-วันนี้มีเรื่องเกี่ยวกับ"ผักส้มอูด"มาฝากทุกท่านครับ....ช่วงเช้าของวันนี้ผมนัดกับ"พี่สมเวส เพชรทูล"ไว้....โดยวันนี้มีภารกิจคือจะเอา"เกียรติบัตร"ไปมอบให้"สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านขอนทองคำ"ซึ่งผลการประกวดกิจกรรม"กลุ่มแ่ม่บ้านเกษตรกรระดับจังหวัดปี 2556" ได้ตัดสินออกมาแล้ว..ผลปรากฎว่า"กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านขอนทองคำ"ได้รับรางวัล"ชมเชย" ในปีนี้...และเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร จังหวัดกำแพงเพชรจึงได้มอบ"เกียรติบัตร"ให้กับกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรที่ได้รับรางวัลในปีนี้ด้วยครับ....

1.จังหวัดกำแพงเพชร ขอมอบเกียรติบัตรฉบับนี้ ให้ไว้เพื่อแสดงว่า"กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านขอนทองคำ ตำบลถ้ำกระต่ายทอง อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร" เป็นกลุ่มที่ได้รับ"รางวัลชมเชย" ในการประกวดกิจกรรมส่งเสริมการเกษตร ปี 2556" พี่สมเวส เพชรทูล ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรฯ เป็นตัวแทนในการรับมอบเกียรติบัตรนี้ครับ.....

2.หลังจากที่ได้รับมอบ"เกียรติบัตร"แล้ว...วันนี้พี่สมเวส ได้ชวนผมไปเก็บ"ผักส้มอูด"ครับ..เข้าสู่หน้าฝนมาได้สักพักแล้ว....อาหารจากป่าก็เริ่มทยอยออกมาให้พวกเราได้"ลิ้มรส"กันแล้วหละครับ...

3.เดินเข้าไปในป่าข้าง ๆ บ้านพี่สมเวส ได้สักพัก เราก็ได้พบกับ"ผักส้มอูด" แล้วหละครับ....ผักชนิดนี้ เป็นผักที่ชาวพรานกระต่ายนิยมนำมาทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็นผักสดจิ้มน้ำพริก ผัดใส่ไข่ หรือยำ ก็สามารถทำได้ครับ....

4.ความสงสัยเกิดขึ้นมาอีกแล้วครับ...ว่า"ผักส้มอูด"มีชื่ออื่นอีกหรือไ่ม่??? ดังนั้นจึงได้สอบถาม"พี่บุญยวง"คนรู้จักกัน เขาบอกว่าบางแห่งจะเรียกผักนี้ว่า"ผักแผ่นดินเย็น" น่าสนใจจริง ๆ ....มาถึงสำนักงานแล้ววันนี้จึงต้องหาข้อมูลใน Internet เพิ่มเติมซักหน่อย ผลปรากฎว่า"ผักส้มอูด มีชื่ออื่น ๆ อีกว่า"ว่านเปราะหอม แดง เปราะหอมขาว,ว่านหอม,ว่านตีนดิน,ว่านแผ่นดินเย็น"ครับ.....ตามอ่านข้อมูลต่อได้ที่นี่ครับ http://natres.skc.rmuti.ac.th/WAN/data/ploc-hom.htm

5.เจอแล้ว"ผักส้มอูด"แล้ว...พี่สมเวส ก็ลงมือเก็บทันที...วิธีการเก็บก็ใช้มีดแซะลงไปในดิน แล้วดึงต้นผักส้มอูดขึ้นมาเีี่ีราก็จะได้"ผักส้มอูด"แล้วหละครับ..

6.เราก็ได้"ผักส้มอูด"แล้วก็ขอ"เก็บภาพ"ไว้ซะหน่อย 555 ตามข้อมูลที่ได้มาอีกอย่างหนึ่งเขาบอกเอาไว้ว่า
บางพื้นที่เรียกว่า "ว่านอูด" เป็นพืชกลิ่นหอม ภูมิปัญญาพื้นบ้านสมัยก่อน คนในแถบอิสานตอนบน เขาจะนำเอาโยนลงกองไฟ เผาให้มันมีกลิ่นหอมลอยไปตามลม แล้วสูดดมควันแล้วจะทำให้นอนหลับง่าย
และในปัจจุบัน มีการเอามาผสมเป็นกลิ่นธูปหอมไหว้พระ เพื่อให้กลิ่นผ่อนคลาย จิตสงบ นอกจากกลิ่นหอมๆจะช่วยให้ผ่อนคลาย ความตึงเครียดแล้ว ยังมี ฤทธิ์อย่างอื่น อีก เช่น มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ลดการอักเสบ ฤทธิ์แก้ปวด ครับ ติดตามข้อมูลต่อได้ที่นี่ครับ http://www.baanmaha.com/community/thread47406.html

