เมื่อลูกชายคนเล็กย่างเข้าวัยรุ่น 14 ขวบปีแม่อย่างเราก็เริ่มทำใจ เออนะ ! เดี๋ยวไม่นานคงต้องมีเรื่องเพื่อนผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็แอบๆมองอยู่ห่างๆและแล้ววันนึงก็เห็นลูกชายรับโทรศัพท์แล้วขออนุญาติออกไปส่งเพื่อนที่บ้าน (ลูกชายบอกว่าเพื่อนมาเรียนพิเศษแต่พ่อแม่ติดธุระมารับไม่ได้) อีก2 วันต่อมาลูกก็รับโทรศัพท์แล้วขอไปส่งเพื่อนอีก ไม่นานก็กลับมา เราก็เลยถามว่าเพื่อนผู้หญิงหรือชายล่ะ ลูกชายก็เงียบไปพักนึงแล้วก็บอกว่า" ผู้หญิง"เราได้โอกาสก็ถามต่อแฟนเหรอลูก ลูกชายบอกไม่ใช่แฟน บอกว่าเพื่อนก็เพื่อนสิแม่ อ้าว !แล้วพ่อแม่เขาทำไมไม่มารับเองล่ะ ไปรับไปส่งพ่อแม่เขารู้หรือเปล่าลูกชายบอก " รู้ " ( ซะงั้น ) เราก็สอนลูกว่าถ้าเราไปรับไปส่งเขาบ่อยๆเขาจะคิดว่าเราชอบเขา เราต้องระวังตัวนะ (ผู้หญิงเดี๋ยวนี้แม่ว่าน่ากลัวไม่หยอก) ลูกชายก็พูดว่างั้นคราวหลังจะไม่ไป OK ไหม เราก็บอกแม่ไม่ได้ห้ามเรื่องลูกเรื่องคบเพื่อนหญิง แต่แม่ให้ระวังตัวอย่าไว้ใจคน ยิ่งถ้าพ่อแม่เขาไม่อยู่บ้านก็ไม่ควรเข้าไปในบ้านเขาส่งแค่หน้าบ้านก็พอและแล้วก็ได้โอกาสคุยกับลูกชายเรื่องเพศไปซะเลย
3 เดือนต่อมาน้องมิคเพื่อน(ผู้ชาย)ของลูกชายมาเที่ยวเล่นอยู่ที่บ้านเราซะครึ่งวัน พอเรากลับจากที่ทำงานสามีเล่าว่าเจ้ามิคมันมาตั้งแต่บ่ายมีผู้หญิงมาด้วย2คนแต่ผู้หญิงยืมรถออกไปหายเงียบเลย มิคมันกลับบ้านไม่ได้พ่อมันโทรมาตามก็เลยบอกอยู่บ้านเราโทรตามหลายทีไม่เห็นมา จนเย็นเพื่อนหญิง2คนก็กลับมารับมิคไป พอลูกชายส่งเพื่อนเสร็จเดินกลับเข้าบ้านแล้วทำหน้ายิ้มๆ เราก็ถาม( อีกแล้วก็อยากรู้อ่ะนะ ) "แฟนมิคเหรอลูก " ลูกก็บอกไม่ใช่หรอกแม่ คนแรกเป็นเพื่อนห้องเดียวกันอีกคนเป็นรุ่นพี่เขามีแฟนแล้ว แต่เขาชอบมายืมรถมิคไปเที่ยวบ้างไปธุระบ้าง บางที่ก็โทรให้ไปรับให้ไปส่ง มิคมันบอกต้องเสียตังค์เติมน้ำมันให้เขาด้วย มันพูดไม่ออกเลยแม่ เราก็บอก อ้าว!แล้วทำไมไม่บอกมิคล่ะว่าต้องรู้จักปฎิเสธเขาไปบ้างถ้าอะไรที่มันทำให้เราเดือดร้อน ลูกชายบอกก็เคยบอกแล้วมันบอกก็ไม่กล้าพูด
ลูกชายหันมามองยิ้มๆแล้วพูดว่า " ดีนะที่หนูเชื่อแม่ " แม่รู้ไหมว่าพี่คนนี้แหละที่เคยโทรใช้ให้หนูไปรับส่งตอนนั้นน่ะ พอแม่บอกหลังจากนั้นพี่เขาก็โทรมาเรียกให้ไปส่งอีกหนูก็บอกว่าไปไม่ได้ไม่ว่างมั่ง แม่ไม่ให้ไปมั่ง เขาเลยไม่โทรมาอีกเลย ลูกชายเล่าว่าเจอพี่เขาที่เรียนพิเศษนั่นแหละเขาก็เข้ามาคุยโน่นนี่อะไรแบบพี่เขาคุยเก่ง พ่อเขาขายของขับรถมอเตอร์ไซด์พ่วงข้างแหละ แม่เขาก็อยู่บ้านเฉยๆ ทำไมไม่ไปรับก็ไม่รู้หนูไม่ได้คุยไปส่งแล้วก็กลับ
นั่นสินะโลกสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนมีลูกชายลูกหญิงก็ต้องคอยสอนคอยให้คำปรึกษาจะได้รู้เท่าทันคนกว่าจะผ่านพ้นไปในแต่ละช่วงวัย เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันเรา
คุณแม่ก็ยังวัยรุ่นใกล้ชิดกับลูก...ชื่นชมนะคะ
สอนให้ลูกรู้จักปฏิเสธเป็นเรื่องสำคัญค่ะ
ลูกคือเพื่อน สอนโดยไม่สอน จะจำและทำตาม
เมื่อก่อนเราวัยรุ่นมีเพื่อนหญิงชายเยอะก็แบบเพื่อนจริงๆบ้างแอบชอบๆกันบ้าง
แต่ก็อยู่ในสายตาพ่อแม่เราตลอดๆ
เดี๋ยวนี้กับโลกสมัยใหม่มันเปลี่ยนไปจนตามแทบไม่ทัน
เราก็ฟังข่าวไปสอนลูกไป...โชคดีที่เขารับฟัง
หวัดดีจ้าน้อง Oraphan