วันนี้ของเริ่มด้วยคำคมที่ผมชอบที่สุด และนำมาสู่การขบคิดถึงอะไรบางอย่าง

                         

แปลเป็นไทยว่า 

                                  “ถ้าคุณให้เวลาผมหกชั่วโมง ผมจะใช้เวลาสี่ชั่วโมงแรกลับขวาน”

                                                                                          อับราฮัม ลิงคอล์น

เป็นคำคมของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่มีคนนับถือมากๆ และสะท้อนอะไรบางอย่าง

ผมเชื่อว่าลิงคอล์น คงหมายถึงว่าก่อนจะทำอะไร จงใช้เวลาเตรียมตัว ให้มาก ศึกษาให้มาก แน่นอนเหมืนอลับขวาน เมื่อมันคมพอ มันจะทำให้เราตัดต้นไม้ได้เฉียบขาด ได้ขนาด แต่ขวานไม่คม คือการขาดการเตรียมตัวที่ดี อาจทำให้คุณต้องใช้เวลาตัดไม้มากกว่าเดิม แถมไม่เนี๊ยบ หรือบางครั้งไปไม่รอด

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากสื่อสารให้คนทำ OD หรือแม้กระทั่งคนทำวิจัย ไม่ว่าจะใช้แนวทางไหน เชิงคุณภาพ หรือเชิงปริมาณ หรือในทาง OD  ผมเห็นคนจำนวนมากเตรียมตัวไม่พอ หรือแทบไม่เตรียมตัวเลย ทั้งๆ ที่ดูเหมือนจะเตรียมตัว .. แต่จริงๆ จากประสบการณ์คนจำนวนมากที่ทำ OD เหมือนๆ จะไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร 

OD คือสิ่งที่เราต้องทำจริงๆ มันประกอบด้วยการวิเคราะห์องค์กร เมื่อเจอปัญหา เราก็จะนำเอาเครื่องมือแก้ปัญหา ที่ศัพท์ทางพัฒนาองค์กรเรียกกันว่า OD Intervention (ODI) ซึ่งมีหลายอย่าง เช่น Appreciative Inquiry, Dialogue, Team Building, Future Search, Coaching, Consulting ซึ่งแต่ละอย่างก็ยังมีเครื่องมือ ODI ย่อยๆ ที่พัฒนาขึ้นมาทีหลังอีกมาก เมื่อเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมได้แล้ว ก็ถึงเวลาเอาเครื่องมือต่างๆ ไปสร้างการเปลี่ยนแปลง พอทำเสร็จแล้วก็วัดผล นี่คือพื้นฐาน แต่ที่ต้องทำอีกในขั้นสุดท้ายคือ ต้องทำอะไรก็ได้ที่จะทำให้เชื่อได้ว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน แม้ไม่มีคุณอยู่ที่นั่นแล้ว.  นี่เรียกว่าขั้นตอน Institutionalization.....

ดูเหมือนใครๆ ก็ทำได้... หรือมันเป็นเพียงมายาคติ..

เอาหล่ะมาตรวจสอบกัน  อะไรคือมายาคติ

มายาคติ # 1 เราคิดว่าเราเตรียมพร้อมดีแล้ว 

ข้อเท็จจริง ตามประสบการณ์ผม.. ถ้าคุณทำไม่มากพอโดยเฉพาะครั้งแรก มันเป็นเรื่องของมายาคติจริงๆ ครับ ส่วนใหญ่ที่ทำเตรยมตัวไม่ดีพอ คิดว่าเรียนในชั้นเรียน มีอาจารย์ฝึกให้แล้ว อันนี้ขอบอกว่าไม่พอครับ โลกของความเป็นจริงไม่เหมือนในห้องเรียน แม้คุณจะเรียนกับเจ้าของทฤษฎี เช่นมีคนเคยเรียนกับศาสตราจารย์เดวิด เจ้าของทฤษฎี AI มาโดยตรง คิดว่าทำเป็น พอทำจริงไปไม่ถูกครับ ต้องมาหาผมก็มี เจอมาแล้ว ก็ส่งลูกศิษย์ที่ทำจริงมานี่แหละ ไปทำให้ดูถึง “อ๋อ..เป็นอย่างนี้เอง”

