ตั้งแต่ ใกล้เข้าสู่ "วัยทอง" ประกอบกับผลการตรวจสุขภาพประจำปี ออกมาไม่ดีนัก
ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ตับ มดลูกเบาหวาน เริ่มเข้ามาจับจองหมายจะออกโฉนด ทำให้ผู้
เขียนเริ่มให้ความสนใจสุขภาพมากขึ้น ชอบอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับการดูแล
สุขภาพ ตอนแรกก็สงสัยและสันนิษฐานว่า อุบัติเหตุน่าจะเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1
แต่เมื่อศึกษาข้อมูลแล้วพบว่า "โรคเรื้อรัง" เป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของไทย
ติดต่อกันมานานกว่า 10 ปีแล้ว
เราจะสังเกตเห็นว่า ทุก ๆ ช่วงวันหยุดยาว ไม่ว่าจะเป็น ปีใหม่ หรือ สงกรานต์ จะมี
การรณรงค์เรื่อง 7 วันอันตรายเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ รวมทั้งช่วงที่มีปัญหาเรื่องการ
ระบาดของ ไข้เลือดออก เรื่องไข้หวัดนก หรือโรคมือเท้าปาก ทุกภาคส่วนจะให้
ความสำคัญ มีการระมัดระวังเรื่องดังกล่าวกันอย่างกว้างขวาง นับเป็นสิ่งดีเพราะ
สามารถช่วยลดการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตได้ในระดับหนึ่ง
ข้อมูลที่น่าสะพึงกลัว และน่าเศร้า คือ ผู้คน รัฐบาล หน่วยงาน ให้ความใส่ใจต่อ 7
วันอันตราย มาก ทั้ง ๆ ที่ ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวประมาณปีละ 1,000 คน แต่
รัฐและผู้คนในสังคม กลับไม่ให้ความสนใจในเรื่องที่ทำให้คนไทยตาย ปีหนึ่งนับ
100,000 คน เท่าที่ควร
ข้อมูลปี 2553 มีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ประมาณ 58,000 คน โรคหัวใจประมาณ
18.000 คน โรคหลอดเลือดสมอง ประมาณ 17,500 คน โรคไตวายระยะสุดท้ายที่รอ เสียชีวิต ประมาณ 35.000 คน รวม ๆ แล้ว มีผู้เสียชีวิตจากโรคเรื้อรังเหล่านี้มากกว่า 100,000 คนต่อปี
ดังนั้น "โรคเรื้อรัง"
จึงเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1ของคนไทย
สวัสดีค่ะคุณอิงจันทร์...ขอแสดงความคิดเห็นในฐานะประชาชนธรรมดา...ที่ไม่ใช่นักโภชนาการและหมอนะคะ ...มีหลายปัจจัยที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคเรื้อรัง ...และอาหารเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคปัจจัยหนึ่ง...ขอเสนอให้ช่วยกันรณรงค์การอ่านสลากโภชนาการก่อนซื้ออาหารมาบริโภคทุกครั้ง...
เห็นด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะดร. พจนา แย้มนัยนา
ขอบพระคุณค่ะพี่ครูทิพย์
สวัสดีครับ ครูอิง
ในฐานะคนป่วย เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะประกันสังคม.เก็บเงินไปเดือนหนึ่งไม่น้อยแต่พอป่วยกลับเบิกไม่ได้...เศร้าใจจริง
บริษัทประกันชีวิตจึงเล่นเรื่องนี้กันเป็นหลักค่ะ