คนบ้านเดียวกัน


ฟังเพลงแล้วคิดถึงความรักความผูกพันของคนอีสานสมัยก่อนที่เราฮักแพงกัน ช่วยเหลือกัน แบ่งปันกัน ถ้อยที่ถ้อยอาศัยกัน ส่งกับข้าวกันบ้านนี้มีป่นปลา บ้านนี้มีผัก เราก็แบ่งกัน ได้กินทั้งป่นปลา ได้กินทั้งผัก ...เว้ามา คึดฮอดเด้น้อ...อีสานบ้านเฮา

                                            ........................................................

            เพลง คนบ้านเดียวกัน ไผ่ พงศธร

                                  โอ๊ย..น้อ..นอ...คนบ้านเฮา 

คนบ้านเดียวกัน 
แค่มองตากันก็เข้าใจอยู่ 
รู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน 
ว่าหนักแค่ไหนบนหนทางสู้ 
ยังมีคำปลอบโยน 
ยังมีคำปลอบใจ 
มีคำว่าซำบายดีบ่ให้กันเสมอ 
เด้อคนบ้านเฮา 
อ้ายทิดเคน 
เข้ามาเป็นคนขับแท็กซี่ 
จากร้อยเอ็ด 
เฮ็ดนาได้เอาไปใช้แต่หนี้ 
ตัดสินใจ หิ้วกระเป๋าเดินทาง 
มาสู้กลางเมืองใหญ่เมืองนี้ 
ได้เจอกันอยู่ร้านลาบหลายที 
เป็นจั่งใด๋พี่โชคหมานบ่น้อ 
คนบ้านเดียวกัน 
แค่มองตากันก็เข้าใจอยู่ 
รู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน 
ว่าหนักแค่ไหนบนหนทางสู้ 
ยังมีคำปลอบโยน 
ยังมีคำปลอบใจ 
มีคำว่าซำบายดีบ่ให้กันเสมอ 
เด้อคนบ้านเฮา 
โอ๊ย..น้อ..นอ...คนบ้านเฮา 
ให้โชคให้หมาน ให้มั่งให้มี 
ให้อยู่ดีมีแฮง 
อยู่แดงมีฮีเด้อครับพี่น้อง 
น้องตั๊กแตน 
เข้ามาเป็นสาวโรงงานเย็บผ้า 
แรงที่ใช้กับเงินที่ได้ 
ยังบ่เคยคุ้มค่า 
นักเรียน ม.ปลายจากภาคอีสาน 
กลายเป็นแรงงานถูกกดราคา 
น้องมาซื้อลาบ เฮาได้เว้าจา 
จั่งใด๋อดสาเอาก่อนเด้อนาง 
คนบ้านเดียวกัน 
แค่มองตากันก็เข้าใจอยู่ 
รู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน 
ว่าหนักแค่ไหนบนหนทางสู้ 
ยังมีคำปลอบโยน 
ยังมีคำปลอบใจ 
มีคำว่าซำบายดีบ่ให้กันเสมอ 
เด้อคนบ้านเฮา 
โอ๊ย..น้อ..นอ...คนบ้านเฮา 
ให้โชคให้หมาน ให้มั่งให้มี 
ให้อยู่ดีมีแฮง 
อยู่แดงมีฮีเด้อครับพี่น้อง 
คนบ้านเฮา คนบ้านเดียวกัน 
คนบ้านเฮา คนบ้านเดียวกัน

 

                                                หามา บ่ได้จ้าง มาซอยกัน ผู้นี่แล้วกะไปซอยผู้นั่น                  บักหำน้อยเลี้ยงควาย

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต                  

 

 

                  

หมายเลขบันทึก: 546028เขียนเมื่อ 19 สิงหาคม 2013 21:35 น. ()แก้ไขเมื่อ 19 สิงหาคม 2013 21:56 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (5)

ดูในภาพแล้วน่ารักดีครับ 

-สวัีสดีครับครู

-โอ้ย....หนอ....คนบ้านเฮา...

-ชอบภาพข้างบนมาก ๆ ครับ

-เดี๋ยวนี้หาดูการใช้ควายไถนายากมาก ๆครับครู

-ขอบคุณครับ

 

 

ขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม  ให้กำลังใจค่ะ

จันทวรรณ   อ.นุ    ขจิต ฝอยทอง  เพชรน้ำหนึ่ง  ชยพร แอคะรัจน์ ดร. พจนา แย้มนัยนา
พระครูอุดมธรรมานุกิจ

ตอบไว้ในบันทึกที่คุณครูมุกถามแล้ว กลัวว่าจะไม่เห็น จึงยกมาวางไว้ในที่นี้อีกครั้ง ต้องขออภัยคุณครูด้วย

: กรณีที่ได้รับมาแล้ว นำไปมอบให้โรงครัว แสดงว่าท่านไม่ได้เก็บไว้เป็นการส่วนตัว เก็บไว้เป็นสาธารณโภคี หมายความว่าเอาไว้เป็นของกลางเป็นส่วนรวม ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่โรงครัว(ภันฑาคาริก) ในการเป็นผู้ดูแล และประกอบให้ฉัน ก็ไม่น่าจะผิดนะ : ส่วนของที่ท่านได้รับมานั้น ตามพระวินัย ของแต่ละอย่างมีเวลาเก็บรักษานะ ท่านเรียกว่า "กาลิก" การสะสมของที่ได้มาและของนั้นสมมุติว่าท่านกำหนดให้เก็บไว้ได้หนึ่งวัน ล่วงหนึ่งวันไป ยังเก็บสะสม และนำมาฉัน ท่านเรียกว่า "สันนิธิ" การฉันของที่เป็นสันนิธิก็เป็นอาบัติ เรื่องของกาลิก มีดังนี้

กาลิก (อ่านว่า กา-ลิก) แปลว่า ประกอบด้วยกาลเวลา, ขึ้นอยู่กับกาลเวลา เป็นภาษาพระวินัย หมายถึงอาหารหรือของที่ภิกษุรับแล้วเก็บไว้ฉันได้ตามกาลเวลาที่กำหนดเท่านั้น หากเก็บไว้เกินกว่านั้นถือเป็นความผิด ได้แก่

  1. ยาวกาลิก ของที่เก็บไว้ฉันได้ชั่วคราว คือตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงวัน ได้แก่ ข้าวสุก ขนม ปลา เนื้อ เป็นต้น
  2. ยามกาลิก ของที่เก็บไว้ฉันได้ชั่วระยะเวลาวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง ได้แก่ น้ำปานะหรือน้ำผลไม้ชนิดต่าง ๆ ที่ทรงอนุญาตไว้
  3. สัตตาหกาลิก ของที่เก็บไว้ฉันได้ภายใน 7 วัน ได้แก่ เภสัช 5 คือ เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย

ทั้งนี้ของที่นอกเหนือจากกาลิกทั้ง 3 นั้น คือ ยาวชีวิก เป็นของที่เก็บไว้ฉันได้ตลอดชีวิต คือ ยารักษาโรค 

นมัสการ พระมหาวินัย ภูริปญฺโญ .. เจ้าค่ะ

ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ ในความรู้ที่ท่านให้มาจะได้นำบอกต่อลูกศิษย์และเพื่อนฝูงต่อไปเจ้าค่ะ ...

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี