เชียงราย....คำนี้เขาเถียงกันมานานว่ามาจากอะไร ผมว่ามาจากคำว่า เชียง+รายา แปลว่า เมืองแห่งพระราชา คำว่า รายา กับ ราชา นั้นเป็นคำเดียวกัน

ชื่อนั้นมันผิดฤาไฉน


๒๕ ปีที่ผ่านมา ผมได้คิดวิเคราะห์เรื่องชื่อเมือง สถานที่ไว้มาก วันนี้ขอนำมาสรุปไว้ ณ ที่เดียวกัน  เพื่อให้ง่ายต่อการอ่านของท่านผู้สนใจด้านภาษา ประวัติศาสตร์ (ซึ่งวันนี้มีน้อยมาก) 


พาหุรัด  (ย่านค้าขายเก่าแก่ในกทม.  เกาะรัตนโกสินทร์  มีแขกขายผ้ามากที่สุด ติดกับสำเพ็ง)  ....ผมคิดไว้เมื่อประมาณ พศ. ๒๕๓๓ ว่า  มาจาก คำว่า   ภารตะ  ซึ่งคนไทยเราใช้เรียกแดนอินเดียนั่นเอง  ผมเอะใจครั้งแรก ก็คือ ภาษาฝรั่งสะกด ภารตะ ว่า  bharat (ออกเสียงประมาณ ว่า  บฮาหรัด )  พวกแขกยุคแรกๆ คงเรียกว่า บฮาหรัด และคนไทยออกเสียงเป็น บาฮาหรัด  แล้วเพี้ยนมาเป็น พาหุรัด ในที่สุด   


ละโว้....เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมภูมิใจมากที่คิดได้ (เป็น usa ผมคงได้ปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ด้านภาษาไปแล้ว แต่ที่นี่ประเทศไทย ..โพสต์แทบตายยังมีคนอ่าน ตั้ง ๒๕ คนแน่ะ)    เพราะค้านกับนักวิชาการอักษรศาสตร์ ประวัติศาสตร์  โบราณคดีทั่วประเทศ และทั่วโลก  ที่เชื่อตามการวิเคราะห์ของ จิตร ภูมิศักดิ์มานานกว่า ๕๐ ปี ว่า คำว่า ละโว้ (เมืองลพบุรี) นี้มาจากภาษามอญ ว่า “ลูโว”  แปลว่า ภูเขา  แต่ผมว่าเป็นภาษาแขก  มาจาก ลวฺ  (ละวะ)  แปลว่าน้ำ  ดังที่มีการจารึกเสมอว่า ลวปุร (ละวะบุรี)  แล้ว ว กับ พ นั้นแทนกันได้  ก็กลายเป็น ลพปุร (ละพะปุร )  และกลายเป็น ลพบุรี (ลบ-บุรี) ในที่สุด....ส่วนละโว้ นั้นมาจากการพยายามทำให้เป็นแขกมากยิ่งขึ้น  เลย เอา ลว+อุทัย+ปุระ  =  ลโวทัยปุระ  พอตัดสั้นๆ  ก็กลายเป็น ลโว  หรือ ละโว้  นั่นเอง  (สุโขทัยยังเอาแบบ สุข+อุทัย = สุโขทัย)   อักษรว่า “ลโวทยฺปุร”  ยังมีสลักอยู่บนเหรียญเงินโบราณยุคทวาราวดี  ...เรื่องนี้ฟันธงร้อยปซ. ว่าไม่ผิด  เอาคอเป็นประกัน  ละโว้  มาจาก ลว+อุทัย

ละว้า....เป็นชนเผ่าที่มีชื่อระบาดทั่วหน้าประวัติศาสตร์ พงศาวดาร  ไม่รู้ว่าเป็นใครแน่  ผมเลยขอเดาว่าเป็นชาว  ละวะปุระ นี่แหละ  ซึ่งเป็นพวกเดียวกับพวก ขอม  มอญ  ซึ่งเป็นพวกเดียวกับ สยำ นี่แหละ  (มอญ  ขอม ไม่ได้หายไปไหน แต่กลายมาเป็น สยำ นี่แหละ) 


