ข่มใจ

    วันก่อน ข้างบ้านทาวน์โฮมที่ติดกันคนเช่า ชวนเพื่อนมาฉลองกันเป็นสิบคน ร้องรำทำเพลงกัน ท่าจะสนุกสนาน มีกีตาร์ตัวหนึ่ง กลองทอมเล็กๆคู่หนึ่ง

   สามทุ่มกว่า เสียงกลองดังก้องกังวาลในหมู่บ้านที่เคยเงียบสงบ โดยเฉพาะในซอยเดียวกันนี้น่าจะได้ผลกระทบพอควร ผู้เขียนรอดูว่าจะมีใครมีปฏิกิริยากับเหตุการณ์นี้อย่างไร ขณะที่ผู้เขียนเองเริ่มคิด คิดว่าจะทำอย่างไรดี หากพวกเขาไม่หยุดส่งเสียงดังๆและเมามายนั้น

  สี่ทุ่มผ่านไปผู้เขียนพยายามข่มตาหลับ แม้ห้องนอนจะปิดกระจกมิดชิด แต่เสียงกลองกดังรบกวนโสตประสาทจนนอนไม่หลับสักที

  ...อีกสักหน่อยพวกเขาน่าจะยุด โตๆกันแล้วน่าจะคิดกันได้ว่าเป็นการรบกวนชาวบ้านแค่ไหน... ผู้เขียนคิด

  ...อีกอย่างคนเช่า ก็เคยโดนผู้เขียนบอกไปแล้วครั้งหนึ่งกรณีเดียวกันนี้...

     ผ่านไปห้าทุ่มกว่าแล้ว ผู้เขียนสะดุ้งตื่นจากพะวังหลังเคลิ้มคล้ายจะหลับ จากเสียงฮาเฮ พร้อมเสียงกลองที่แสบโสติประสาทนั้น คุณแม่หนุ่ยหลับปุ๋ยไม่รุ้เรื่องอยู่ข้างๆ ใจคิดต่อ...

   ...จะทำยังไงดีหนอ หลับก็ไม่หลับ เป็นเพราะเสียงนั้นรบกวน หรือเป็นเพราะใจเราไม่ปล่อยวาง ใจเรามีอคติกับพวกเขาหรือเปล่า...ใจหนึ่งคิด

   ...ไม่หรอก ก็พวกมันไม่มีความเกรงใจอย่างนั้นนะ ไม่มีสำนึกในการอยุ่ร่วมกับผู้อื่น ต้องลงไปบอกพวกมันให้หยุดสิ...อีกใจหนึ่งไม่ยอม

  ...เดี๋ยวพวกเขาก็คงหยุด ไม่เกินเที่ยงคืนน่ะ เพราะกฎหมายกำหนดไว้อย่างนั้นไม่ใช่หรือ...ใจหนึ่งให้เหตุผล

  ...ก็ลองดูต่อไป ก็แล้วกัน..ใจนั้นยอมๆไปก่อน

  เที่ยงคินผ่านไป เสียงมอเตอร์ไซค์วิ่งดังออกไป บางกลุ่มคงกลับไปแล้ว เหมือนพวกเขาจะเลิกร้องเพลงกัน แต่สักพักเริ่มดังขึ้นอีก เสียงกลองดังรัวมากกว่าเดิมอีก

   ...ยอมไม่ได้แล้ว ต้องจัดการอะไรสักอย่าง ลงไปบอกเขาดีๆ พวกเขาจะได้รู้...

   ...เดี่ยวก้มองหน้ากันไม่ติดอีก คราวที่แล้วก็ทีหนึ่งแล้ว เขวี้ยงหลังคามันเลยสิ..ใจอีกด้านคิดด้วยอารมณ์

   ...ไม่ดีมั้ง หรือจะโทร หา รปภ.หน้าหมู่บ้าน เบอร์โทรศัพท์หายอีก...

   ...หรือจะโทรแจ้งตำรวจ มันผิดกฎหมายไม่ใช่หรือ...

   ...หรือ...หรือ...หรือ... ใจคิดไปต่างๆนา ทั้งด้วยอารมณ์โกรธ อารมณ์แห่งเหตุผล ระคนกันไป

   โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง...เสียงเจ้าทอฟฟี่เห่าอยู่ข้างล่าง ทำให้ผูเขียนเดินลงไปดู

    เจ้าทอฟฟี่หันหน้าออกไปนอกประตู ผู้เขียนมองไปหน้าบ้าน ไม่เห้นสิ่งแปลกปลอม แต่ข้างบ้านเสียงร้องรำทำเพลงยังดังอยุ่ไม่หยุดหย่อน ปล่อยให้ทอฟฟี่ออกบ้านไปทำธุรส่วนตัว

   สักครู่ใหญ่ก็เรียกทอฟฟี่ให้เข้าบ้าน เพราะเสียงร้องเพลงเสียงกลองดัง เจ้าทอฟฟี่จึงไม่ได้ยิน จึงเรียกเสียงดังขึ้นอีก ขึ้นอีก จังหวะที่เสียงร้องเพลงเงียบไป

