สวัสดีครับชาว blog ทุกท่าน
วันศุกร์ที 16 สิงหาคม 2556 ผมได้เกียรติรับเชิญจากบริษัทบ้านปู จำกัด มหาชน ให้มาบรรยายหัวข้อ How to Sustain Innovation in our Organization ให้กับระดับพนักงานและระดับผู้บริหารกว่า 60 ท่าน
ผมจึงขอแบ่งปันความรู้ให้กับทุกท่านครับ
I'd love to learn, But where is the digital version of your talk?
สรุปการบรรยายหัวข้อ How to Sustain Innovation in our Organization บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 16 สิงหาคม 2556
บ้านปูฯ เป็นบริษัทข้ามชาติ ทำธุรกิจพลังงานที่มีชื่อเสียง ดังนั้น การพัฒนานวัตกรรม หรือ Innovation จึงเป็นเรื่องที่ต้องเกิด ต้องทำให้สำเร็จและยั่งยืนบนพื้นฐานของความสุข (Happiness) เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขัน
ที่สำคัญเราต้องมีสร้างแรงบันดาลใจ และต้องเน้น learning how to learn เพื่อให้เกิด 3V เพื่อสร้างValue added มูลค่าเพิ่ม Value creationสร้างมูลค่าใหม่ และValue diversity สร้างคุณค่าจากความหลากหลาย โดยบริษัทบ้านปูต้องเน้น V 2 ตัวหลัง
สถานภาพของประเทศไทยในเรื่องทุนมนุษย์ด้านจริยธรรมมีปัญหามาก
วิธีการเรียนให้เกิด Learning how to learn มีความสำคัญมาก สร้างวัฒนธรรมในการเรียนรู้ (Learning Culture) หรือสังคมแห่งการเรียนรู้ (Learning Society) หรือองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization)
- การสร้าง KM ไม่ใช่
- LO
ผมขอเสนอแนวคิดดังต่อไปนี้
- หลักคิดและปรัชญาของพระเจ้าอยู่หัวฯ
- แนวคิดของ Peter Senge
- ทฤษฎีการเรียนรู้ของ ดร.จีระ
พระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเป็นตัวอย่างขององค์กรแห่งการเรียนรู้และเศรษฐกิจพอเพียงท่านสอนให้ประชาชนได้คิด
6 หลักในการทำงาน
1) คิด Macro ทำ Micro
2) ทำเป็นขั้นเป็นตอน
3) ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย
4) ทำอะไรให้นึกถึงภูมิสังคมของที่นั้นๆ
5) การสื่อความ การประสานงาน และการบูรณาการ (Communication, Coordination, Integration)
6) ทำอะไรต้องมีผู้เป็นเจ้าของ
การที่เราทำงานในองค์กร ต้องเน้นเรื่องความสุขในการทำงาน
ทฤษฎีการเรียนรู้ที่สำคัญ ในยุคที่โลกเปลี่ยนของ ดร.จีระ
4L’s
• Learning Methodology มีวิธีการเรียนรู้ที่ดี
• Learning Environment สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้
• Learning Opportunities สร้าง/เกิดโอกาสจากการเรียนรู้
• Learning Communities สร้าง/เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้
ปัจจุบันเราสามารถเรียนผ่าน E-learning ได้
2R’s
- Reality - มองความจริง
- Relevance - ตรงประเด็น
2i’s
Inspiration – จุดประกาย
Imagination – สร้างแรงบันดาลใจ
วัตถุประสงค์ (Objectives) ในวันนี้ คือ ค้นหา..
