ต้นไผ่กับใบเฟิร์น


ชายคนหนึ่งรู้สึกท้อแท้และหมดหวังในชีวิต ด้วยหลากปัญหาที่รุมเร้า หลายสิ่งที่ไม่เป็นดังหวัง เขาลาออกจากงาน จบความสัมพันธ์กับคนรัก และคิดจะจบชีวิตตัวเองลงในที่สุด แต่ก่อนที่จะฆ่าตัวตาย เขาตัดสินใจเดินเข้าไปในป่าเพื่อจะสนทนากับพระเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย 

"โอ้พระเจ้า...ขอท่านได้โปรดให้เหตุผลสักหนึ่งข้อว่าทำไมผมจึงไม่ควรจบชีวิตของผมลงไปเสีย"

พระเจ้าตอบว่า "เจ้าจงมองไปรอบตัวสิ...เจ้าเห็นต้นเฟิร์นและต้นไผ่ไหม?

"เห็นครับ" เขาตอบ...

พระเจ้าจึงเล่าต่อ "เมื่อข้า ฯ ปลูกเมล็ดพันธุ์ของทั้งต้นเฟิร์นและต้นไผ่ ข้า ฯ เฝ้าดูแลมันอย่างดี เมื่อมันได้รับแสงแดด ได้รับน้ำ ต้นเฟิร์นก็เริ่มผลิใบคลุมดิน สีเขียงชอุ่มไปทั่ว แต่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสำหรับต้นไผ่ แต่ข้า ฯ ก็ยังไม่หมดหวัง เข้าปีที่สอง ใบเฟิร์นแพร่ขยายอย่างรวดเร็ว เขียวขจี แต่ก็ยังไม่เห็นต้นไผ่มีท่าทีอย่างใด ในปีที่สาม ต้นไผ่ก็ยังไม่ยอมงอกออกมา ข้า ฯ ก็ยังคงหวังต่อไปว่าสักวันมันคงโผล่ต้นออกมาให้เห็น สี่ปีผ่านไป ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งในปีที่ห้า ข้า ฯ เห็นมีหน่อเล็กๆ ของต้นไผ่โผล่ออกมาจากพื้นดิน เมื่อเทียบกับใบเฟิร์นที่ยันลำต้นขึ้นสูง หน่อไม้เล็กๆ ดูกระจิดริดนิดเดียว แต่ทว่าหกเดือนหลังจากนั้น ต้นไผ่ก็เหยียดลำต้นสูงกว่าสิบเมตร"

"ต้นไผ่ใช้เวลา 5 ปีในการแผ่รากใต้พื้นดิน แผงรากของต้นไผ่แข็งแรงสามารถจะรองรับต้นไผ่ที่สูงชะลูดได้อย่างไม่เป็นปัญหา ข้า ฯ จะไม่ให้สิ่งที่ข้า ฯ สร้างขึ้นมาเจอบททดสอบที่เขาไม่อาจรับมือได้เป็นอันขาด"

"เจ้ารู้ไหม ว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา ที่เจ้ากำลังดิ้นรนต่อสู้มาโดยตลอด เป็นช่วงเวลาที่เจ้ากำลังแผ่ขยายรากของเจ้าเอง ข้า ฯ ไม่เคยหมดหวังกับต้นไผ่ ข้าก็ไม่เคยหมดหวังกับเจ้า" 

พระเจ้าพูดก่อนจาก "อย่ามัวแต่เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ต้นไผ่มีประโยชน์แตกต่างจากต้นเฟิร์น แต่ไม้ทั้งสองก็ทำให้ป่าสวยงาม เวลาของเจ้าจะมาถึง ถึงวันที่เจ้าจะถีบตัวสูงเท่าที่เจ้าจะสูงได้"

ชายหนุ่มเดินทางกลับบ้านด้วยความหวังและความมั่นใจใหม่ในชีวิต

..



....
..

คงไม่ต้องไปเสียดายวันเวลาที่ผ่านมา วันดีดีก็ให้ความสุขกับเรา วันร้ายร้ายก็ให้ประสบการณ์ที่มีค่า ไม่ว่าวันดีหรือวันร้ายต่างก็มีความสำคัญกับชีวิต

ความราบรื่นของการเดินทางไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะวันที่ไม่มีพายุ แต่คือการค้นพบความสงบภายใต้พายุที่พัดกระหน่ำ

ต้นไผ่กับใบเฟิร์น เป็นเรื่องเล่าที่ฉันใช้ให้กำลังใจตัวเองในชีวิตมานาน ในวันที่เราคิดว่าเราทำดีที่สุดแล้ว แต่หลายๆ อย่างยังก็ไม่เป็นตามที่ใจอยากให้เป็น ในวันที่การงานยังไม่ก้าวหน้าอย่างหวัง ในวันที่ทำความดีแล้วยังไม่เห็นผล ในวันที่เรายังก่อร่างสร้างราก...