ทางออก  ลองเอาที่เรียนในชั้นเรียนไปทำจริงดู ทำหลายๆครั้งแบบไม่เป็นทางการ ลองกับทีมงานของตนเอง เช่น AI มีวงจร 4D ลองทำ 4D กับตนเอง ทำจนครบวงจร ทำหลายๆครั้ง เช่นหนึ่งเดือนทำหลายๆ วงจร เดี๋ยวคุณจะรู้เอง

มายาคติ #2  ไปทำของจริงมาแล้ว คิดว่าพร้อมแล้วหล่ะ

ข้อเท็จจริง หลายคนเรียนจากอาจารย์ในชั้นเรียน เรียนมาสองปี ทำมาแล้วครับอาจารย์ ผมไปทำก็ลูกค้ามาจริงๆ ใช่ครับ ใช่ แต่ทำครบถ้วน ถึงติดตามผลหรือเปล่า ถ้าแค่ทำ Workshop แล้วบอกว่าดีนี่ขอให้คิดใหม่

ทางออก ลองตามผลดู ติดตามสักคนสองคน ลองติดตามไปเดือนสองเดือน เดี๋ยวคุณเห็นเองว่าคุณต้องปรับแต่งตรงไหน

มายาคติ #3 ผมเรียนจากกูรูของเมืองไทยมาเลย

ข้อเท็จจริง กลับไปดูข้อหนึ่ง ขนาดเรียนกับเจ้าของทฤษฎี ที่ก็มีประสบการณ์จริงกับองค์กรระดับโลกยังไปไม่รอด ครับ เห็นมามากต่อมาก

ทางออก ผมเน้นครับ ลองทำกับเพื่อนกับน้อง กับคนไกล้ตัวดูจะช่วยได้มาก มันไม่เหมือนกับที่คุณคิดครับ การเรียนกับกูรูจะช่วยระดับหนึ่ง คือทำให้เรามั่นใจ แต่บางครั้งทำให้หลงเชื่อว่าตัวเองรู้ ลองตามผลดูมากๆ จะตอบโจทย์ได้ แนะนำว่าถ้าไม่มีใครให้เราลอง ลองกับตัวเองก็ได้ครับ

มายาคติ #4 เครื่องมือของเรานี่สุดยอดแล้ว

ข้อเท็จจริง เกือบ 99% ของคนทำ OD หลายครั้ง ไม่รู้จักเครื่องมือของตนเองครับ คือใช้มาไม่มากพอ การพัฒนาองค์กร เหมือนการที่เราจะสร้างปราสาทเจ้าหญิง.. แน่นอนคุณวิเคราะห์ได้ว่า ปัญหาของโครงการมีอะไร ติดอะไร ต้องใช้เครื่องมืออะไร แต่แน่ใจหรือครับ ว่าคุณจะไม่เลือกแค่ฆ้อนมาอย่างเดียว แล้วมั่นใจว่ามันสามารถขุดฐานรากได้ หรือปูหลังคา ต่อไฟได้ ที่สำคัญต่อให้ สมมตินะ ฆ้อนนี่แหละถูกแล้ว อันเดียวสร้างปราสาทได้เลย.. คำถามต่อไป คือ ทักษะการใช้ฆ้อนของคุณเพียงพอหรือยัง ถ้าบอกว่าพอ รู้ได้อย่างไรว่าพอแล้ว???  ถ้าคุณตอบว่าผมเรียนมาจากคนนั้นคนนี้... กลับไปข้อแรก และข้อสามครับ..

                 

ทางออก  ลองค้นกูเกิ้ล มีใครบ้างที่ทำ OD ตอนนี้มีมากในไทยครับ ลองหา แล้วไปเรียนจากเขา ไม่ใช่ดูจากที่มหาลัย หรือเรียนจากคนรู้จัก ไกล้ๆ ตัวอย่างเดียว มีคนทำ OD เจ๋งๆ มีหลายคนครับ จำนวนมากไม่ได้เรียน OD แต่อาจทำOD ได้ดีกว่าคนเรียน OD เสียอีก ท่านเหล่านี้กระจายตัวอยู่ในที่ต่างๆ ที่สำคัญไม่ค่อยอยู่ที่เดียวกัน ทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด เอาเป็นว่าวันนี้ ถ้าคุณเดินไปหาอาจารย์ หรือคนไกล้ตัวคุณเกิน ไป คุณอาจเจอแค่ “ฆ้อน” ครับ ซึ่งต่อให้เป็นฆ้อนทองคำก็เถอะ ไม่น่าจะทำให้คุณสร้างปราสาทได้สะดวกและงดงาม หรืออาจไม่สำเร็จเลยก็ได้