- ตัวเอง
- องค์กร
- ประเทศ
- โลกาภิวัตน์
- Learn – Share and Care
- 3ต. คือ ต่อเนื่อง ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง และหลังจากวันนี้ต้อวงคิดเรื่อง INNOVATION และต้อง learn, care and share
ผมได้พูดถึง Innovation ในทฤษฎีของผม เช่น
ทฤษฎี 8 K’s+5K’s: คุณภาพของทุนมนุษย์และในเรื่อง “ผู้นำ” ซึ่งจากตารางจะเห็นว่า “การคิดและทำเรื่องนวัตกรรม” ทำให้ผู้นำแตกต่างจากผู้จัดการ
ทฤษฎี 8K’s
Human Capital ทุนมนุษย์
Intellectual Capital ทุนทางปัญญา
Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม
Happiness Capital ทุนแห่งความสุข ต้องอย่าสับสนกับ Happy workplace ต้องคิดอยู่เสมอว่าต้องมีความสุขในการทำงาน ต้องมี Happy at work
Social Capital ทุนทางสังคม
Sustainability Capital ทุนแห่งความยั่งยืน
Digital Capital ทุนทาง IT
Talented Capital ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ
ทฤษฎี 5K’s
Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์
Knowledge Capital ทุนทางความรู้
Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม
Emotional Capital ทุนทางอารมณ์
Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม
ผู้นำและผู้จัดการแตกต่างกันอย่างไร?
ผู้นำ
ผู้จัดการ
• เน้นที่คน
• Trust
• ระยะยาว
• What , Why
• มองอนาคต ขอบฟ้า
ผู้นำและผู้จัดการแตกต่างกันอย่างไร?
ผู้นำ
ผู้จัดการ
• เน้นที่คน
• Trust
• ระยะยาว
• What , Why
• มองอนาคต ขอบฟ้า/ภาพลักษณ์
• เน้นนวัตกรรม
• Change
• เน้นระบบ
• ควบคุม
• ระยะสั้น
• When , How
• กำไร/ขาดทุน ทุก 3 เดือน
• จัดการให้สำเร็จ มีประสิทธิภาพ
• Static
Innovation มีหลายชนิด
1. Product ใหม่ ๆ
2. การให้บริการ (Service) ใหม่ ๆ
3. การบริหารจัดการแบบใหม่ (Branding หรือ Process Management)
4. นวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation) เช่น ชุมชน การศึกษา
Innovation.. ในความเห็นของผม มี 3 เรื่อง
1) มี Ideas ใหม่ หรือ Creativity และบวกกับความรู้ Creativity ต้องมาก่อนความคิดสร้างสรรค์ และต้องมาก่อน KM
2) Turn ideas to action แนะนำให้อ่านหนังสือ Peter Drucker : How to become effective executive เติ้ง เสี่ยว ผิง สามารถ turn country to system
3) ทำให้สำเร็จ ซึ่งต้องทำขั้นตอนท 1 และ 2 ให้สำเร็จก่อน
- ต้องมีฐานความรู้ ฐานข้อมูล ทำความเข้าใจให้ดีก่อนที่จะทำเป็น innovation
-ดังนั้น การพัฒนานวัตกรรม (Innovations) ในความเห็นของผมจึงแบ่งเป็น 3 ช่วง ประกอบด้วย
ช่วงที่ 1 ทำอะไรใหม่
- Creativity
- ความรู้
ช่วงที่ 2 Turn to action
- Project Ideas
- Project Proposal
- Project Planning
- Project Management
ช่วงที่ 3 ทำอย่างไรให้สำเร็จและยั่งยืน
-ควรมีหลักสูตรเรื่อง Project presentation เพราะไอเดียใหม่ๆมีความสำคัญมาก
- การที่ผมมาพูดที่นี่ผมเน้นเรื่องวัฒนธรรม ต้องศึกษา Cross-cultural ให้ดี
- วัฒนธรรมองค์กรเปลี่ยนตลอด ต้องรู้ให้จริง
- HR ยุคใหม่ ต้องขับเคลื่อน Innovation และ ต้องเป็น Innovator ด้วย ลองไปอ่านหนังสือของ DAVE Ulrich
แต่ต้องบอกก่อนว่า.. “วัฒนธรรมเป็นปัจจัยหนึ่งเท่านั้น”อาจจะมีปัจจัยอื่นที่จะพูดในคราวต่อไป เช่น ปัจจัยเรื่องทุนมนุษย์Dave Ulrich พูดว่า “ทุนมนุษย์ยุคต่อไปต้องให้ HR เป็น Innovator ด้วย”หรือTucker พูดถึง..
