบัติถือศิลอด เพื่อขัดเกลาจิตใจ และทำการ

ภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้า  งดกิจกรรมประชุมนอกสถานที่โดยสิ้นเชิง

เสร็จสิ้นเทศกาลถือศิลอด เพียงวันเดียว ก็ต้องสัญจรแรมรอนเดินทาง

ไกลไปต่างถิ่น ด้วยภาระกิจแรกไปตรวจความพร้อมของเจ้าภาพเมือง

สุพรรณ เรื่องการจัดงานเกษียณอายุราชการให้กับลูกจ้างกระทรวง

สาธารณสุข ในวันที่ 7 กันยายน 2556 นี้ ซึ่งผลการตรวจเยี่ยม

เรื่องสถานที่มีความพร้อมดี  แต่เรื่องเอกสารแจกในงานประชุม

เจ้าภาพยังได้ทำอะไร  จึงต้องเข้าไปจัดการ รวมเรื่องเรียงภาพ

พิมพ์สานส์ ของผู้มาเป็นเกียรติเปิดงาน 2 วันจึงสำเร็จส่งต้นฉบับให้โรง

พิมพ์ สุพรรณการพิมพ์ เสร็จภาระกิจเตรียมงานที่สุพรรณ  

         ก็นัดประชุมกับกรรมสมาคม ลูกจ้างประจำแห่งประเทศไทย

สมาลูกจ้างกระทรวงศึกษาแห่งประเทศไทย  

และสมาคมลูกจ้างกระทรวงสาธารณสุขแห่งประเทศไทย เ

พื่อเตรียมพร้อมเข้าพบยื่นข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เรื่อง สวัสดิการ

เฉพาะตนของลูกจ้างที่เกษียณอายุราชการ ที่คุรุสภา

       แล้วโทรนัดน้องเต่า อรพรรณ จากโรงพยาบาลพิจิตร เพื่อเข้าร่วมงาน

(SHA harvesting spirituality in healthcare system ที่โรงแรมรามาการ์เด้นท์พร้อมกัน อีก 4 วัน เมื่อวันที่ 15 ตอนเช้าคุณครูหยิน

โทรมาทวงสัญญาบอกว่าต้องมาให้ได้ เมื่อวันที่16 ตอนเที่ยงจึงได้จับแทกซี่มาสายใต้ เพื่อรีบไปให้ทัน งานค่ายของครูหยิน

 

     ถึงสายใต้ ได้ตั๋วรถตรังตามคาดหมายใช้บริการของ บขส. ทุกวันนี้ บขส.ปรับปรุงใหม่น่าใช้บริการ  2ชั่วโมงครึ่งกว่ารถจะออก หยิบ"การถอดบทเรียนนอกกรอบ"ของอาจารย์ เอก จตุพร วิศิฐโชติอังกูร  มาทบทวน จนจบเล่ม  

     เวลายังเหลือเดินไปเลือกหนังสือจากร้านไพลินมาอ่านในรถอีกหนึ่งเล่ม หนังสือเป็นรอคอยที่วิเศษมากๆ รถบขส. กับรถบริษัทเอกชนความเร็วของระยะทางต่างกันเป็นชั่วโมง เพราะรถ บขส. จอดทุกสถานี เป็นการบริการผู้สารอีกทางเลือกหนึ่งน่าชื่นชม 14 ชั่วโมงที่นั่ง บขส.มาลงที่ตรัง หลับบ้างตื่นบ้าง แต่ตื่นมากกว่าหลับ

 

        จนกระทั่งมาถึง บขส.ตรัง ตอน 6 โมงครึ่ง ต่อรถไปอำเภอย่านตาขาว ตามด้วยใช้ บริการมอเตอร์ไปสู่สวนไอดิน

