572. พลังของคนเงียบ

ดร.ภิญโญ
มายาคติแห่ง OD ตอน 2

มายาคติของคนทำ OD หรือ OD Consutlant มีเรื่องหนึ่งที่ไม่ค่อยตรวจสอบกันให้ลึกพอ คือ “ปัญหา” พอเราเรียนไป เรียนไป เราจะรู้สึกบรรเจิดขึ้น รู้มากขึ้น แล้วเราก็จะเริ่มทำตัวเป็นหมอครับ เพราะศัพท์คำแรกๆที่เราจะพูดถึงคือ Organizational Diagnosis 

                                           

คือเรามาวิเคราะห์ “ปัญหา” ขององค์กรกัน โดยใช้เครื่องมือต่างๆกัน แบบสอบถามมั่ง สัมภาษณ์มั่ง หลายคนออกมานำเสนอองค์กรที่ตัวเองไปทำว่า มีปัญหาโน่น นี่ นั่น  ต้องเอาวิธีอย่างนี้ไปแก้ แล้วก็คาดว่าจะเกิดผลอย่างนี้ขึ้น  ผู้บริหารเก่งๆ ในอาชีพเดิมก็เลือกมาเรียน OD .. ก็กลับไปทำองค์กรตัวเองก็มี...  ดูเหมือนดีครับ แต่มีบางอย่างที่ผมคิดว่าเป็ยนมายาคติ... มันเป็นอย่างไร ... เชิญฟังทางนี้

ล่าสุดอ่านหนังสือเรื่องหนึ่งชื่อ พลังของคนเงียบ ในโลกที่ไม่เคยหยุดพูด... น่าสนใจมากๆ เป็นการต่อยอดทฤษฎีเก่า ที่ผม “คิดว่า” ผม “รู้มากแล้ว”... (จริงๆ เพียงหางอึ่ง) คือ "เรื่องคนบุคลิก Extrovert และ Introvert" .. เอาง่ายๆ ครับ .. Extrovert คือบุคลิกประเภทที่ชอบอยู่กับคนหมู่มาก มีความสบายใจ เปิดเผยเมื่ออยู่ในสังคม กล้าคิด กล้าแสดงออก ดูเก่งไปหมด... เป็นบุคลิกที่การศึกษาแบบ MBA อยากพัฒนาคนให้มีขึ้นมามากๆ... ผู้บริหารส่วนใหญ่ในภาคธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเป็นประเภทนี้...  อีกคน ขั้วตรงข้าม Introvert หรือพวกอยู่เงียบๆ ไม่ค่อยสะดวกใจที่จะเข้าสังคมมากๆ พูดไม่เก่ง... คำถามคือ... คน Introvert จะสำเร็จกะเขาไหม... OK ผมอ่านเรื่องนี้ก็เพราะผมเป็น Introvert ด้วย เจอคนรู้จัก ลูกศิษย์มาบ่นเรื่องตัวเองให้ฟัง.. "อาจารย์ผมจะไปสู้ใครได้.. ผมคนเงียบๆ"   เอ ... นี่มันปัญหาของพวก Introvert นี่...

เอางี๊ครับสรุป ไม่แปลกที่คนในวงการวิทยาศาสตร์ เก่งๆ มักเป็น Introvert แต่ที่แปลกมากๆ วิจัยลงลึกกันจริงๆ กลับค้นพบว่า คนที่ประสบความสำเร็จมากๆ... มาก จนเป็นตำนานในวงการธุรกิจ ระดับที่วงการถือว่าคือเทพเจ้าเลย.. กลับกลายว่ามีบุคลิกอย่าง Introvert ไม่ใช่ Extrovert อย่างสาย MBA ที่พยายามปั้นกัน และส่งเสริมกันมากๆ... ประมาณว่านักข่าวถามอะไร ตอบแบบงงๆ ทุกครั้ง ส่วนใหญ่เอาเป็นว่ามีชีวิตเรียบง่าย สมถะด้วยซ้ำ  .... 

มีการศึกษาเซลล์แมนที่ประสบความสำเร็จ ที่สุดไม่ใช่คนพูดเก่ง กลับเป็นคนเสียงเบา เงียบ.. 

แล้วอะไรทำให้ Introvert หรือบรรดา “คนเงียบ” ประสบความสำเร็จ... จากการวิจัย ค้นพบว่า เป็นเรื่องของการถ่อมตัว.. คนพวกนี้อยู่เงียบๆ ถ่อมตัว เลยถามคนอื่น... ขอความช่วยเหลือคนอื่นเป็น..  ที่สุดเลยได้รับความร่วมมือจากคนจำนวนมาก.. เลยไปได้ไกล ดังสุภาษิตของชาวอาฟริกันที่ว่า.. ถ้าต้องการไปเร็วๆ ก็เดินคนเดียว ถ้าต้องการไปให้ไกลกว่าเดิม ก็เดินด้วยกัน.. 

