วิจัยของอ.มหาลัย..สู่การใช้งานแบบไม่ขึ้นหิ้ง
วันนี้เพิ่งกลับจากการไปเยี่ยมชมการนำเสนอผลงานวิจัยของนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติทั้ง ๙ แห่ง (จุฬา มหิดล มจธ. มก. มข. มช. มอ. ธรรมศาสตร์ และ มทส. (ม.ผมเอง)
โอ้โห มีงานวิจัยระดับสูง มากหลาย กลางก็เยอ และรากหญ้าก็พอมี มีการนำโปสเตอร์ทั้งหมดร่วม ๓๐๐ โปสเตอร์ เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด (ดังนั้นถ้าพวกชาวไร่ชาวนาจะมาอ่านเพื่อหวังเอาไปใช้ประโยชน์ก็คงไม่ได้หรอก ฮิฮิ)
ผมไปคุยลึกๆ ก็งานวิจัยสองสามงาน งานหนึ่งระดับสูงมาก ทำการจำลอง (ด้วยคอมพิวเตอร์) การไหลของแก๊ซร้อนพลาสมา (plasma) ในขวด tokomak ซึ่งเป็นขวดแม่เหล็กที่ป้องกันแก๊สร้อนระดับ ๓๐๐,๐๐๐ องศา C ไม่ให้ทำอันตรายต่อภาชนะที่บรรจุ โดยแก๊สร้อนนี้เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่น (Nuclear fusion )
ผมถามคำถามเขาลึกลงไประดับสมการคณิตศาสตร์ PDE ว่าได้ใส่เทอร์มนั้นเทอมนี้ไหม จนเขาสงสัยถามว่าผมเป็นอาจารย์ด้านฟิสิกส์ใช่ไหม พอทราบว่าผมเป็นวิศวกรเครื่องกลเขาฉงนมากว่าผมไปรู้เรื่องพวกนั้นได้อย่างไร สุดท้ายผมถามปัญหาที่เขาตอบไม่ได้ โดยเฉพาะการละเลยความร้อนจากการแผ่รังสืความร้อน เพราะ อภ. ระดับนี้การแผ่รังสีจะสูงมากๆ เนื่องจากมันแปรผันกับอุณหภูมิยกกำลัง ๔ ตามกฎของ Stefan-Boltzmann เลยมอบให้เป็นงานมอบไปศึกษาต่อ (ระดับปริญญาเอก)
อีกโปสเตอร์หนึ่งที่ไปจอดสนทนาด้วยเป็นงานวิจัย เอาน้ำขี้หมูมาผสมอะไรเล็กน้อย แล้วเอามาหมักแช่เม็ดข้าวเปลือกก่อนเอาไปปลูก ปรากฏว่าเมล็ดข้าวงอกเพิ่มขึ้นจาก ๘๐ ปซ. เป็น ๙๐ ปซ. แถมสารอาหารบางตัวที่ได้จากรวงข้าวก็เพิ่มขึ้นเสียด้วย ผมชม.นักวิจัยผู้นี้มากว่าดีมากที่ทำวิจัยแบบนี้เพราะมันช่วยประเทศได้อย่างทันตาเห็นลงทุนก็น้อยแต่ได้ผลมาก
แต่พอผมถามว่าแล้วเหตุผลที่มันได้สารอาหารมากขึ้นนี่หละคืออะไร เธอ (นศ.ปริญญาเอก) ชักเป๋ ตะกุกตะกัก ผมเลยช่วยประคองว่า เป็นไปได้ไหมว่าว่ารากมันงอกดีแข็งแรงกว่าปกติ แทงลงลึกกว่าปกติ หาอาหารได้ดีกว่าปกติ และยังทำให้ลำต้นแข็งแรง ดอกใบก็พลอยแข็งแรง การสังเคราะแสงก็ดีขึ้น การดูดแร่ธาติอาหารก็ดีขึ้น ..เธอรีบรับว่าใช่ แต่ไม่ได้ถามผมต่อว่าสอนด้านเกษตรการผลิตพืชหรือเปล่า
อีกราย มาจากม.ผมเอง อันนี้อาจารย์มาเอง ไม่ได้ส่งนศ. ปริญญาเอกมาแทน เหมือนโครงการอื่นๆ ส่วนใหญ่ นี่ก็วิจัยรากหญ้า เป็นการสังเคราะห์หาจุลินทรีย์ที่เร่งกระบวนการผลิตน้ำปลา จากปกติใช้เวลา 18 เดือนให้เหลือเพียง ๘ เดือน นอกจากนี้ยังลดสารฮิสตามีนลงอย่างมาก (สารที่ทำให้เกิดภูมิแพ้) และยังเพิ่มความหอมของน้ำปลาอีกด้วย ...โอยนี่แหละวิจัยสุดยอดตามความเห็นผม เพราะมันมีผลต่อทุกฝ่าย คือ โรงงานน้ำปลาลดเวลาและต้นทุนการผลิต (แล้วลดค่าน้ำปลาขวดให้ประชาชนด้วยนะ) คนกินมีโรคน้อยลง และหอมอร่อยมากขึ้น