เชียงราย....คำนี้เขาเถียงกันมานานว่ามาจากอะไร  ผมว่ามาจากคำว่า เชียง+รายา  แปลว่า เมืองแห่งพระราชา  คำว่า รายา กับ ราชา นั้นเป็นคำเดียวกัน  เพียงแต่จะออกเสียงหนักหรือเสียงเบาเท่านั้นเอง  ทางอินโดนีเซียจะออกเสียงว่า รายา เสมอ  แต่บางที่ก็ออกเป็น ราจา ก็มี  ส่วนคนไทยเรานิยมตัดสระอาด้านท้ายออก  ดังนั้น ราชา ก็เป็น ราช (ราด)  รายา ก็เป็น ราย ...วันนี้ยังมีหมู่บ้านโบราณ ห่างจากตัวเมืองเชียงรายออกไปทางเชียงแสนสัก ๑๐ กม.  ชื่อว่า  สุวรรณรายา  (ยังไม่ตัดสระอาออก) 


มังราย...พระยามังราย เม็งราย  ก็เช่นกัน มาจาก  มัง+รายา แปลว่า  เป็นเจ้าแห่งชาวมัง  ซึ่งพงศาวดารก็ได้จารึกไว้ว่า ดินแดนแห่งนี้เมื่อก่อนเป็นดินแดนของชาว มง  ซึ่งนักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าเป็นชาว มอญ  (ผมก็เชื่อด้วย) 


ชัยนาท...ชื่อนี้ยากที่สุดในการถอดรหัสชื่อเมืองของผม ...ชาวเมืองวันนี้เขาเชื่อกันง่ายๆว่า คือ ชัยชนะที่ดังกึกก้องกัมปนาท..(แล้วหดเหลือแค่ชัยนาท)  แต่ผมไม่เชื่อ  ผมเชื่อว่ามาจากคำ แขก  ว่า “ศรีจนาศะ” (อ่านว่า สีจะนาสะ )  เมืองนี้เป็นเมืองโบราณที่มีเอ่ยสรรเสริญไว้มากในศิลาจารึกขอมโบราณยุค ๑๒๐๐ ปีก่อน  แต่นักวิชาการแตกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งว่าคือเมืองศรีเทพ (อ.ศรีเทพ จ. เพชรบูรณ์)  อีกฝ่ายว่าคือ เมืองเสมา (อ.สูงเนิน จ.โคราช หรือ อังกอร์ราช)  ...... แต่ผมว่าคือ ชัยนาท  เพราะถ้าเราตัด ศรี  ซึ่งเป็นเพียงการยอยศออก  จะเหลือ จะนาสะ  แต่คนไทยชอบตัด อะ ท้ายออก ก็เหลือ จนาศ  (ออกเสียงว่า จะนาด)  ต่อมาก็เลยเพี้ยนเป็น ชัยนาท  เพื่อสร้างความหมายใหม่ ...ยิ่งเมืองนี้เก่าแก่มาก ประมาณ ๓ พันปี มีแหล่งโบราณคดีมากมาย  ก็ยิ่งเป็นไปได้มาก ...เพื่อผมคนหนึ่งจบวิดวะจุฬาเกียรตินิยม นั่งทางในแล้วยังบอกว่า พพจ. ตรัสรู้ที่ชัยนาทนี่แหละ  (ไม่เชื่ออย่างเพิ่งลบหลู่)


สระบุรี....ผมว่าชื่อเดิมน่าเป็น สุรบุรี  (เมืองที่เข้มแข็ง)  เหตุผลให้ไว้แล้วในบทความก่อนๆ 


ปู่เจ้าเพิ่นว่า....เป็นท่อนหนึ่งของคำร้องในเพลง ไทยดำรำพัน  ซึ่งวลีนี้มีการถอดความหลากหลายมาก  เช่น  สูเจ้าเพินว่า  ...ผมนั่งฟังถอดความอยู่เป็นร้อยเที่ยว สรุปว่า คือ  “สู่เจาสอนลา”  ...หมายความว่าคนไทยดำ (เด็กสตรีคนชรา)  จากเมืองแถน (เดียนเบียนฟู)  อพยพหนีสงครามกู้เอกราชกับฝรั่งเศส  ไปสู่เมือง “เจาสอนลา”  (chou son la )  ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อีกเมืองของคนไทยในเวียตนามเหนือ  ไปค้นประวัติศาสตร์ แม้ในวิกิพีเดียง่ายๆ   ก็เจอแล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ...ส่วนคำว่า เจาสอนลา นี้น่าจะเป็นคำไทย เช่น อาจคือ เจ้าเชิญหล้า  เพราะเนื้อเพลงไทย ออกเสียงว่า  สูเจ้าเซินหล่า  (เซิน ในสำเนียงไทยลาว ก็คือ เชิญ นั่นเอง) 


