ตั้งแต่ผู้เขียนได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานโครงการสร้างสุขสู่เมืองลุงน่าอยู่
ก็ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมกับคณะทำงานประเด็นเกษตรยั่งยืน อย่างต่อเนื่อง ทั้งการ
ร่วมค้นหาพื้นที่ทำนาอินทรีย์ ร่วมเก็บเกี่ยวพันธ์ข้าวหน้าแกะ ร่วมถกแถลงในการ
ปกป้องพื้นที่ผลิตอาหาร ติดตามข้อมูลทิศทางของจังหวัดพัทลุง ในการส่งเสริมพืช
พลังงาน หรือพืชอาหาร ร่วมกับประเด็นเกษตรยั่งยืน ซึ่งมีรูปธรรมการจัดการเกษตร
ยั่งยืน กับการสร้างหลักประกันความมั่นคงทางด้านอาหาร ซึ่งมีหลายพื้นที่ ยกระดับ
เป็นพี่เลี้ยง เป็นศูนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางเกษตรนั่งยืน
เช่นพื้นที่บ้านท่าช้าง ตำบลพนังตุง อำเภอควนขนุนมีหลักคิดจุดประกายการทำ
นาโดยใช้ภูมิปัญญา ทำนาอินทรีย์ มีแปลงสาธิต 20 ไร่ ทำข้าวพื้นเมืองมีข้าว เล็บ
นก ข้าวดอกยอม ข้าวหอมนิล เป็นกระบวนการนำข้าวพื้นเมืองมาเพาะปลูก สืบทอด
เจตนารมย์ สู่ลูกหลาน ด้วยการทำหลักสูตรชาวนา ให้มีการเรียนการสอนในโรงเรียน
ชุมชนบ้านควนกุฎ อำเภอเมือง (พิพิธภัณท์ชาวนา) เป็นแหล่งเรียนรู้ในการลด
การใช้สารเคมีในแปลงเกษตร มีแปลงนาสาธิต และโรงปุ๋ยชีวภาพ และมีแปลงนา
อินทรีย์ เป็นของคนในชุมชนเองที่ทำนาชีวภาพและพันธ์ข้าวพื้นเมือง ชุมชนบ้านนา
อำเภอศรีนครินทร์ มีการทำเกษตรแบบสวนสมรม รวมกลุ่มปลูกพืชสมุนไพร วน
เกษตร และทำสวนโดยการปลูกพืชผสมผสาน เป็นที่เรียนรู้ด้านสมุนไพร
ชุมชนบ้าน ช่องฟืน ตำบลเกาะหมาก อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง เป็นชุมชน
ประมงที่มี
การจัดการทรัพยากรชายฝั่งแบบมีส่วนร่วมโดยชุมชนในการปกป้องพื้นที่ผลิตอาหาร
ทะเลที่ปลอดภัย โดยการทำประมงอย่างรับผิดชอบ ภายใต้กฎกติกาของชุมชน นำ
ไปสู่ข้อบัญญัติของท้องถิ่น ด้วยการสร้างจิตสำนึกให้ลูกหลานด้วยการจัดทำหลัดสูตร
ท้องถิ่น "เกาะหมากศึกษา"มีการเรียนการสอนใน 8 โรงเรียน
ชุมชนบ้านตะโหมด อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง เป็นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ชุมชนจัดการป่าต้นน้ำ โดยการใช้ภูมิปัญญาผสมผสานกับความรู้ที่มีนวัตกรรมที่จะให้
อยู่ได้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยรูปแบบการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน
มี วัดท้องถิ่น วิชาการและภาคีที่เกี่ยวข้องโดยชุมชนมีการปลูกป่า ธนาคารน้ำ้
เป็นการใช้สอยทรัพย์กรอย่างรู้เท่าทัน
นี้คือการสร้างสุขสู่เมืองลุงน่าอยู่เพียงบางส่วนในพื้นที่ตอนล่างของพัทลุงที่เห็น
เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการปกป้องพื้นที่ผลิตอาหาร ที่คนทำงนาร่วมกันปกป้อง ให้
รอดพ้นจากการปลูกพืชพลังงาน
ในวันที่15 -16 ทางคณะทำงานสร้างสุขสู่เมืองลุงน่าอยู่ จะได้ไปแลกเปลี่ยนเรียน
รู้การปกป้องพื้นที่ผลิตอาหารกันที่ มหาวิทยาลัยเกษตร บางเขน คงมีประเด็นมาเล่า
ต่อในตอนหน้า...