I Skill หรือ Innovation Skill เช่น Curiosity
Driving Force ที่กระทบองค์กร
- ตัวอย่างของไทย – ฟองสบู่แตก หรือในอินเดียปรับโครงสร้างธุรกิจจากเศรษฐกิจปิดมาเป็นเปิด เช่น บริษัท TATA
“เรื่องวัฒนธรรม” น่าจะดูตั้งแต่
üวัฒนธรรมของประเทศไทย
– คนไทยส่วนใหญ่คิดไม่เป็น เพราะระบบการศึกษาของเราอ่อนแอ
- คนไทยขี้แกรงใจ – ไม่กล้าพูดความจริง
üไปถึงวัฒนธรรมองค์กรของบ้านปูฯ ซึ่งผมยังไม่ได้ศึกษา (Workshop) แต่ถ้าจะแนะนำ.. ปัจจัยทางวัฒนธรรมน่าจะเน้น 3 ช่วง
ช่วงแรก ความคิดสร้างสรรค์, Ideas ใหม่ ๆ+ความรู้
- จุดอ่อน คือ คนไทยไม่อ่านหนังสือ หรือไม่สนใจความรู้ โดยเฉพาะความรู้แบบข้ามศาสตร์
- ไม่มีเวทีในการแลกเปลี่ยนมุมมองความรู้ และปะทะกันทางปัญญา
ดังนั้น จึงเป็นอุปสรรคในช่วงแรก คือ ขาดวัฒนธรรมการเรียนรู้ ในอนาคตบ้านปูฯ จะดีขึ้น ถ้าสร้างบรรยากาศให้เกิดการเรียนรู้ข้ามศาสตร์ แบ่งปัน แลกเปลี่ยนความรู้กัน
Innovation เกิดจากการสร้างบรรยากาศขึ้นมาในองค์กร เช่น บริษัทปูนซีเมนต์ไทย เป็นตัวอย่างที่ดีมาก
ช่วงที่ 2 Turn to action จุดอ่อนก็คล้าย ๆ Peter Drucker – ideas อาจจะมี แต่ไม่ Turn into actions – ต้องรอให้ม
ช่วงที่ 2 Turn to action จุดอ่อนก็คล้าย ๆ Peter Drucker – ideas อาจจะมี แต่ไม่ Turn into actions – ต้องรอให้มี Top down ดังนั้น Projects ใหม่ ๆ หรือ Innovation จึงเกิดยาก
ช่วงสุดท้าย คือ Turn actions to success- เรื่องนี้ใหญ่
üSilo Based ไม่ทำงานร่วมกัน
üBoss – Command and Control มากไปหรือไม่?
üไม่เน้น Customers มองแต่ Supply side
üRewards ไม่ชัดเจน
üขาด Diversity ในการบริหารจัดการ
üขาด Get things done
üทำเป็นช่วง ๆ – ไม่เป็น Process
üการวัดผลที่ยุติธรรม
สรุป.. ผมหวังว่าจะช่วยให้ความสว่างเล็กน้อย ถ้าช่วยกันคิด..มูลค่าของ Innovations ของบ้านปูฯ ต้องเป็นแสนล้าน... คำถาม คือ ทำอย่างไร?
คุณจ้า: ขอบอกเรื่องเคล็ดลับเรื่อง Learning how to learn เพื่อต่อไป How to sustain innovation ของบ้านปู หลอมให้คนทำงานร่วมกัน สร้างสรรค์ ต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งน่าจะเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่อยากให้เราเป็น ซึ่งขาดเรื่องวัฒนธรรมการเรียนรู้ คนทำงานร่วมกันจะต้องมีวิธีการเรียนรู้ และใช้หลัก Learn care and share
ทฤษฎี 2R’S คือ การมองความจริง และต้องตรงประเด็น สามารถหลอมหลวมกันได้ตอนทำ workshop
บ้านปูต้องสนใจ
-ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย
-ลูกค้า
-ประชาชน
-ประเทศชาติ/อาเซียน
-การมีองค์ความรู้ ไอเดียใหม่ๆ
อ.จีระ: ผมคิดว่าบ้านปูมี system thinking ที่ดี ขอให้เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ และต้องนำไปต่อยอดได้
กลุ่ม 1
1) List วัฒนธรรมเพื่อนวัตกรรมที่เหมาะสมกับบริบทของบ้านปูฯ 5 เรื่อง พร้อมอธิบายเหตุผล
- การรู้จักฟัง
- ไม่แบ่งชนชั้น
- การแสดงความคิดเห็นได้อย่างเปิดอก
2) ใน 5 เรื่องมีจุดแข็งอะไร? และมีจุดอ่อนอะไร?
