เกี่ยวกับเรื่องอาหารและสุขภาพนั้นใครเป็นเหมือนผมบ้าง
1. ชอบกินผักเพราะเชื่อว่าผักมีวิตามินแร่ธาตุและกากใยที่ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงสดชื่นเป็นปกติ
2. เวลาไปซื้อผักที่ตลาดสดจะไม่เคยมั่นใจเลยสักครั้งว่าผักแต่ละชนิดที่ซื้อจะปลอดจากสารเคมีตกค้างที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว แต่ก็จำใจซื้อแบบไม่มีทางเลือก ในขณะเดียวกันผักในห้างที่ติดฉลากว่าเป็นผักอินทรีย์ก็ซื้อไม่ลงเพราะมันแพงจัง แล้วเราก็ไม่มั่นใจเช่นกันว่าในบางฤดูกาลนั้นผักกาดขาวกิโลกรัมละเป็นร้อยบาทจะปลอดสารพิษจริง ๆ
3. อยากจะอุดหนุนเกษตรกรที่ปลูกพืชผักอินทรีย์อย่างเต็มที่แต่ในแถบที่อยู่ทั้งในอดีตและปัจจุบันไม่ได้อยู่ใกล้แหล่งที่ปลูกหรอขายพืชผักแบบอินทรีย์
4. สุดท้ายก็จำเป็นต้องหาโอกาสผลิตอาหารเลี้ยงตัวเองและครอบครัวให้หายสงสัยกันไปเลย
"มีอะไรก็กิน ๆ ไปเถอะ ไม่ต้องคิดมาก"
ผมเคยได้ยินคำพูดของใครบางคนพูดตอบผมแบบคงจะรู้สึกรำคาญ ในขณะที่เราสนทนาเกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพ ผมเองเข้าใจว่าผู้พูดไม่ให้ความสนใจเรื่องนี้ทั้งนี้อาจจะด้วยเหตุปัจจัยบางประการ ผมเชื่อว่าคงจะมีคนอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือชนบทที่เป็นเช่นนี้และมีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาด้านสุขภาพอันเนื่องมาจากการบริโภคอาหารโดยเฉพาะผักผลไม้ที่ปนเปื้อนสารเคมีอันตรายที่เกษตรกรผู้ผลิตนำมาใช้อย่างแพร่หลายและต่อเนื่อง
บางทีคนขายก็ยังนำสารบางอย่างมาเคลือบมาฉีดพ่นเพื่อให้พืชดูสดใหม่ สารพิษในพืชผักก็เลยยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก
ในขณะที่ยังทำงานเป็นพนักงานบริษัทในกรุงเทพฯ ผมมักจะคิดอยู่เสมอว่าในแต่ละวันผมต้องบริโภคสิ่งที่ผู้ผลิตอาหารส่วนใหญ่เน้นการเพิ่มผลผลิตและราคาที่ขายได้สูงโดยวิธีการทุกอย่างและไม่สนใจเรื่องสารพิษตกค้าง
ตัวผมเองถ้าอยู่อย่างนี้ไปนานเข้าคงจะต้องพยายามทำงานเก็บเงินให้ได้มากที่สุดเพื่อเตรียมเอาไว้รักษาอาการเจ็บป่วยของตัวเองซึ่งส่วนใหญ่น่าจะมาจากการบริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัยเหล่านั้น
ผมคิดอยู่นานหลายปีเพราะรู้สึกเสียดายเงินเดือนและสวัสดิการชั้นดีที่บริษัทจ่ายให้กว่าจะสามารถตัดสินใจลาออกได้ในที่สุด
ตอนที่ออกมาทำการเกษตรจริง ๆ ในช่วงแรกแม้ว่าจะมีใจรักในงานเกษตรอินทรีย์เต็มร้อยและแรงกายเต็มที่เพราะขณะนั้นผมอายุ 38 ปี แต่ยังมีความไม่รู้จริง ความไม่พร้อมหลายอย่าง ทำให้ไม่สามารถผลิตอาหารสะอาดให้แก่ตนเองและครอบครัวได้อย่างพอเพียงโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการผลิตผักต่าง ๆ ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาผมไม่ได้อยู่ที่บ้านเนื่องจากต้องกลับไปเป็นพนักงานบริษัทอีกครั้งนาน 2 ปี จึงห่างเหินการเกษตรไประยะหนึ่ง
ตอนนี้ในวัย 50 ปี ผมมีโอกาสดีที่ได้กลับมาเริ่มงานเกษตรอีกครั้ง โดยในครั้งนี้น่าจะมีความพร้อมมากขึ้นและน่าจะบรรลุเป้าหมายได้อย่างมั่นคง ทั้งนี้เพราะนอกจากจะได้สะสมข้อมูลและประสบการณ์ตรงมากขึ้นแล้วยังได้ภรรยาที่ขอเกษียณตัวเองจากการเป็นพนักงานบริษัทเพื่อมาจัดการงานในบ้านต่าง ๆ ทำให้ผมสามารถทำงานเกษตรอินทรีย์ได้อย่างเต็มที่
