นี่อาจเป็นสิ่งประทับใจสิ่งหนึ่งในเพียงไม่กี่สิ่ง ที่ผู้เขียนเก็บภาพนี้ไว้ในความทรงจำ เมื่อครั้งผู้เขียนรับราชการอยู่ในหน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุขแห่งหนึ่ง

ความทรงจำดีดี.. มีค่าเสมอเมื่อรำลึกถึง และจะมีค่ามากขึ้น เมื่อเราได้ถ่ายทอดสิ่งดี ดีในใจเรา ให้สังคมได้รับรู้

ครั้งหนึ่งในชีวิตสิ่งดีดีแบบนี้..ได้ถูกบรรจุไว้ในกล่องแห่งความทรงจำที่แสนงามของผู้เขียน

..

..

การทำงานเป็นทีมตรวจสอบคุณภาพภายในโรงพยาบาล ที่ผู้เขียนเป็นหนึ่งในทีมสหวิชาชีพนั้น

สิ่งใดและอะไรหรือ? ที่ทำให้ผู้เขียนเกิดความประทับใจและอยากถ่ายทอดให้ได้รับรู้

เมื่อไม่มีสิ่งยึดติด การเขียนบันทึกเช่นนี้… จึงเป็นการเขียนที่ออกมาจากหัวใจอย่างแท้จริง

..

ผู้เขียนประทับใจกับ “การละลายพฤติกรรม” “การให้โอกาส” และ “การส่งเสริมกำลังใจระหว่างกัน” ที่มีอยู่ในทีมตรวจสอบคุณภาพภายในโรงพยาบาลชุดที่ผู้เขียนอยู่ในคณะทำงาน


ทำไมผู้เขียนถึงประทับใจ 3 สิ่ง….ที่กล่าวไว้เบื้องต้น ทำไม?ไม่ประทับใจมากกว่านี้

3 สิ่งนี้ไม่น้อยไปหรือ?

อาจน้อยไปสำหรับ การมองมุมกว้างของผู้มีประสบการณ์ … อาจน้อยไปสำหรับผู้มีความรู้มากมาย … แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว ผู้เขียนไม่ใช่สองประเด็นดังกล่าวข้างต้น


ผู้เขียนเป็นเพียงข้าราชการตำแหน่งเล็ก ๆ ตำแหน่งหนึ่งเท่านั้นที่มีประสบการณ์ในการทำงานไม่หลากหลาย

และที่สำคัญคือผู้เขียนมีเพียงความรู้แค่เพียงหยิบมือเดียว


สามสิ่งที่ผู้เขียนได้สัมผัสและรับรู้มานั้น เป็นประสบการณ์ตรงของผู้เขียน….เหตุนี้เอง ผู้เขียนจึงไม่ต้องคิดนาน

ถามใจตัวเองว่าน่าจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไว้กับชุมชนแห่งนี้ ก็คงดีไม่น้อย


@ ทำไม.. เพราะอะไร…ผู้เขียนถึงประทับใจ “การละลายพฤติกรรม” ของบุคคลที่ทำงานกันเป็นทีม

การเป็นทีมสหวิชาชีพ ต่างคนต่างก็เป็นผู้มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพ แต่เมื่อมาทำงานร่วมกัน ผู้เขียนรับรู้ถึงการไม่มีเขาไม่มีเรา ผู้เขียนรับรู้ถึงความเท่าเทียมกัน


พี่ ๆ และน้องในทีมถอดบทบาทหน้าที่ของตัวเองกองไว้ในที่ทำงานตน ผู้เขียนรับรู้ถึงเป็นความเป็นกันเองภายในทีม ไม่รู้สึกว่า…ถูกกดดัน ตรงกันข้ามกับรู้สึกผ่อนคลายเสียมากกว่า ทีมทำงานไม่แสดงตนเองว่า… พี่ในฐานะใคร? หรือน้องทำงานอะไรใหญ่โตมาบ้าง? ผู้เขียนเห็นว่า…. การทำงานเป็นทีมเช่นนี้ น่าศรัทธานะ!! ศรัทธาตรงที่ว่า…เราเริ่มต้นด้วยกัน เรียนรู้ข้อบกพร่องในงานพร้อมกัน ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระร่วมกัน


นี่คือหนึ่งเหตุผลที่ผู้เขียน …. รับรู้ถึงความกระตือรือร้นของตัวเองที่อยากจะเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานอย่างชัดเจน


