เรื่องเล่าทวดเขาแดง อ. สิงหนคร จ. สงขลา


นับเป็นเวลาประมาณ 10 โมงเศษแล้วที่คณะของเราได้ย่างกลายเข้าไปศึกษาภูมิหลังของถิ่นนี้ชื่อว่าหัวเขาแดง  มีถนนติดขอบทะเล  คณะเรามีอาจารย์สองท่าน นอกนั้นเป็นนิสิต ป. โท สาขาไทยคดีศึกษา และมีนิสิต ป . โท  มาจาก ม. ศิลปากร  สนามจันทร์อีกหนึ่งคน  พวกเราเข้าไปศึกษาได้รู้ว่า  ในศาลเจ้าทวดเขาแดงมี  พระเอ็งบ้วนต๊ะ( องค์ใหญ่ )  มาจากเกาะปีนัง  พระเอ็งบ้วนต๊ะ ( องค์เล็ก ) มาจากเมืองจีน  และปู่ทวดเขาแดง  ตามตำนานเล่าว่า  ถิ่นนี้ตั้งอยู่ปลายสุดของแหลมทรายสทิงพระ บริเวณนี้เคยเป็นเมืองสงขลาเก่า  ตรงนี้มองเข้ามาเหมือนรูปจระเข้เป็นที่หมายสำหรับการเดินทางเรือเข้ามา


  ลักษณะภูเขานี้เป็นหินโคลนมีสีแดง  จึงเรียกว่า  เขาแดง  ตลอดมาและมีปรากฏในแผ่นที่เก่าครั้งอยุธยาด้วย  ตอนบนหัวเขามีป้อมใหญ่ด้านล่างมีศาลาคงเป็นศาลเจ้าทวดเขาแดงมาก่อน  คนเลยนับถือกันสืบต่อมาว่ามีทวดหัวเขาแดงคอยคุ้มครองปกป้องรักษาเพื่อความปลอดภัยและมอบความโชคดีมีชัยพบความสำเร็จมาสู่ชาวสงขลาทั้งมวล


 

ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น  ตัวเมืองสงขลาย้ายไปอยู่บริเวณบ้านบ่อเตย ตำบลหัวเขา  จังหวัดสงขลาในปัจจุบัน  ต่อมาชาวสงขลามีความศรัทธาอย่างแรงกล้าจึงพากันทำบุญสร้างศาลาให้ทวดเขาแดงพร้อมศาลเจ้าทางความเชื่อของชาวจีนชื่อ เอ็งบ้วนต๊ะ  ซึ่งเป็นเทพเจ้าสำคัญองค์หนึ่งที่แม่ทัพชาวจีนนับถือมาก ๆ

  ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง  ทหารญี่ปุ่นบุกเมืองสงขลา  ราว พ.ศ. 2484  มีระเบิดลงมาที่หัวเขาแดง 6 ลูก ไม่ระเบิด  และในถ้ำแม่นางมีชาวสงขลาเข้าไปหลบภัยจำนวนมากได้รับความปลอดภัยทุกคน  ถือกันว่าเป็นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ของทวดเขาแดงที่คอยอภิบาลคุ้มครองชาวเมืองสงขลาให้รอดพ้นจากทั้งภัยทางธรรมชาติและภัยจากการกระทำของมนุษย์

  สำหรับศาลาถ้ำแม่นางนั้น  ในปี พ.ศ. 2525  นางเปีย  ฮวดอุปัต  และนายเม้ง  แซ่โค้ว  ร่วมกันสร้างถวายมาสำเร็จเอา พ.ศ. 2527 และมีพิธีแห่ทวดเขาแดงรอบเมืองสงขลากันทุก ๆ ปี


แง่คิด...ความเชื่อนี้ส่งผลต่อผู้คนในบริเวณนี้อย่างไร..?  การจัดงานใหญ่ ๆ มักอัญเชิญทวดทั้งหลายมาไว้ในงานเพื่อให้ผู้คนไปเที่ยวงานได้ไปไหว้ทำบุญด้วยเพื่อจุดประสงค์อันใด..?