ล่าสุดทราบว่า งานวิจัยน้ำปลานี้ได้รับเลือกจากคณะกรรมการให้เป็นงานวิจัยดีเด่นในวันนี้ ในสาขาอาหาร...ก็สมควรแล้ว ขออนุโมทนาต่อนักวิจัยท่านนี้ด้วย ที่สร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัยที่สังกัด และ ตนเองด้วย
สำหรับผมไม่ได้เข้าร่วมประกวด ทั้งที่คิดว่ามีงานวิจัยระดับที่คิดว่าน่าประกวดได้หลากหลาย เพราะได้ทดลองทำแล้ว ได้ผลดี เช่น
-การออกแบบกังหันลมให้ได้ประสิทธิภาพสูงทัดเทียมถึงสูงกว่าอารยประเทศ
-การเลือกขนาดและหาจุดปฏิบัติการกังหันลมในสภาพสถิติลมจริงเพื่อให้ได้กำไรสูงสุด
-เครื่องอบแห้งข้าวเปลือกที่ราคาถูก ประหยัดพลังงาน และได้ข้าวเต็มเมล็ดมากขึ้น
-การลดค่าใช้จ่ายและปัญหาสิ่งแวดล้อมในการทิ้งความร้อนเสียจากโรงจักรไฟฟ้าไอน้ำด้วยระบบปล่องลมแดด
-ผาลไถมันสำปะหลังที่ไม่ทำให้หัวมันหลุดหรือขาดคาดิน
-เครื่องกรองน้ำด้วยทรายราคาถูกมากที่กรองเชื้อโรคได้ ๙๙.๙%
-เครื่องอบแห้งเอนกประสงค์พลังแดดที่ให้ประสิทธิผลเพิ่ม ๗ เท่า
-เครื่องอบแห้งมันสำปะหลังเส้นพลังแดดที่ให้ประสิทธิผลเพิ่ม ๕ เท่า
-เครื่องปิ้งไก่ประหยัดพลังงาน เวลา สะอาด สะดวกใช้ ไก่อร่อย และช่วยลดโรคมะเร็ง
-และอีกหลากหลายโครงการอื่นๆ
ไม่ทราบว่า ในสาขา สุขภาพนั้น ผมจะไปนำเสนอวิธีแปรงฟันแบบคนถางทางเพื่อสุขภาพเหงือกและฟันที่ดีได้ไหม โดยผมจะไปยืนโชว์ยิงเหงือกต่อหน้ากรรมการประกวดสดๆ ให้เห็นว่าผมเอาตัวเองเป็นหนูลองมาแล้ว ๑๕ เดือน โดยไม่ได้ไปหาหมอฟัน แต่เหงือกยังเป็นสีชมพูอ่องต่อง และไม่ร่น แปรงแรงๆ เลือดก็ไม่ไหลสักหยด ฟันหนึ่งซีกที่โยกคลอนใกล้หลุด ก็มีอาการดีขึ้น ทำท่าว่าจะหายเป็นปกติ แบบนี้จะได้โปสเตอร์ดีเด่นไหมหนอ อิหิหิ
ที่ผมไม่เข้าร่วมประกวด บ่องตงผมเป็นคนเกลียดการประกวดที่สุด มีคนคะยั้นคะยอให้ผมส่งผลงานเข้าประกวดมากในหลากหลายงานแต่ผมเมินเฉย แต่หากคะยั้นยอสักหน่อย ว่าให้ช่วยส่งประกวดหน่อยเพื่อช่วยเหลือหน่วยงานให้มีชื่อเสียง มามุกนี้ผมอาจยอมไปก็เป็นได้ (บ้ายอ อิอิ) เหตุผลรองๆลงไปคือลืมว่าได้อ่านจดหมายเชิญเข้าร่วม อีกทั้งมีภาระงานอื่นอีกมากด้วย
...คนถางทาง (๘ พค. ๒๕๕๖)
งานวิจัยน้ำปลาสมควรได้รางวัลจริงๆ ครับ วันก่อนอ่านเจอว่า "numpla sauce" ไปอยู่ในเมนูอาหารนานาชาติมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วครับ (และทราบมาอีกว่ามีเวียดนามส่งออกเป็นหลัก...)
รู้จริง รู้ลึก จริงๆค่ะอาจารย์