รู้ไว้...ใช่ว่า ความรู้เรื่องข้าว
ข้าว 1 ถัง = 10 กก.
มีจำนวน 380000 เมล็ด
ข้าว 1 กก. มีจำนวน 38000 เมล็ด
ข้าว 1 รวงที่สมบูรณ์ มี 250- 270 เมล็ด
ข้าว 1 กอ มีเมล็ดข้าว 3750 เมล็ด
ข้าว 100 กอ จะได้ข้าว 1 ถัง
ข้าว 10000 กอจะได้ข้าว 100 ถัง
นา 1 ไร่ จะดำนาได้(1600 ตรม.) = 14400 กอ ควรจะได้ข้าว 144ถัง
การสีข้าว ...
ข้าวเปลือก 10 กก.
ได้ข้าวสาร 6 กก.
ได้ปลายข้าว 2.5 กก.
ได้รำข้าว 1 กก.
ได้แกลบ0.5 กก.
(ข้อมูลจาก ยุทธศาสตร์การทำเกษตรอินทรีย์ ศูนย์ปราชญ์ชาวบ้าน "สวนธง
ไชย ไร่ทักสม"7 หมู่ 3 ต ทรายมูล จ. นครนายก 26120 โทร 089 7766989
นากำลังจะหมด ขายที่ปลูก บ้าน และ คอนโด หรือ ไม่ก็ โรงงาน ที่ขอนแก่นครับ ท่าน
เรียนท่านอาจารย์ jj ที่พัทลุงพื้นที่นา โดนรุกด้วยนาปาล์ม ต้องทำแผนแบ่งโซนกัน พืชพลังงานมาแรง พื้นอาหารต้องปกป้อง
สวัสดีค่ะท่านวอญ่า ผู้เฒ่า..วันนี้..ได้เห็นเรื่องราว..ของการเก็บเมล็ดพันธุ์..พืช..เก่า..ที่กำลังจะสูญพันธุ์..เพราะการส่งเสริมการเพาะปลูกแต่พืชเชิงเดี่ยว...เขา(ฝรั่ง)พูดถึง..ชาวนา..ที่อยู่ห่างไกล..ศิวิลัยก์เอื้อมมือไปไม่ถึง..ชาวนาเหล่านั้นยังปลูก..ข้าว..(สาลี)..พันธุ์เดิมๆและปลูก..คระเคล้า..ระหว่างพันธุ์..สภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงเวลานี้..ปรากฏว่า..ผลผลิต..และการต่อสู้กับภัยธรมชาติ..นั้น..ดีกว่า..ข้าวพันธุ์ใหม่..ที่ถูกส่งเสริมให้ปลูก...(คิดว่า..ข้าว..ก็คงมีปัญหานี้เช่นเดียวกัน(ใช่ไหม)..พืชอาหาร..ควรได้รับการ..ปกป้อง..(อย่างว่า)..มิฉะนั้น..คลังอาหาร..นั้น..เวลานี้..ถูกเปรียบว่า..เป็น"ทอง..สีเขียว"..แล้ว..เจ้าค่ะและมันกำลังจะเป็นปัญหาใหญ่ที่เราๆควรจะมีวิจารณาเป็นพิเศษ..นะเจ้าคะ...(.ยายธี)
แถวบ้านคุณมะเดื่อยังมีนาข้าวหลงเหลืออยู่บ้าง แต่นากุ้งมากมายไปหมดจ้ะลุงวอ
มาให้ดอกไม้ไว้ก่อนกลับมาอ่านเรื่องราวของบ้านเกิดค่ะ
เมืองพัทลุง.. พัฒนาก้าวหน้าไม่หยุดจริงๆ
สวัสดีค่ะท่านวอญ่าฯส่วนที่ลำพูนก็ยังพอมีนาเหลืออยู่ค่ะ เอาใจช่วยเมืองพัทลุงและท่านวอญ่าฯกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์นะคะ
เข้ามาอ่าน ได้เรียน ได้รู้
ขอบคุณครับพี่บัง...