มายาคติ #5 เคยทำบริษัทที่ปรึกษามาแล้ว มีประสบการณ์มาก่อน

ข้อเท็จจริง.. เท่าที่เจอมาที่ปรึกษาด้าน OD กับที่ปรึกษาด้านการจัดการ หรือแม้กระทั่งบอกว่าทำ OD เถอะ บอกได้เลยว่าในเมืองไทย มันจะออกไปทาง Management เสียเยอะ... เอาเป็นว่ามันต่าง จนทำให้สิ่งที่คุณคิดว่ามี อาจไม่มีก็ได้ แถมอาจเป็นตัวถ่วงคุณได้ ถ้าไม่ศึกษาดีๆ

ทางออก ลองแยกก่อนครับ ถ้าคุณเป็นที่ปรึกษาแนว Management จะเป็นสไตล์ ...ที่เป็นการคุยกันในระดับ Topdown (บนลงล่าง) ครับ คือเราคิดว่าเราต้องการส่งมอบอะไรดีๆ ให้คนในองค์กร เราก็ปรึกษากับผู้บริหาร อาจทำวิจัย แล้วก็จัดอบรม หรือเอา Solution เช่นระบบการจัดการ ซ๊อฟแวร์ไปให้..แนวนี้เป็น MBA ครับ ไม่ใช่ OD ... ส่วน OD เราจะเน้นที่ Bottomup (ล่างขึ้นบน) ครับ คือ คนทุกคนร่วมกันค้นหาปัญหา เอาเป็นว่าบางครั้งเราเอาคนทั้งองค์กร มาผ่านกระบวนการบางอย่างให้เขาหาปัญหา ค้นหาความฝัน แล้วสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเองด้วยความเต็มใจ..  เรียกว่าถ้าองค์กรมีคน 8,000 คน.. ก็ 8,000 คนนั่นแหละ เข้ามาร่วมคิด ร่วมสร้าง โดยผ่านเครื่องมือด้าน OD  ลองดูว่าคุณผ่านสนามไหนมา...  ถ้าเป็นอย่างที่สองแน่นอนครับ จะเป็นการต่อยอดที่ดีมาก แต่ 99.99% ที่เห็นมาจะอยู่อย่างแรกมากกว่า เพราะฉะนั้น มาเรียนรู้ของใหม่กันเถอะครับ.. อย่าแบกความรู้เดิมมามาก ไม่งั้นคุณจะไม่เจออะไรใหม่เลย...

ลองดูครับ นี่เป็นมายาคติห้าประการที่ผมเห็นมาตลอด.. ลองตรวจสอบดู ถ้าเจอก็ปรับตัวใหม่ ยังทันครับ.. ไม่งั้นเสียเวลาเปล่า  

ผมลองชี้ให้เห็นมายาคติ พร้อมชี้ให้เห็นผ่านประสบการณ์ของผม (ทุกวันนี้ยังไม่ทราบว่าถูกที่สุดหรือยัง กำลังพัฒนาไปเรื่อยๆ) รวมทั้งทางออกครับ  ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ  และผมอยากย้อนไปถึงแนวคิดของลิงคอล์นครับ เรื่องการเตรียมความพร้อม ลองตรึกตรอง แล้วลองใช้เวลากับการเตรียมความพร้อมนี้ดู ที่สำคัญคุณจะเห็นว่าผมเน้นให้คุณลองทำจริงๆ ดู คำว่าจริงๆ คือลองตามผลดูด้วยว่ามันคลี่คลายไปอย่างไร ต้องลองครับ รวมทั้งอย่าติดยึดกับผู้รู้ไกล้ตัว ลองหาที่ไกลออกไป ไม่งั้นคุณได้ใช้ฆ้อนสร้างปราสาทแน่ๆ ตัวใครตัวมันครับ 

วันนี้พอเท่านี้ ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ

References:

The First Picture: http://www.positive-thoughts-and-affirmations.com/sharpen-your-axe.html

The Second Picture: http://shop.mattel.com/product/index.jsp?productId=11694902