เด็กชายตัวน้อยของแม่ ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่กินแต่นมแม่ น้องมาวินไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย ด้วยความที่แม่เป็นพยาบาลอยากให้ลูกได้ดื่มนมแม่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้สมกับความรู้ที่ได้ร่ำเรียนเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มา  ปี 2555 เมื่ออายุครบหนึ่งปีแม่เลยให้ดื่มนมที่มีขายตามท้องตลาด 3 เดือนแรกไม่เคยมีปัญหาใด ๆ แต่เมื่อเข้าสู่เดือนที่ 4 น้องมาวินเริ่มมีไข้เป็นๆหายๆ ต่อมาเริ่มมีไข้ + ท้องเสีย ปลายเดือนมิถุนายน 2555 อาการรุนแรงมากขึ้นมีทั้งไข้ + ท้องเสีย + ผื่นตามร่างกาย  แม่ต้องพาลูกตระเวนไปรักษาทั้งโรงพยาบลรัฐบาล รพช. รพท. รพ.ศูนย์ โรงพยาบาลเอกชน คลีนิค จังหวัดไหนที่มีคนบอกว่าหมอดี หมอเก่ง ก็พาลูกเดินทางไปรับการรักษา ไม่เว้นแม้แต่ โรงพยาบาลในกทม. หัวอกคนเป็นแม่ เมื่อเห็นลูกตัวเองไม่สบาย กี่ร้อยกี่พันคนไข้เด็กที่ผ่านการรักษาดูแลด้วยมือของเรา แต่ลูกเพียงคนเดียวทำไมเรากลับดูแลเค้าไม่ได้ 

            วันที่เขาหอบ วันที่เค้าร้องไห้เพราะคัน เพราะไข้ เพราะเจ็บท้อง แม่แทบอยากจะร้องตาม แม่อยากบอกเค้าว่า แม่อยากเจ็บแทนเขามากแค่ไหน แต่เด็กเพียง 1 ขวบ คงไม่เข้าใจในสิ่งที่แม่อยากจะบอกอยากจะพูด มีเพียงอ้อมกอดจากแขนของคนเป็นแม่  อ้อมอกจากพร้อมจะปกป้องตลอดเวลา พร้อมคำปลอบโยนที่มีให้เสมอเวลาที่เค้าร้อง จากวันนั้นถึงเดือนเมษายน 2556 คุณหมอบอกว่าน้องมาวินแพ้นมวัว นมแพะ นมแกะ และนมถั่วเหลือง. นมที่สามารถทานได้ คือ นูตรามีเยน

     นมที่แสนจะเหม็นและขม 

แต่น้องมาวินก็ยังกินมาได้ตลอดระยะเวลาที่ทำการรักษา + ยา Singulair  + หลีกเลี่ยงการทานอาหารทะเล  ต้นเดือนพฤษาคม 2556 คุณหมอให้หยุดยา หยุดทานนมตัวเดิม ที่บ้านก็คิดว่าอาการคงจะดีขึ้น หรือหายไปแล้ว จึงให้ทานนมเปรี้ยวบีทาเก้น เพียง 2 เดือนเท่านั้นที่ทานนมไปอาการทุกอย่างกลับมาเป็นใหม่อีกครั้ง ทั้งไข้ + ท้องเสีย + ผื่น กลับไปหาคุณหมออีกครั้ง คุณหมอก็บอกว่าอาการแพ้นมยังไม่ดีขึ้น จำเป็นต้องรักษาต่อ แต่ที่แย่กว่านั้นคือ น้องมาวินไม่ยอมกลับไปทานนมตัวเดิมอีกเลย แม้แม่จะพยายามเท่าไหร่เขาก็ไม่ยอมทาน เคยให้เค้างดนมทุกตัวเพื่อให้เขาหิวมากๆจะได้กลับไปกินนูตรามิวเยน แต่เขาก็ไม่กลับไปทาน เขาเลือกทานอาหารเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำไป ทุกวันนี้ก็ต้องหาอาหารเสริมอย่างอื่นเพื่อเพิ่มโปรตีนแทนนม  

            อยากรู้ว่าใครที่มีลูกแพ้นมเยอะๆเหมือนน้องมาวินเค้ารู้สึกอย่างไร ดูแลลูกอย่างไร เขาทานนมและยานานแค่ไหน