คิดในใจ โอ้โห!! พี่เค้าตัวตนเขาเป็นเช่นนี้ นี่เอง ( เหตุเพราะไม่เคยร่วมงานกันมาก่อน) มิน่าละ!!ว่าทำไมผู้เขียนถึงรู้สึกก่อนหน้านี้ มากว่า10 ปีว่าเมื่อผู้เขียนได้พบเจอพี่เค้า ผู้เขียนรับรู้ถึงความเป็นบุคคลที่น่าเข้าใกล้ อยากพูดคุยเสวนาด้วยทุกครั้งที่ได้เจอะเจอกัน


@ ทำไม.. เพราะอะไร…ผู้เขียนถึงประทับใจกับ “การให้โอกาส”

ตรงนี้สำคัญเหลือเกิน…เหตุที่ผู้เขียนกล่าวเช่นนี้ เพราะอะไร …

การให้โอกาสทุกคนในทีมแสดงในทุกบทบาทของคณะทำงาน เริ่มตั้งแต่ การเป็นหัวหน้าทีม พูดนำประเด็นและสาระสำคัญที่ตัวเองเห็นว่าเหมาะสมหรือสบโอกาส ให้ข้อเสนอแนะ ชี้จุดบกพร่องของเนื้องานที่สำรวจ การทำหน้าที่เลขาฯ สรุปและจดประเด็นสำคัญของการติดตามเนื้องาน จัดเตรียมเอกสาร และการเป็นลูกทีมที่ดี สามารถเสนอแนะข้อคิดเห็นส่วนตัว สนับสนุนและขยายความชี้แจงจุดบกพร่องให้แจ่มชัดขึ้น


ผู้เขียนจึงมีโอกาสได้เป็นทั้งหัวหน้าทีม ลูกทีม เลขาฯทีม สลับหมุนเวียนกันไปจนครบ ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ก็รู้สึกถึงความตื่นเต้น อยากเรียนรู้ อยากทำ แม้บางช่วงโอกาสอาจทำได้ไม่ดี มีข้อบกพร่อง แต่ทีมก็ช่วยเหลือกัน จึงทำให้ผู้เขียนรู้สึกว่า…ผู้เขียนไม่ได้ก้าวไปข้างหน้าคนเดียว ขณะที่เราย่างก้าว เราก็รับรู้ถึงการคอยติดตาม ร่วมช่วยเหลือกัน รู้สึกดีมาก ๆ ที่ทีมให้โอกาสเราทำหน้าที่ แม้จะไม่สันทัด แต่สิ่งที่ได้กลับทำให้เรากล้าคิด กล้าพูด และกล้าแสดงออกมากขึ้น


ผู้เขียนจึงมองว่า…การให้โอกาสเนี่ย!! สำคัญมาก

อย่ากระนั้นเลย…ไม่ว่าจะเป็นองค์กรใด หน่วยงานไหน หากตระหนักถึงจุดนี้ ผู้เขียนจะเป็นอีกเสียงหนึ่งที่ขอสนับสนุน แม้นว่า…ผู้เขียนจะไม่มีโอกาสทำสิ่งเหล่านี้ให้กับองค์กรหรือหน่วยงานราชการใดแล้วก็ตาม


@ ทำไม.. เพราะอะไร…“การส่งเสริมกำลังใจระหว่างกัน” จึงเป็นสิ่งสำคัญตบท้ายของการทำงานเป็นทีม

กำลังใจ แปลตรงตัว…แล้วเกิดแรงบันดาลใจในชีวิตคนเราได้มากมายเหลือเกิน

มันมีค่าในทุกกลุ่มเป้าหมาย หาใช่เฉพาะแต่การร่วมกันทำงานเป็นทีมแต่อย่างใดไม่

คำจำกัดความ ความหมายของคำ ๆ นี้ จะไม่เกิดประโยชน์อันใด หากเราปิดกันหัวใจระหว่างกัน

ไม่ต้องถามใครที่ไหน ขอเพียงถามใจตัวเองก็พอว่า…วันนี้เราให้กำลังใจใครบางคน หรือคนหลาย ๆ คน หรือคนทั้งองค์กรเราแล้ว หรือยัง ?


หากยัง…

ผู้เขียนรับรู้ถึงการขาดแคลนน้ำใจที่เราควรส่งเสริมและเกื้อกูลต่อกันไปอย่างน่าเสียดาย


ขอมีเพียงแค่ 3 สิ่งนี้ “การละลายพฤติกรรม” “การให้โอกาส” และ “การส่งเสริมกำลังใจระหว่างกัน”

ผู้เขียนเชื่อมั่นว่า…น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานเป็นทีมที่แวดล้อมด้วยหัวใจที่แต่งแต้มต่อเติมพลังในการทำงานให้แก่กันได้อย่างแท้จริง


p/p