                       

แล้วอะไรทำให้ Extrovert หรือ “คนเปิดเผย” ไม่ไปจนถึงที่สุด... คนพวกนี้ถ้าไม่รู้ตัว จะเชื่อมั่นในตัวเองมาก.. จนไม่ถ่อม ไม่ถามใคร หลายครั้งรู้สึกว่าตัวเอง ดีที่สุด พอมีอะไรดีๆ เข้ามาก็กรองออกไปหมด..  ไม่พอคนพวกนี้รู้มากๆ จนกระทั่งไม่มีใครอยากยุ่งอยากเตือน จนปล่อยเลยตามเลย จนนำมาส่ความหายนะในที่สุด แน่นอนมี Extrovert ที่ประสบความสำเร็จก็มี ที่พอศึกษาลึกๆ ก็มีพฤติกรรมคล้ายๆ Introvert คือถ่อมตัวนั่นเอง.. 

มีการศึกษาต่อมาว่าพวกที่ทำให้เกิดวิฤตทางการเงินในสหรัฐครั้งล่าสุด ล้วนมีบุคลิก Extrovert ... น่ากลัวมากๆ.. และพวกอยู่รอด ที่มีอยู่น้อยนิด คือพวก Introvert...

.........

ผมวกกลับมาที่ OD ครับ ถ้าคุณเป็น Introvert ก็อย่าตกใจครับ ผมเจออาจารย์ผมนี่เป็นที่รู้จัก คนรักไปทั่วโลก แบบนี้เลย เงียบๆ น่ารัก คุยแล้วงงๆ แต่ทุกคนอยากช่วย...

แน่นอนถ้าคุณเป็น Extrovert เป็นเรื่องดี แต่ก่อนจะไปทำ OD กับใคร ให้ประเมินตัวเองก่อน ว่าจริงๆ แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นกับองค์กรที่มี Extrovert อย่างคุณเป็นผู้นำนั้น มาจาก “ตัวคุณเอง” หรือเปล่า... ก่อนจะไปบอกว่าคนในองค์กรมีปัญหา ด้าน Motivation โน่น นี่ นั่น ตัวคุณนั่นแหละ อาจเป็นปัญหาในองค์กรที่เรื้อรังมานาน.. ลองมองตัวเอง หาวิธีการเยียวยา ปรับบุคลิกตนเองก่อน ในทาง OD เรามีวิธีครับคือลองทำ Dialogue ลองทำ Theory U ดู คุณจะเห็นอะไรบางอย่างที่เป็นสิ่งปิดกั้นในตัวเอง ฝึกถ่อมตัว ฝึกให้เกียรติคนอื่น..

                       

สุดท้ายไม่ว่าคุณจะเงียบ หรือเปิดเผย มีโอกาสประสบความสำเร็จครับ ไม่ว่าจะเป็น OD หรือด้านอื่นๆ แต่จะไปสุดทางหรือไม่ ก็ต้องเริ่มจากการรู้จักตนเองก่อน ไม่รู้จักตนเอง แล้วไปประเมินคนอื่นนี่ ผมว่าต้องคิดใหม่ครับ  เพราะคุณอาจจะติดอยู่มายาคติได้ครับ


วันนี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ

Reference:

หนังสือ พลังของคนเงียบ ในโลกที่ไม่เคยหยุดพูด 

Picture 1: http://latrobeuniversitybulletin.com/2012/01/25/progress-in-better-detection-of-child-development-problems/

Picture 2: https://www.facebook.com/pages/Anonymous-ART-of-Revolution/362231420471759

Picture 3: http://letshomeschoolhighschool.com/ramblingsofahomeschooledgirl/2013/03/31/ambiverts/



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry

คำสำคัญ (Tags)#พัฒนาองค์กร#od#dialogue#ai#appreciative inquiry#organization development#theory u#OD Consultant#OD Practitioner#introvert#Extrovert

หมายเลขบันทึก: 540936, เขียน: 30 Jun 2013 @ 07:24 (), แก้ไข: 01 Jul 2013 @ 07:55 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 8, ความเห็น: 5, อ่าน: คลิก
บันทึกที่เกี่ยวข้อง


ความเห็น (5)

บันทึกนี้ แนะนำการทำงานร่วมกับคนหมู่มากของผม ได้ดีมาก ๆ ๆ ยิ่งเลยครับ

ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์มาก ๆ เลยนะครับ

ชยพร   แอคะรัจน์

ขอบคุณครับอาจารย์

ขอบคุณค่ะ   อ่าน OD. ของอาจารย์. รู้สึกว่า  OD จะไม่ยากอย่างที่ผ่านมาเลย


พิภพ
IP: xxx.230.65.102
เขียนเมื่อ 

ดีจังเลยคงค่อยๆ นั่งอ่านทุกวัน ^^

รชยา วรเวชปรีชา
IP: xxx.230.123.83
เขียนเมื่อ 

อ่านง่าย เข้าใจเร็ว นำไปใช้กับตัวเองได้ทุกบทความ สุดยอด ชอบมากมายค่ะ