7.กลับมาถึงบ้านพี่สมเวส เราก็นำมาล้างทำความสะอาด แล้วผมก็"ลองชิม"ดู ปรากฎว่า"ผักส้มอูด"ไม่มีรสชาติใดๆ นอกจากจะมีกลิ่นหอมคล้ายกับประชายหรือขิงรวมกัน กลิ่นไม่ฉุนมากนัก พี่สมเวส บอกว่า สามารถนำ"ผักส้มอูด"มาทำอาหารได้หลายอย่างเช่น จิ้มนำ้พริก ผัดใส่ไข่ หรือยำ วันนี้ผมลองชิม"ผักส้มอูด"แบบสด ๆ แล้ว เอาไว้วันหน้าผมจะลองนำ"ผักส้มอูด"ไปทำอาหารบ้าง เพราะว่าที่ตลาดสดพรานกระต่าย จะมีแม่ค้านำ"ผักส้มอูด"มาขาย ไว้มีโอกาสผมจะลองทำเมนูจาก"ผักส้มอูด"มาฝากมิตรรัก G2K ได้ร่วมชม...ชิม...อาหารตา...ไปพร้อม ๆ กันในบันทึกต่อไปนะคร๊าบ!!!
สำหรับวันนี้......หลังจากที่ไปเก็บ"ผักส้มอูด"แล้วยังมีโอกาสได้ไปช่วยพี่สมเวส"เก็บแตงไทยและกระเจี๊ยบเขียว"อีกด้วยนะครับ...เอาเป็นว่า..จะทยอยนำมาบันทึกให้ได้อ่านกันนะคร๊าบ!!!
สวัสดีครับ......
เพชรน้ำหนึ่ง
31/05/2556
ปล.ต้องขอขอบคุณข้อมูลเกี่ยวกับ"ผักส้มอูด"จากที่นี่ด้วยนะครับ...
- http://www.baanmaha.com/community/thread47406.html
- http://natres.skc.rmuti.ac.th/WAN/data/ploc-hom.htm
บอกตรงๆ ค่ะ ไม่เคยเห็นผักส้มอูดเลย โชคดีที่มีกัลยาณมิตรใจดีอย่างคุณน้ำเพชร นำมาแบ่งปัน ขอบคุณมากค่ะ
มาชื่นชมเกษตรกรคนขยันและผักส้มอูดที่น่าสนใจค่ะ...
อิอิ...หนู tuknarak เปลี่ยนชื่อให้เป็น "คุณน้ำเพชร" ไปแล้ว
สมัยเด็กๆ อาจารย์แม่ไอดินไปเก็บเห็ดในป่า เจอผักที่ "คุณเพชรน้ำหนึ่ง" เรียกว่า ผักส้มอูด แต่แม่และชาวบ้านพาเรียกว่า "ว่านตูบหมูบ" แม่จะขุดแล้วนำไปนึ่งหรือลวกจิ้มน้ำพริก เท่านั้นค่ะ ไม่เคยนำไปทำอย่างอื่น แม่ยังเล่าให้ฟังว่า เวลาลิงออกลูก มันจะขุดว่านชนิดนี้มากิน คนจึงกินตาม
ปีที่ผ่านมา อาจารย์แม่ไอดินพบว่านตูบหมูบโผล่จากดิน 2 ใบ (แถวบ่อเลี้ยงปลา) นึกถึงแม่ขึ้นมาทันที ก็เลยขุดไปปลูกใกล้ๆ บ้าน (หัวคล้ายๆ กระชายค่ะ) เมื่อวานนี้เห็นขยายออกเป็น 4 ต้นดีใจมากค่ะ พรุ่งนี้จะต้องใส่ปุ๋ยหน่อย
คุณเพชรบอกว่า คนในแถบอีสานตอนบน เขาจะนำเอาโยนลงกองไฟ เผาให้มันมีกลิ่นหอมลอยไปตามลม แล้วสูดดมควันแล้วจะทำให้นอนหลับง่าย เดี๋ยวจะนำไปทดลองกับพ่อใหญ่สอดูนะคะ
ไม่เคยเห็นและรู้จักมาก่อน หรืออาจจะเคยเห็นสมัยเด็กๆแต่ก็ไม่เคยกิน ถ้าเห็นก็คงไม่รู้หรอกว่ามันชื่ออะไร กินได้ไหม
ขอบคุณที่เอาเรื่องราวของผักพื้นบ้านมาบอกกล่าวแบ่งปันครับ...
ผมไม่้รู้จักจิงๆ
เอาแคเหราะมาแลกกับแตงไทย + ผักส้มอูดแล้วจ้ะ