     ณ.บ้านสวนไอดิน คนไม่เคยเห็นหน้าค่าตากัน แต่ใจง่ายตกลงตามคำชวนง่ายๆ จึงไม่แปลกใจ ที่หลายๆคนที่ใช้ การสื่อสารทาง it ถูกหลอก ถูกทำร้าย มีปรากฎให้เห็นทางสื่ออยู่บ่อยๆ  แต่ผู้เขียนโชคดี ที่ใจง่ายในการตัดสินใจในการมาช่วยงานค่ายในครั้งนี้  เพราะยึดถือความจริงใจ ความดีเป็นที่ตั้ง หากจะเป็นการหลอกก็ถือว่าเขาหลอกมาให้ทำความดี หลอกมาเอาบุญ โดยคุณครูนิรา และคุณครูเสริม มาศวิวัฒน์ สองสามีภรรยาที่สร้างสวนป่า อุทิศให้กับการทำค่ายเยาวชน ....สองสามีภรรยาครูดีใจจนออกนอกหน้าที่เห็นผู้เขียนลงรถมาถึงค่าย ครูหยินต่อว่าที่ไม่โทรมาบอก จะได้ออกไปรับ แต่ผู้เขียนศึกษาเส้นทางแล้วเห็นว่าสะดวกในการเดินทางมาเอง เกรงใจไม่อยากให้เป็นภาระ

เปิบข้าวจากใบตอง 

 

     แล้วครูหยินก็แนะนำให้รู้จักกับลูกศิษย์ ที่อุทิศตัวมาช่วยค่าย ทำความรู้จักกันแล้ว ครูก็พาไปที่พักยกห้องให้พักหนึ่งห้อง แต่ผู้เขียนขอสมัครใจนอนกับเด็กๆเยาวชนเพราะอยากศึกษากันให้ลึกซึ่ง จัดการอนามัยส่วนบุคคลเสร็จก็เข้าร่วมค่ายทันที พบและทำความเข้าใจบอกจุดมุ่งหมายว่าไม่ได้มาในนามวิทยากร แต่มาในนามผู้สังเกตุการณ์และร่วมเรียนรู้กับเยาวชน นั่งรถมา 15 ชั่วโมง อดนอนมาทั้งคืน แต่วันนี้ทั้งวันผู้เขียนไม่รู้สึกง่วง จนล่วงเวลามาเป็นวันใหม่จึงได้ไปนอนร่วมกับลูกศิษย์ครูหยิน  และครูเสริมก็มานอนที่เดียวกัน

      กิจกรรมในวันนี้ทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นการสันทนาการ ผู้เขียนก็จับประเด็นแล้วนำสรุปเป้าหมายของกิจกรรมโยงมาสู่ความพอเพียงแห่งการเรียนรู้ ปริศนาคำทาย  และนิทานเป็นการยืนยันว่าไม่ล้าหลัง เพราะเยาวชนเลิกจากค่ายแล้วยังอยากฟังลุง วอ เล่านิทาน ทายปัญหา  เรียนรู้การอยู่อย่างพอพอเพียง เยาวชนได้เรียนรู้โดยตรงจากคุณครู ที่คอยแนะคอยนำ คอยย้ำเตือนให้เยาวชนมีทักษะในการช่วยตัวเองทั้งการปรุงอาหาร การเอื้อเฟื้อแบ่งปัน อาหารที่เป็นผักทุกอย่าง ไปเด็ดไปเก็บเอามาจากสวนของครู เมนูแกงไก่กับหยวก ปลาแห้งทอด และแกงไตปลาใส่มะละกอ กับ อ้อดิบ เป็นที่ถูกรัดดวง(ถูกปาก ถูกใจลุงวอยิ่งนัก) วันแรกผ่านไปด้วยความสนุกสุขสันต์ เด็กๆหรรษา ผู้มาเยือนเห็นสุข ได้สุขภาวะ สุขกาย  สุขใจ สุขคิดจากการเรียนรู้ร่วมกัน

แกงไตปลา

ผักกรูดสดๆจากริมสวน