ลังซัน  เกาบัง...ในเวียตนามเหนือ ก็เป็นเมืองที่มีคนเผ่าไทยมาก  ผมว่าเป็นชื่อไทยแน่ๆ  และน่ามาจากรากศัพท์ว่า หลังสัน  เขาบัง 

ในเมืองจีนตอนใต้ก็มีเมือง...คุนหมิง (เมืองหลวงยูนนาน) ...ซึ่งผมว่าน่ามาจาก  ขุนมิ่ง  ส่วนเมืองเชียงรุ่ง วันนี้คนจีนเขาเรียกว่า  จิงฮอง ไปแล้ว  แม่น้ำล้านช้างที่ผ่าน จิงฮอง ก็เรียกว่า  ลันคัง  อีกหน่อยจะเพี้ยนไปยิ่งกว่านี้ แล้วจะมีใครถอดความออกแบบ ศรีจนาศะ ไหม


เซี่ยงไฮ้...นั้นผมว่า คือ เชียงราย นี่แหละ  เพราะคนลาว ราย ก็เป็น ฮาย  เชียง ก็ เซียง  ...กวางตุ้ง  อาจมาจาก แขวงทุ่ง  ..ผมเคยถามเพื่อนจีนว่า กวางแปลว่าอะไร เขาบอกว่าแปลว่า บริเวณกว้างขวาง  ก็ตรงกับเราเลย  กวางตุ้ง อาจเป็นคำไทยแปลว่า ทุ่งกว้าง  ..แถบนี้คนไทยทั้งนั้น  การนับเลขชาวกวางตุ้งกับชาวไทยยังคล้ายกันมากเลย  dna ก็ว่าคล้ายกัน  ...สังเกตเมืองแถวนี้มีกวางเยอะมาก  กวางตุ้ง กวางสี  กวางโจว


สยาม...ผมขอเสนอว่ามาจาก คำว่า  สวายามภูวา  ซึ่งเป็นชื่อท้ายของพระบิดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๕  (หรือที่ ๖ หนอ ชักลืมไปแล้ว)  ที่เสด็จจากพิมายมาครองนครวัด  โดยมีทหารจากพิมายมาช่วยยึดอำนาจ แล้วอยู่ประจำ  (เรื่องนี้ยาวมาก สนใจลองหาอ่านดูในเรื่อง  ขอม สยาม เขมร ของผมนะครับ เขียนไว้หลายตอนมาก ) 


เขมร...ให้บังเอิญเหลือเกิน ที่ ศ.ดร. เซเดย์ (นักวิชาการฝรั่งเศสเจ้าเล่ห์)  ก็มามุกเดียวกับผมเลย  (โดยมิได้นัดหมาย) โดยเขาว่า คำว่า “เขมร”  มาจากชื่อบิดา มารดา ของ ชย. ๕ (หรือ ๖ เนี่ย)  เพราะบิดาชื่อ กัมพู  สวายามภูวา  ส่วนมาราดาชื่อ นางเมรา ดังนั้น เขมร = กัมเมรา =  กัมพู + เมรา  นั่นแล  ...โหยเชื่อมเก่งจังนะ เซเดย์ (คนอ่านหลักศิลาจารึกพ่อขุนรามของเราซะด้วย ยิ่งน่าเชื่อเข้าไปใหญ่  ส่วนนักวิชาการไทยอ่านไม่ออก  ภาษาพ่อแม่แต้ๆ ก็เชื่อเซเตย์ไปตามๆกันมาจนวันนี้ ) 


กัมโพช คือ สยาม (พม่า ล้านนา เรียกกัมโพชหมด) ....ผมค้นไปทั่ว พบว่า พงศาวาดาร พม่า  และ ล้านนา เรียกประเทศไทยว่า แคว้นกัมโพช  ส่วนเมืองหลวงนั้น ล้านนาเรียกอยุธยาว่า อโยชชปุระ  ส่วนพม่าเรียกว่า โยเดีย  ...เรื่องนี้ใหญ่มาก  แต่นักประวัติฯ อักษร ไทยยังไม่สำเหนียก  แสดงว่า ประเทศกัมพูชา (กัมโพช) นั้นหมายถึงสยาม ไม่ใช่เขมร  (เรื่องนี้ก็ยาวมาก ๆ  ผมเขียนแจงแสดงว่าความไว้ในบทความเก่าๆ  เรื่อง ขอม สยาม เขมร ไว้แล้ว  สนใจไปหาอ่านกันดู  แต่จะมีใครสนใจไหมน้อ..)