   "ทอฟฟี่ ทอฟฟี่เข้าบ้านเร็ว ดึกแล้ว" ยังไม่เข้าอีก ผู้เขียนจึงเดินออกไปอุ้มเจ้าทอฟฟี่ที่หน้าบ้าน มองไปข้างบาน พวกคนเมายังคงนั่งรวมกันพร้อมจะร้องรำทำเพลงกันต่อ

   มีผู้หญิคนหนึ่งหันมาสบตาพอดี ผู้เขียนส่ายหน้า ก่อนอุ้มเจ้าหมาน้อยเดินเข้าบ้าน

   สักพักได้ยินเสียงพูดคุยร่ำลากัน เสียงคนเช่าบอกขอบคุณเพื่อนๆ พวกเขากลับกันแล้ว

   ผู้เขียนรู้สึกขอบคุณเจ้าทอฟฟี่ที่ทำให้พวกเขาเห็นผู้เขียน ทำให้พวกเขารู้สึกรู้สาอะไรขึ้นมาบ้าง

   ...ขอบคุณนะทอฟฟี่ ที่ทำให้ทุกอย่างจบลง ...

   ................

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและขอให้มีใจสุขสงบ

ในวันที่ท้องฟ้าเจิดจ้าด้วยแสงแดด

16 สิงหาคม 2556

พ.แจ่มจำรัส

 

  

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ลมหายใจแห่งตัวตน



ความเห็น (13)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะที่พี่ชายคงมีท้องฟ้าเจิดจ้าด้วยแสงแดด แต่ว่าวันนี้ที่บ้านน้องท้องฟ้ามืดครึ้มเพื่อฝนกำลังจะเทลงมาห่าใหญ่ มันหนาวววววววว นะคะ อิๆ

เขียนเมื่อ 

อดทนข่มใจ

เขียนเมื่อ 

 

  .... ส่งกำลังใจมา ช่วย นะคะ .... 

 

 

  

 

                

 

 

เขียนเมื่อ 
หมูจ๋า

หนาวเพราะอากาศ คงไม่เท่าหนาวในจิต นะครับ หมูจ๋า

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับอาจารย์กะปุ๋ม

Ka-Poom

เป็นเกียรติ์และเป็นบุญที่อาจารย์ให้กำลังใจครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณพี่หมอเปิ้น สำหรับกำลังใจ ให้ข่มใจ ครับ

Dr. Ple
เขียนเมื่อ 

...เป็นกำลังใจนะคะ

เขียนเมื่อ 

ขันติ และอุเบกขา จะช่วยรักษาทั้งกายและใจ คนเมาอาจจะทำร้ายร่างกายเราได้โดยขาดความยั้งคิดนะครับ นับว่าเป็นสิ่งดีที่คุร พ. ขันไม่แตก และเบก ไม่ขาดนะครับ ด้วยความห่วงใยครับ

เขียนเมื่อ 
nobita

ขอบคุณครับ

ชอบจังกับคำว่า ขันไม่แตก เบกไม่ขาด

เขียนเมื่อ 
ดร. พจนา แย้มนัยนา

ขอบคุณครับ..สำหรับกำลังใจ

เขียนเมื่อ 

พี่ทอฟฟี่ช่างเข้าใจ พ่อ ๆ อย่าง คุณ พ.แจ่มจรัส ค่ะ

นี่ถ้าหากพี่ทอฟฟี่ไม่มี พ่อ ๆ คอยเลี้ยงดู อบรม เชื่อว่า อาจจะกระโดดเตะ "มนุษย์" แทนการเห่าได้ค่ะ

 

(@^_________^@)

เขียนเมื่อ 

ในหมู่บ้านพี่ก็มีเพื่อนบ้านใจดี เปิดลำโพงเ้ผื่อแผ่อยู่บ่อยๆ ในยามเช้า่วันอาทิตย์

หลังหมู่บ้านมีวัดใหญ่ จัดงานทั้งปี เปิดลำโพงเผื่อแผ่มาถึงพวกเรา ไม่ใช่เปิดประเดี๋ยวประด๋าว แต่เปิดทั้งวันทั้งคืนค่ะ

อดทนทำให้เกิดภูมิต้านทานที่ดี

ในภาวะมลพิษทางเสียง  ผมกำลังคิดว่าจะใช้อุปกรณ์ที่ปิดรูหูสำหรับว่ายน้ำมาใช้

อย่างน้อยพวกเขายังคงมีความสุข เราก็พักผ่อนตามประสาได้

(แต่ข้อเสียจะไม่ทำให้ได้ยินเสียงอื่น ๆ หากมันจำเป็นจะต้องได้ยิน

เช่น เสียงหมาเห่าร้องออกจากกรง เสียงขโมยขึ้นบ้าน ฯ )