หากกัลยาณมิตรท่านใดจะนำไปใช้ก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์นะคะ 

แด่ไผ่ทุกลำที่กำลังก่อร่างสร้างราก อย่าเพิ่งท้อ...วันของเราจะมาถึงค่ะ



Love Hurts by Yiruma

http://www.youtube.com/watch?v=ycyQhiCgmGw


หมายเลขบันทึก: 544780เขียนเมื่อ 6 สิงหาคม 2013 10:28 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 สิงหาคม 2013 10:28 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (18)

ดีใจนะคะ ที่ได้อ่านสิ่งดีๆ 

รู้สึกมากำลังใจและพลังบวกเกิดขึ้นมากมายค่ะ

 

คิดถึงนะคะ

มา..เพิ่ม..พลังชีวิต..กับ..ต้นไผ่..ใบเฟริ์น..เจ้าค่ะ...บุญรักษา..เจ้าค่ะ..ยายธี

บันทึกผมเหมาะว่าเขียนถึงผมโดยเฉพาะได้ไหมเนี่ย คุณปริม..   55555

"ไผ่" คือ สรรพสิ่งที่สวยงามและน่าค้นหาหนึ่งในโลกนี้ ;)...

ขอบคุณบันทึกของคุณปริม...ที่ให้ข้อคิดและช่วยปลุกพลังและความหวัง...เพราะมีหลายครั้งที่รู้สึกว่ากำลังภายในถดถอยลงมาก...

        ขอบคุณมากครับ...:)

 

ขอบคุณเรื่องราวดีๆครับ คุณปริม

ภาพสวยมาก เห็นแล้วสงบ..
ยิ่งไปกว่านั้น..เนื้อหาและ.ถ้อยคำที่ให้กำลังใจ...มาได้เวลาและ..
เหมาะกับหลายบทเรียนในชีวิตมาก
ขอบคุณมากค่ะ

อ่านแล้วได้กำลังใจกลับไปเพียบเลยค่ะ ขอบคุณนะค่ะ

สวัสดีค่ะคุณ Bright Lily,

เป็นกำลังใจให้กันวันละเล็กละน้อยนะคะ

สุขสันต์ค่ำคืนของการพักผ่อนค่ะ ;)

ขอบคุณท่านอาจารย์ชยพรที่มาให้แรงใจเสมอๆ ค่ะ

ฝันดีค่ะท่านอาจารย์

สวัสดีค่ะ คุณปริม

ขอบคุณ กำลังใจ มากมายคุณค่า  ที่ได้รับทั้ง...ภาพ...  อักษร... และ ความรู้สึก...

ชอบข้อความ ..."วันดีดีก็ให้ความสุขกับเรา วันร้ายร้ายก็ให้ประสบการณ์ที่มีค่า ไม่ว่าวันดีหรือวันร้ายต่างก็มีความสำคัญกับชีวิต"

ขออนุญาต นำไป บอกเล่า ถ่ายทอด ให้ลูกศิษย์ ลูกหา ฟังต่อๆ ไป นะคะ

สวัสดีด้วยรอยยิ้มอิ่มอุ่นใจค่ะ..คุณปริม

ขอบคุณข้อคิดดีๆหนุนนำพลังใจให้ก้าวเดินต่อไปด้วยความหวังค่ะ..

บทสรุปของชีวิตที่ควรเป็น  คงต้องใช้คำพูดที่ว่า "ท้อได้แต่อย่าถอย"

เหนื่อยนักก็พักกันนะครับ  เพื่อสั่งสมเรี่ยวแรง กำลังใจ เพื่อทำหน้าที่ของตนเองในวันต่อไป

มาเป็นกองกำลังใจให้กันและกันค่ะ

ขอนำไปใช้เตือนตนด้วยนะคะ.....คุณปริม

(@^____________^@)

  • สวัสดีครับ พี่ปริม
  • รากไผ่คงมิต่างจากประสบการณ์ชีวิตใช่ไหมครับ
  • ขอบคุณเรื่องเล่าดีๆ ครับ

ผมกลับอ่านแล้วให้รู้สึกเหมือนกับการเรียนหนังสือของเรามาก

เพราะเราต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเรียนจบ ประถม ๖ ปี มัธยม ๖ ปี ปริญญาตรี ๕ ปี

ปริญญาโท ๓ ปี เอกอีก  ๒ ปี ว่ากันตามหลักของไทย แต่อาจจะใช้เวลายาวนานกว่านั้น

กว่าที่จะจบออกมาได้ คล้ายกับรากไผ่ที่อยู่ในดินต้องใช้เวลาเป็นฐานของลำต้น

การศึกษาก็เป็นฐานของชีวิตเราเช่นกัน 

ขอบคุณบันทึกดี ๆ ของอาจารย์..ปริม มากครับ

สวัสดีค่ะกัลยาณมิตรทุกท่าน

ขอบคุณทุกดอกไม้ ทุกความเห็นที่สร้างสรรค์ และเป็นกำลังใจให้กันและกันนะคะ 

สุขสันต์บ่ายวันหยุดค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี