ผมยูมิจะได้แหล่ลา ทุกท่านที่เข้ามาได้ฟังแหล่ทุกคน

 ขอนำแหล่ทำนองที่ผมเคยใช้เป็นกลอนแหล่ลามีดังนี้ครับ

เทสนาปริโยสาเน                                                      ดวงอาทิตย์หันเหจะลับขอบฟ้า

ผมยูมิจะได้แหล่ลา                                                  ทุกท่านที่มาฟังแหล่ทุกคน

 ท่านมีศรัทธาเป็นบุญเขต                                      ท่านคงทราบเหตุและรู้ทั้งผลมาสร้างบุญไว้เพื่อให้กับตน                                  ท่านสร้างกุศลเพราะใจศรัทธาหัวใจท่านงามมาบำเพ็ญบุญ                                 เอื้ออนุกุลพระศาสนามีจิตจาคะสละโภคา                                               เพราะท่านได้มาสร้างทรัพย์ภายใน ทุกท่านโปรดทราบเป็นทรัพย์ประเสริฐ             อากรบ่อเกิดแห่งความสุขใสกุศลกรรมจะตามท่านไป                                      ชาติหน้าจะได้มีความสุขดี ตัวผมนี้หนาเดินทางมาไกล                               ขอชมน้ำใจของท่านวันนี้น้ำใจกุศลทุกคนมากมี                                           จะลาท่านนี้ไม่อยากลาเลย สุดแสนอาลัยจะไกลมวลญาติ                            เสียดายโอกาสอย่างนี้ท่านเอ๋ยใจยังไม่อยากจะจากท่านเลย                                 จำเป็นจริงเอ๋ยโอ้ผมต้องขอลา  ครั้นว่าจะอยู่สถานถิ่นนี้                                        ก็ไม่มีที่จะอยู่อาศัยจำเป็นจำจรสะท้อนฤทัย                                        ถ้ามีงานใหม่ให้ท่านเชิญมา ว่าลาลาลาต้องลาแล้วนะ                                     ท่านคิดถึงผมไหมเล่าท่านจ๋า

โอ้ผมยูมิจะไกลลับตา                                             พอร้องแหล่ลาหัวใจรอนรอน

ว่าลาแล้วลาไม่อยากจะลาเสียเลย                      ว่าท่านเอ๋ยขอลาท่านก่อน

ก่อนจากเวทีประสาทเป็นพร                                 ให้ท่านถาวรวัฒนา

ยังมีตอนต่อไป  ท้ายบันทึกนี้ขอขอบใจน้องมิว (เด็กหญิงศศิกานต์   จักรมานนท์)  ที่พิมพ์บันทึกนี้ให้