ถ้าไม่มีปัญหาด้านภัยธรรมชาติแล้วอีกไม่นานจากนี้ไปผมและครอบครัวจะสามารถผลิตอาหารที่ดีมีคุณภาพสูงเพื่อสุขภาพของตนเองได้อย่างพอเพียงรวมถึงจะมีเหลือเพื่อแจกจ่ายญาติพี่น้องจำนวนหนึ่งและบางส่วนนำไปจำหน่ายสร้างรายได้ให้ครอบครัวได้อย่างแน่นอน
ผมเชื่ออีกว่ายังมีผู้คนอีกไม่น้อยที่แสวงหาโอกาสที่จะทำได้อย่างที่ผมและครอบครัวกำลังทำอยู่ ต้องยอมรับว่างานเกษตรมีความยากลำบากไม่น้อยและไม่ได้รับประกันความสำเร็จสำหรับทุกคน แต่สำหรับผู้ที่สนใจแล้วก็น่าจะเป็นความลำบากที่มีความหวังเพื่อที่จะมีความสามารถในการพึ่งพาตนเองมากที่สุดอย่างยั่งยืน ทั้งนี้โดยต้องอาศัยใจรักเป็นตัวนำ จากนั้นก็เป็นการแสวงหาข้อมูลความรู้ที่จำเป็นต่าง ๆ ในการทำกิจกรรมที่ตนเองสนใจจริง ๆ ซึ่งในยุคสมัยโลกออนไลน์อย่างนี้เราหาข้อมูลด้านการเกษตรที่ต้องการได้ง่าย และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือลงมือทำทันที จากนั้นท่านจะพบกับความมหัศจรรย์และความรู้มากมายที่เกิดจากการปฏิบัติจริง มีอะไรให้ได้ทดลองทำอย่างไม่มีวันจบ ได้เป็นผู้วางแผนเองและทำไปเรื่อย ๆ ในแต่ละวัน แล้วในที่สุดก็สามารถสรรสร้างผลผลิตที่ตัวเองชอบด้วยสองมือของตนเอง นอกจากนี้สุขภาพก็ดีขึ้นทั้งกายและใจ ไม่ต้องรอว่าเมื่อไรจะถึงเย็นวันศุกร์เสียทีเพื่อที่จะทำให้รู้สึกเป็นสุขขึ้นมาบ้าง หรือต้องคอยกังวลใจในเย็นวันอาทิตย์ว่าจะต้องไปทำงานเช้าวันจันทร์อีกแล้ว ยังไม่อยากไปทำงานเลยเป็นอย่างนี้อยู่แทบทุกสัปดาห์
ท่านผู้อ่านที่กำลังทำงานในสำนักงานแต่สนใจทำการเกษตรในบั้นปลายชีวิตได้วางแผนในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง
ขณะนี้แผนไปถึงไหนแล้ว ไม่ทราบว่าวางแผนแล้วแต่มัน“นิ่ง” อยู่หรือเปล่า ผมขอให้กำลังใจทุกท่านที่สนใจให้สามารถทำได้ตามที่หวังนะครับ
รอกินผักปลอดสารพิษด้วยคนนะครับ
ยินดีมากครับ แต่ช่วงนี้เป็นช่วงเตรียมการยังไม่มีผลผลิต ต้องติดตามต่อไปว่าผลงานจะออกมาอย่างไร ขอบคุณที่ให้ความสนใจนะครับ
มองเห็นอุปสรรคและความสำเร็จเกิดขึ้นได้พร้อมๆกัน อย่าท้อนะ เพราะมันคงต้องใช้ความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงนั่นแหละ
รอเห็นความสำเร็จของเพื่อนนะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับอ้วน เราเองไม่ได้ท้อแต่ได้รับเชิญจากเจ้าของให้มาช่วยปรับปรุงสวนที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งชายทะเลกระบี่ เจ้านายต้องการให้สวนของโรงแรมเป็นแบบอินทรีย์ 100 เปอร์เซนต์ กับให้ดูแลงานฝ่ายบุคคลไปด้วย ตอนนี้ก็กำลังทำงานอย่างหนักในการหมักปุ๋ย (โบกาฉิ) ผสมดินแล้วนำไปบำรุงต้นไม้ เขาปล่อยให้ต้นไม้ในสวนทรุดโทรมมากอาจจะทั้งความไม่รู้จริงหรืออาจจะเป็นความไม่ใส่ใจหรืออาจจะทั้งคู่ แต่ผลที่ปรากฏคือแทบจะหาจุดที่ยังดูดีแทบไม่เจอเลย มีทีมงานคนสวนเป็นชาวพม่า 2 คน กัมพูชาอีก 4 คน มีปัญหาเรื่องการสื่อสารได้เสมอแต่ก็สนุกดีเหมือนกันครับ