ในค่ำคืนวันวานผู้เขียนต้องเข้าไปในงานสังสรรค์ศิษย์เก่า ม. ทักษิณ
พอไปถึงหน้าตึกคณะมนุษย์ ฯ มีเสียงเรียกใต้เต็นท์เชื้อเชิญให้มาชิมรสอาหารนำมาจากเมืองปัตตานีซึ่งอยู่ในซุ้มอาหารมลายู ว่าแล้วเจ้าภาพที่รู้จักกันก็สั่งบริการนำอาหารมาให้หนึ่งจานชื่อนาซิมาแกอะไรนี่ละ เป็นของหากินยากเพราะถ้าอยากต้องเดินทางไปถึงเมืองปัตตานี ลักษณะเหมือนข้าวเหนียวมะม่วงราดแกงผมเลือกสั่งกินเนื้อปลาแทนเนื้อไก่ดูแล้วเหมือนเปิดปลากระป๋องเทราดข้าวเหนียวหวานที่มีเครื่องเทศ
ผมถามว่าอาหารนี้ได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมใด มีเสียงตอบจากเจ้าภาพว่าคงมาจากอินเดียครับ เพื่อมารยาทที่เพื่อนนั่งทานยังไม่เสร็จเลยหามาอีกจานเป็นประเภทเส้นใหญ่ก๋วยเตี๋ยวพอใกล้จะหมดจึงรู้สึกว่าเค็ม ๆ ต้องเดินหาผลไม้มาทานก็กิน ๆ คุย ๆ กันไปหลากหลายเรื่องราวนี่ละครับข่าวสารบางอย่างที่คาดเอวไม่ถึงก็มาจากวงคุยกันประสาเพื่อน ๆ นี่ละ ในวงของเรามีการคุยกันหนึ่งภาษาไทยภาคกลาง สองคุยกันเป็นภาษาปักษ์ใต้ท้องถิ่น ๆ ครับ และสามก็เป็นภาษายาวี
ตบท้ายด้วยชาชัก ผมโดนเข้าไปทำท่าตาลอยเพราะไม่เคยดื่มมานานแล้ว ด้วยชาชักนี่เองเมื่อคืนที่ผ่านมาผมจึงนอนตาแข็งกว่าจะหลับได้...แม่เจ้าโว้ย...อิ อิ อิ.
ดูแล้วไม่น่าทานเลยนะคะอาจารย์ ของคาวผสมหวาน
สวัสดีครับ คุณ
เป็นอาหารที่อร่อย ๆ ครับ ทานเยอะ คุยกันเยอะ เป็นที่เราเอง ทานเยอะ ด้วยความอยาก เลยทุกข์มากครับ อิ อิ
เสียดายไม่มีโอกาสแวะไปงานศิษย์เก่าครับ แต่ 15-16 อยู่ที่ มอ ครับอาจารย์
มีอาหารหลายภาคเลยนะครับ
ชาชักทำให้ไม่หลับเลยนะครับ
สวัสดีครับ อ. ดร. ขจิต ฝอยทอง
ก็มากันเยอะพอสมควรครับ อาหารทุกซุ้มอร่อยทั้งนั้นละครับผม
มีงานอะไรที่ มอ.รึครับ วาว ๆ มีโอกาสเจอกันไหมละนี่...