ประสบการณ์อบรมพัฒนาจิต (อีกครั้ง)

   ด้วยภาระที่ค่อนข้างหนักมากในช่วงระยะหลายปีที่ผ่านมา  เมื่อมีโอกาสพบข่าวรับสมัครอบรมพัฒนาจิตจากผู้เกี่ยวข้อง  ผมจึงรีบกรอกข้อมูลและยื่นใบสมัครให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเป็นรายแรก  ด้วยความตั้งใจเต็มเปี่ยมว่า ต้องการไปเข้าอบรมเพื่อให้เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ได้นำตัวเองไปทดลองปฏิบัติ  และอยากทราบว่า แนวทางของคุณแม่ ดร.สิริ กรินชัย  จะมีวิธีปฏิบัติอย่างไร  ที่สำคัญคือสถานที่จัดอบรมอยู่แค่ในจังหวัดพิษณุโลก  ไม่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด

   ผมรีบสะสางงาน และตระเตรียมภารกิจส่วนตัวที่บ้านให้พร้อม  เมื่อมีคำตอบว่าได้รับอนุญาตให้ไปอบรมตั้งแต่วันที่ 1 - 8 พฤษภาคม 2556   ที่ห้องประชุมเวียงแก้ว ชั้นที่ 3   อาคารเวียงแก้ว มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (ทะเลแก้ว)  ประมาณเกือบ  8.00 น  ผมจึงเริ่มบอกแม่บ้านว่า จะไปอบรมธรรมะ 7 คืน 8 วัน นะ  ผมได้รับคำบ่นพอสมควร ฐานที่บอกแล้วจะไปเลย  ผมบอกแม่บ้านไปว่าภาระต่าง ๆ แทบไม่มีแล้ว ลูกก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่ (อายุ 23 ปีแล้ว) บ้านช่องก็สมบูรณ์เต็มที่  ผมขอไปเรียนรู้เรื่องนี้   แล้วผมก็พาตัวเองไปยังสถานที่อบรม "โครงการพัฒนาจิตครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา" ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลับราชภัฏพิบูลสงคราม ทันที





   กระบวนการอบรมมีผู้เคยบันทึกไว้แล้ว  ตาม link ด้านล่างครับ  วิธีปฏิบัติไม่แตกต่างกัน  แต่โดยรวมคือวิธีปฏิบัติครัังนี้  เป็นวิธีปฎิบัติวิปัสสนา โดยใช้หลักสติปัฏฐานสี่ (พองหนอ ยุบหนอ) ของพระอาจารย์ ดร.ภัททันตะ อาสภมหาเถระ อัคคมหากัมมัฏฐานาจริยะ ที่คุณแม่ ดร.สิริ กรินชัย เป็นลูกศิษย์ผู้รับการถ่ายทอด  และสืบทอดมาถึงคณะครูของ "ศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่" คณะผู้ดำเนินการอบรมครั้งนี้  ซึ่งนำทีมโดย ดร.พิชัย  อาจารย์ศิริพร กรรณกุลสุนทร พร้อมทีมงานโยคีของศูนย์และ จ.พิษณุโลก (โยคี เป็นศัพท์เฉพาะที่ศูนย์ใช้เรียกผู้ปฏิบัติธรรมในโครงการ)





อ.ศิริพร  กรรณกุลสุนทร

    ผลจากการอบรมครั้งนี้  แม้ผมจะไม่สามารถปฏิบัติให้บรรลุผลตามเจตนารมณ์ของคุณครูทุกท่าน  แต่ผมมั่นใจว่า  ชีวิตต่อแต่นี้ไป  จะเลือกใช้วิธีการพัฒนาตนเองทางธรรมะเช่นนี้ให้ได้ทุก ๆ วัน ตามสภาพที่ตัวเองจัดสรรได้  และหลังจากออกจากสถานที่อบรม  ผมสังเกตได้ว่าตัวเองมี "สติ" เพิ่มขึ้น  ผิดจากวันแรกก่อนที่จะไปเข้าอบรม ครับ


สนามเยื้อง ๆ อาคารเวียงแก้ว ยามเย็น


กลอน "วันเปิดเทอม" 

ของ กีรติ ผู้ชนะเลิศการประกวดวรรณกวีศรีสองแควที่ถูกนำมาใช้ประกอบการบรรยายเรื่อง พระอรหันต์ในบ้าน


ปีนี้ลูกสุดผูกพันขึ้นชั้นใหม่   

รองเท้าใส่ของเจ้าพ่อเฝ้าหา

นั้นกระเป๋างามขำพร้อมตำรา

และนี่ค่าเทอมเขารับเอาไป


นี่ค่ารถค่ากินค่าดินสอ

บำรุงหอห้องสมุดโรงเรียนใหม่

ค่าเครื่องแบบเสือป่ากาชาดไทย

ยังไม่ได้ชุดกีฬาเนตรนารี


นี่ค่าห้องพยาบาลผสานสิทธิ์

นี่ค่ากิจกรรมกีฬาสี

ไปเถอะลูกพากเพียรเรียนดีดี

พ่อแม่มีแรงไว้ขายกิน


เห็นลูกสวมเสื้อใหม่ใสสะอาด

แม่ทนสวมเสื้อขาดคาดผ้าซิ่น

ลูกนั่งเรียนในร่มลมโบยบิน

แต่เหงื่อพ่อรินโทรมร่างอยู่กลางนา


ลูกกินข้าวไข่เจียวก๋วยเตี๋ยวหมี่

แม่หัวปลีเอมอิ่มจิ้มปลาร้า

เท้าลูกรวมสวมใส่ในบาจา

แต่บาทาพ่อแบแช่ในตม


สู้อุตส่าห์ฝ่าฟันทุกวันนี้

เพื่อลูกดีมีสุขสนุกสม

มีวิชาสมชาติฉลาดคม

ยอมสิ้นลมรับขวัญวันเปิดเทอม


Link ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ ครับ

1. มูลนิธิศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่

2. Facebook ศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่

3. รูปภาพ คุณแม่ ดร.สิริ กรินชัย

4. พิชัย กรรณกุลสุนทร

5. สร้างสติ สร้างคน อาจารย์ศิริพร กรรณกุลสุนทร

6. วิถีแห่งความสุขภาคปฏิบัติ

7. ณ วัดห้วยส้ม จังหวัดเชียงใหม่

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คนทำงาน



ความเห็น (2)

โครงการนี้สำหรับครูนี้ดีมากเลยนะคะ และครูควรได้นำไปถ่ายทอดต่อให้นักเรียนได้ปฏิบัติด้วยค่ะ

บทกลอนไพเราะและความหมายดีมาก ๆ ค่ะ

ขอบพระคุณนะคะที่เชื้อเชิญให้ได้มาอ่านบทกลอนงดงามนี้

ขอเก็บไปอ่าน ให้ลูกศิษย์ได้อ่าน และ คิดพิจารณาด้วยนะคะ