คารวะท่านวอญ่าครับ ผมมองโลกยุคลูกๆของเราว่า
เมื่อเส้นแบ่งพรมแดนจางลง เทคโนโลยีจะทันกัน พลังงานส่วนใหญ่มาจากปรมาณูเพื่อสันติ ความแตกต่างได้เปรียบของแต่ละชาติกลุ่ม จะอยู่ที่อาหารเป็นปัจจัยหลัก เราจะช้ำแค่ไหนถ้า เจริญทุกด้านแต่ต้องนำเข้าอาหาร และจะช้ำยิ่งกว่าถ้าพืชผลที่เก็บเกี่ยวบนผืนดินไทยเป็นของนายทุนต่างชาติ
หากลูกหลานเราสำนึกรู้ข้อนี้ ถึงวันนั้นเราจะเป็นหนึ่งในชาติมหาอำนาจทางอาหาร
ผมขอสนับสนุนเรื่องอนุรักษ์ พัฒนาพื้นที่เกษตรกรรมครับ
น่าสนใจมากเลย ควรช่วยกันอนุรักษ์พื้นที่ทำนาและพันธุ์ข้าวไว้นะครับ
.... ข้าวพันธ์ดีดี .... ร่วมกันรักษา นะคะ ...... ท่านสบายดี นะคะ ....
เรียนคุณยายธี คนทำเกษตรกำลังมีปัญหาเรื่องเมล็ดพันธ์ เพราะบริษัทผูกขาดการจัดเก็บเมล็ดพันธ์
วิธีแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธ์ หายไปเพราะ ความสะดวกสบาย มาวันนี้จึงรู้ค่าเมล็ดพันธ์ ต่อเมื่อเมล็ดพันส่วนใหญ่อยู่ในมือพ่อค้า
การฟื้นฟูอนุรักษ์ พันธ์ข้าวพื้นเมืองที่ปลูกตามฤดูกาล (หยาม) ก็ถูกตั้งคำถามหยิบยกมาถกแถลงในวงชาวบ้าน ที่ต้องการปกป้องพันธ์เมล็ดพันธ์ของเกษตรกร
ก็ต้องติดตามกันอย่างยาวนานว่าคนกลุ่มนี้จะถูกบริษัทจัดการอย่างไร
หรือเขาจะจัดการบริษัทอย่างไร
เรียนน้องมะเดื่อ ที่พัทลุง นากุ้งเจ๋ง เกิดเป็นนาปาล์ม และนายาง หลายพื้นที่
มาให้กำลังใจค่ะ...
ดาก็มาให้กำลังใจและคิดถึงเสมอนะคะ
ข้าวบางแก้ว เป็นข้าวที่เคยกินประจำ แต่หลังๆมานี้คนไม่นิยมกินข้าวบางแก้ว หันไปกินข้าว สารส้มโอ สารตราฉัตรกันแทบทุกครัว
ที่นาปะขอ ยังอนุรักษ์ พันธ์ข้าวพื้นเมืองไว้หลายชนิด โอกาสหน้าจะนำมาเขียนเรียนรู้กัน
เรียนคุณ ระพี ข้าวคือความมั่นคงทางด้านอาหาร บริโภคข้าวที่ทำนาเอง ปลอดภัยจากสารพิษ ได้ประโยชน์คุ้มค่า
เรียนคุณ หมูจ๋า พื้นที่พัทลุง เคยมีพื้นที่นาทำนาส่งข้าวขาย มาเลเซีย อินโดนีเซีย
แต่ปัจจุบัน คนทำนาไม่คุ้มทุน จึงหันไปเอาที่นามาปลูกปาล์ม ปลูกยาง
คนพัทลุงกลุ่มหนึงที่ที่ต้องสร้างสุขสู่เมืองลุง จึงลุกขึ้นมาปกป้องพื้นที่ความมั่นคงทางด้านอาหาร
เพราะหวังว่าข้าวคือสุขภาวะของคนในชุมชน
ขอบคุณ คุณ พ.ที่แวะมาให้กำลังใจไม่ขาดหาย ทั้งยังขยันเขียน ถอดบทเรียน Happy Ba
เรียนคุณYanyong-P ขอบคุณที่มีวาสนาได้รู้จักมาทักทายในบันทึก
เรื่องปรมณูเพื่อสันติ อันนี้ยังไม่มีข้อมูลความรู้
แต่เรื่องข้าวปลา อาหาร พื้นที่ทางการเกษตร พอมีข้อมูลให้แลกเปลี่ยน
มจ.สิทธิพร กฤษดากร ได้กล่าววาทกรรมไว้ เมื่อปี 2493 ว่า่"เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาซิของจริง"
คิดเล่นไม่อยากให้เป็นจริง ว่าหากโลกเกิดภัยพิบัติ ข้าวยากหมากแพง แต่เรามีข้าวกิน ก็พออยู่ได้ ถึงเวลานั้นเงินทองก็ไร้ประโยชน์ในการซื้อหาอาหาร