ที่ศรีสะเกษบ้านผมมีเยอะแยะเลยครับ ภาษาเขมรเรียกว่า "เปราะ" ส่วนภาษาลาวเรียกว่า "ว่านตูบหมูบ" อย่างที่ป้าวิ ไอดิน กลิ่นไม้ บอกไว้นะครับ
กินสดๆ กับน้ำพริกปลาหรือป่นปลา แซบหลายขนาดเลยด้อครับ
สวัสดีค่ะท่าน เพชรน้ำหนึ่ง ไม่เคยรู้จกเลยค่ะ ขอบคุณที่นำข้อมูลดีๆ มาฝาก
.... เป็นแนวคิดที่ดีมากๆๆ นะคะ ..... เยี่ยมจริง ..... ถ้าไม่ทำไว้อีหน่อย ..... คนรุ่นหลังไม่รู้จัก นะคะ ..... ขอบคุณค่ะ น้องเพชร ......
ชอบการเขียนค่ะ ทำงานประจำอย่างสนุก และนำมาเล่าอย่างมีความสุข
ผู้อ่านได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น ไ่ม่เคยรู้มาก่อน ขอบคุณมากค่ะ
ใบคล้ายผักตบ
ตามมาดูเพราะไม่เคยรู้จัก อ่านทีแรกคิดว่าเป็นผักกูด ที่เอามานึ่ง ทำซุป(แบบลาวๆๆ พื้นบ้าน)
อ้อ..ไม่ใช่
-สวัสดีครับ..
-คุณ Tuknarak ยินดีที่ได้ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดี ดี และอนุรักษ์ผักพื้นบ้านครับ.
-ขอบคุณที่มาเยือนครับ
-สวัสดีครับ..
-ป้าใหญ่...พี่สมเวส ถือว่าเป็นคนที่มีความขยัน และเป็นเกษตรกรตัวอย่างที่ีดีทีเดียวครับ..
-กิจกรรมของพี่สมเวสมีหลากหลายมาก ๆ ล้วนแต่น่าสนใจครับ..
-ขอบคุณที่มาเยี่ยมบันทึกนี้ครับ
-สวัสดีครับ....
-อาจารย์แม่ไอดิน....
-ชอบชื่อใหม่"น้ำเพชร"จากคุณ Tuknarak 5555
-ขอบคุณสำหรับชื่อและที่มาของผัก"ตูบหมูบ"นะครับ..
-คิดว่าชื่อของผักตูบหมูบน่าจะมาจาก"ใบที่มีลักษณะ"ตูบหมูบ" นะครับ 55
-ขอบคุณครับ
-สวัสดีครับ..
-คุณ พ.แจ่มจำรัส...ยินดีที่ได้แบ้งปันเรื่องผักส้มอูดครับ..
-กินได้ครับท่าน..ไว้จะทำเมนูจาก"ผักส้มอูด"มาฝากนะครับ
-สวัสดีครับ..
-คุณอานนท์ ยินดีๆ ที่ได้แบ่งปันเรื่องนี้ครับ..
-อาจารย์แม่ไอดินบอกว่าทางอีสานเรียก"ผักตูบหมูบ"ครับ
-สวัสดีครับ.
-คุณมะเดื่อ..เอาแครอทมาแลกผักส้มอูด..55
-ชอบครับ..
-วันนี้จะทำน้ำแครอทปั่นกินครับผ้ม....
-สวัสดีครับ..
-ท่านอักขณิช....ยินดี ๆ ครับ..ท่านเคยกินผักชนิดนี้ด้วย.
-วันก่อนลองชิมดู ไม่มีรสชาติใด ๆ แต่ก็มีกลิ่นหอมอ่อน ๆครับ..
-จิ้มกับน้ำพริกปลาร้าแบบสด ๆ น่าจะดีเหมือนกัน
-ขอบคุณครับ
-สวัสดีครับ..
-ครูทิพย์...ขอบคุณที่มาเยี่ยมนะครับ..
-บันทึกนี้ภูมิใจนำเสนอผักพื้นบ้านครับ..
-สวัสดีครับ..
-พี่หมอเปิ้น....คงต้องหาผักพื้นบ้านมาบันทึกไว้หลาย ๆ ชนิดแล้วหละครับ..
-ไว้ให้เด็กรุ่นหลังได้ศึกษาและอนุรักษ์ครับ..
-ขอบคุณครับพี่หมอ