เป็นผู้เขียนเองเสียอีกที่จะหาวิธีที่จะได้เห็นลูกมากขึ้น ได้คุยมากขึ้น ให้หายคิดถึงที่มีมากขึ้นทุกวันๆ...

   การจากไปเรียนของน้องปอ ทำให้การพูดคุยกันทางโทรศัพท์มากขึ้นกว่าตอนที่อยู่ด้วย ไม่ว่ากับคุณแม่และตัวผู้เขียนเอง ทำให้คิดว่าคงถึงเวลาแล้วที่จะต้องซื้อโทรศัพท์ประเภทสมาร์ทโฟนเพื่อการติดต่อสื่อสารกันให้รวดเร็วและทันสมัยมากขึ้น

   นอกจากคอมฯ PC เครื่องเก่าที่บ้านเท่านั้นที่พอจะใช้ส่งรูปภาพและเรื่องราวได้

"ถามว่าหนูอายเพื่อนๆไหม หนูไม่อายและยังคิดว่าไม่จำเป็น มหาวิทยาลัยก็มีให้ใช้" น้องปอบอก

"แต่พ่อว่ามีไว้ใช้ก็ดีนะ อย่างน้อยก็ส่งรูปให้พ่อเห็น(ให้หายคิดถึง)บ้าง"

"เผื่อในอนาคตเพื่อนๆจะส่งงาน ส่งเอกสารที่จำเป็นก็ช่วยได้ในยามฉุกเฉิน"ผู้เขียนให้เหตุผล

   น้องปอเป็นเด็กที่แปลก ในวัยนี้ทั้งที่จะอ้อนพ่อแม่เพื่อจะได้โทรศัพท์รุ่นใหม่  เล่นไลน์ เข้าเฟส เหมือนเด็กในวัยเดียวกันนี้ทั่วไป แต่น้องปอกลับตรงข้ามไม่ชอบเข้าเฟสเท่าไหร่ นานๆจะเข้าทีเวลาส่งการบ้าน งานด่วน อะไรประมาณนั้น

   ผู้เขียนเองเสียอีกที่พยายามจะซื้อให้ ตามที่เคยสัญญาไว้ว่าให้เข้ามหาวิทยาลัยก่อนจะซื้อให้  อย่างน้อยก็ได้เห็นความเป็นไปของลูกที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันเหมือนเคย แม้เมื่อก่อนผู้เขียนจะไม่ค่อยได้เข้าเฟสบุ๊คเช่นกัน

   แต่ครานี้ผู้เขียนที่เข้าเฟสฯมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนเพราะเผื่อจะได้เห็น ได้ข่าว เกี่ยวกับลูกสาวบ้าง และก็สมดั่งที่คิดไว้ น้องปอได้โพสรูปถ่ายกับเพื่อนใหม่ โดยยืมโทรศัพท์ ให้ผู้เขียนได้เห็นรูปลูกสาว ให้หายคิดถึง

   เป็นผู้เขียนเองเสียอีกที่จะหาวิธีที่จะได้เห็นลูกมากขึ้น ได้คุยมากขึ้น ให้หายคิดถึงที่มีมากขึ้นทุกวันๆ...

ภาพน้องปอ (คนขวามือ)ที่ยิ้มแย้มให้ผู้เขียนเองอดยิ้มตามไม่ได้ ที่เห็นรอยยิ้มแห่งความสุขของน้องปอ สุขที่ได้ไปเรียนที่นั่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ...

ที่ที่เป็นโรงเรียนแห่งความสุข มหาวิทยาลัยแห่งความฝัน

.....................

ในวันหนึ่งที่คิดถึง

14 มิถุนายน 2556

พ.แจ่มจำรัส