สยำกุก  สีกุก สมโบร์ไพรกุก....ดูเหมือนผมจะทะเลาะกับ จิตร ภูมิศักดิ์ มากที่สุด ทั้งที่เคารพท่านมาก แต่จิตรว่า สยำกุก คือ สยามมาจากแม่น้ำกก (เชียงราย) ซึ่งผมไม่เชื่อเด็ดขาด  เพราะคำว่า กุก นี้มีอย่างน้อยอีกสองแห่ง คือ วัด สีกุก  (ริมเมืองอยุธยา)  และ เมืองโบราณ (ในเขมร )  ชื่อ สมโบร์ไพรกุก  ซึ่งนักอักษรไทยแปลกันว่า  สมบูรณ์  ป่า(ไพร)   แต่ผมแปลว่า เมืองแห่งชาว สม  (สมโบรี ไพรกุก)  ..เมืองนี้สร้างวัดเหมือนศรีเทพยังกะแกะ  มียักษ์แคระแบกกำแพงด้วย  โบร์ คือ บุรี (ไม่ต่างอะไรกับ สิงคโปร์ คือ สิงห์บุรี)  ส่วนกุกคือ อะไร  วันนี้ผมค่อนข้างจะแปลว่า ชนเผ่า หรือ ก๊ก นั่นเอง (อาจไปพ้องกับภาษาจีนโดยบังเอิญ หรือไม่บังเอิญก็แล้วแต่)  ดังนั้น เนะ..สยำกุก (คำสลักที่กำแพงนครวัด)  ก็แปลว่า นี่ไงชนเผ่าชาวสยาม  ....สีกุก  อาจมาจาก ศรีกุก  (ชนเผ่าผู้รุ่งเรือง) ...สมโบร์ไพรกุก =  เมืองของชนเผ่าสม  (ซึ่งนักอักษรบางท่านว่า  สม ก็คือ สยาม นั่นเอง แต่ไม่ได้เกียวกับอะไรกับเมืองสมโบร์นะ..ผมเอามาเชื่อมเอง  ) 


อู่ทองมีชัย (อุดงเมียนเชย)....วันนี้นักประวัติศาสตร์ไทยไม่มีใครกล้าออกเสียง อู่ทองมีชัย เพราะเกรงใจเขมร  ...แต่เมืองนี้ผมได้เขียนไว้มากแล้วว่า  น่าเป็นเมืองที่เสียดสีคำว่า  “สยามราบ “  (เสียมเรียบ)  ที่เขมรฆ่าคนสยามตายหมด ที่นครวัด  จนพระเจ้าอู่ทองต้องนำคนจากนครวัดหนีตายมาสร้างกรุงศรีอยุธยา ...พอล้างแค้นเขมรเสร็จก็เลยสร้างเมือง ข่มนาม  ชื่อว่า อู่ทองมีชัย ซะเลย 


สัวเสด็ย  (สวัสดี) ....คำสวัสดีของเขมรนั้น ผมรับรองว่ามาจากภาษาไทย  ...แต่นักวิชาการเขมรอ่านผิด  เอาไม้หันอากาศ ไปไว้ผิดที่ กลายเป็น สัวสดี  (ซัวสดี)  แต่เสียงเขมร อี ออกเป็น เอย ก็เลยกลายเป็น ซัวเสด็ย  เฉยเลย  ...เช่น ปราสาทบันทายศรี  ก็เป็น บันทายเสร็ย  ...เรื่องนี้ไม่แปลก เพราะแม้นักการทูต  ศ.ดร.ดังไทย ก็ยังออกเสียงคำง่ายๆ เช่น determine ผิดกันเป็นประจำเลย


...ยังมีอีกมาก  แต่วันนี้เหนื่อยแล้ว เอาเพียงเท่านี้ก่อนเด๊อปี้น่องเด๊อ


....คนถางทาง (๓๐ พค. ๒๕๕๖)