จุดแข็ง
--การมีความรักองค์กร
-การแสดงความคิดเห็นได้
จุดอ่อน
-ยังมีการแบ่งชั้นวรรณะ ไม่รับฟังเหตุผล
3) เสนอโครงการ ที่จะแก้หรือลดจุดอ่อนที่เป็นรูปธรรม 1 โครงการ
-มีการนำเสนอระดับแผนก เพื่อให้พนักงานได้ฝึกฝน และมีความสามารถมากขึ้น
กลุ่ม 2
1) List วัฒนธรรมเพื่อนวัตกรรมที่เหมาะสมกับบริบทของบ้านปูฯ 5 เรื่อง พร้อมอธิบายเหตุผล
- การเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
- love to share
- knowledge management based
-มองไปถึงอนาคต
2) ใน 5 เรื่องมีจุดแข็งอะไร? และมีจุดอ่อนอะไร?
การเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
จุดแข็ง
- การยอมรับวัฒนธรรมที่แตกต่าง จึงมีการยอมรับความคิดเห็นกัน
จุดอ่อน
-การมีเวลาทำงานจำกัด
love to share
จุดแข็ง
มี Vross functional
มีการแลกเปลี่ยนความคิด
จุดอ่อน
เรื่องระยะเวลา
knowledge management based
จุดแข็ง
-เรื่องอุปกรณ์
มีประสบการณ์
จุดอ่อน
-มีความกระจัดกระจาย
การกล้าเปลี่ยนแปลงและยอมรับ
จุดแข็ง
-มีความเชื่อในผู้นำ
- ความกล้าที่จะทำสิ่งใหม่ๆ
จุดอ่อน
-gen gap
-การสื่อสาร
Look to the future
จุดแข็ง
-เชื่อมั่นในตัวผู้นำ
จุดอ่อน
-ยึดติดกับสิ่งที่ประสบความสำเร็จในอดีต
3) เสนอโครงการ ที่จะแก้หรือลดจุดอ่อนที่เป็นรูปธรรม 1 โครงการ
โครงการknowledge management based
-งานค่อนข้างกระจัดกระจาย โครงการนี้มีประโยชน์หากจัดรวมกันเป็น Knowledge tools และเอาความรู้ปัจจุบัน best practice มาเป็นหลักให้องค์กรว่าควรจะไปทางไหน
กลุ่ม 3
1) List วัฒนธรรมเพื่อนวัตกรรมที่เหมาะสมกับบริบทของบ้านปูฯ 5 เรื่อง พร้อมอธิบายเหตุผล
-KM culture
- learning organization
- Suggestion program
-ต้องมีSkill Leadership
-do by heart
2) ใน 5 เรื่องมีจุดแข็งอะไร? และมีจุดอ่อนอะไร?
จุดแข็ง
-Show and share
-Love to share
3) เสนอโครงการ ที่จะแก้หรือลดจุดอ่อนที่เป็นรูปธรรม 1 โครงการ
โครงการ Stakeholder feedback
ต้องมีความจริงใจ ให้feedback ด้านดี เพื่อให้สามารถแก้ไขปรับปรุงได้
ต้องเน้นเรื่องทักษะเรื่องการพูด และการฟัง
อ.จีระ: หลังจากนำเสนอแล้ว ต้องคิดว่าเราจะทำอะไรต่อ 2 เรื่องที่เน้น คือ เรื่อง KM กับ LO ไปดูไปที่บลอคของกฟผ.ได้
- การมองไปยังอนาคตต้องให้ความสำคัญ ต้องศึกษา เรียนรู้ ด้วยตัวเอง มีความมุ่งมั่น อ่านหนังสือ ฟังสัมมนา มีHabit การแสวงหา
- เอาข้อสรุปทั้ง 3 กลุ่ม มาต่อยอดให้ได้
-Trust เกิดขึ้นในทุกระดับ
ขอบคุณครับ สำหรับแนวคิดดีๆ ครับ
... ขอบคุณค่ะ ... ทฤษฎี ของท่าน อาจารย์ .. เป็นจริงเสมอๆ ค่ะ ....
ขอบพระคุณท่าน อาจารย์มากค่ะ