แก้ปัญหาใต้..ง่ายนิดเดียว (เศรษฐกิจนำการเมือง) 


นานหลายปีมาแล้วผมได้ทำวิจัยส่วนตัวเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้เป็นรายจังหวัดกับรายได้เฉลี่ย  พบว่ามีความสัมพันธ์กันมาก (แต่วันนี้ผมหาบทความนั่นไม่เจอเสียแล้ว อาจซ่อนอยุ่ในบล็อกลานปัญญา และหรือ GoTOKnow) 

รายได้ต่อหัวในสี่จังหวัดภาคใต้เรียงลำดับจากน้อยไปมากดังนี้   นราธิวาส  ปัตตานี ยะลา สตูล  โดยสตูลทิ้งห่างสามจังหวัดมาก ไม่มีความรุนแรง จึงถูกตัดออกไปแล้ว กลายเป็นเหลือแค่สามจังหวัด  ซึ่งในสามจว. นี้ยะลามีเรื่องรุนแรงน้อยสุด เพราะรวยสุด ยิ่งที่ อ. เบตง เงินสะพัดดี  แทบไม่มีปัญหาเลย ทั้งที่อยู่ติดชายแดนมาเลย์ 

ถ้าเห็นพ้องต้องกันว่า ความรุนแรงแปรผกผันกับรายได้  ก็ง่ายมากที่จะแก้ปัญหา ก็เอาเงินไปลงทุนสิครับ ลงทุนในท้องถิ่น ให้ท้องถิ่นมั่งคั่ง  ...ซึ่งแม้ไม่มีความรุนแรงก็ควรทำอยู่แล้ว  ดังในบทความเก่าของผมเรื่อง “๖ นโยบายที่ทักษิณคิดไม่ทัน” 

หลักการคือ ไปสร้างโรงงานอุตสาหกรรมขนาด ๓๐๐ แรงงานทุกตำบล แปรรูปสินค้าเกษตร  ประมง ผลไม้  ยางพารา เพิ่มมูลค่าให้สูง   พร้อมสร้างสหกรณ์การค้าปลีกที่ทันสมัย ใหญ่ ติดแอร์ เพื่อกักเงินให้เวียนในตำบลหลายรอบ จะได้ยิ่งเสริมระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นให้มั่งคั่ง

แบบนี้คนมีงานทำ มีรายได้ มีผลคูณทางเศรษฐกิจหลายรอบ  ก็มั่งคั่งกันถ้วนหน้า ปัญหาโจรแยกดินแดนก็จะหมดไป

ขอแถมนิดว่า ในหนึ่งตำบลมีประมาณ ๑๕๐๐ ครัวเรือน  ในจำนวนนี้ตีเสียว่า ๖๐๐ ครัวมีรายได้พอใช้ ๙๐๐ ที่เหลือเป็นเกษตรกรรายย่อยที่จัดว่าอยู่ในระดับยากจน  โรงงาน ๓๐๐ แรงงานนี้ เราสามารถแบ่งแรงงานเป็นสามกลุ่ม แล้วให้ทำงานกลุ่มละ  ๒ วันต่อสัปดาห์  ดังนั้น ๙๐๐ ครัวนี้จะมีงานทำกันหมด  สัปดาห์ละ ๒  วัน  ที่เหลือก็เอาไปทำการเกษตรของตน  หรือพักผ่อน  ก็เลยมีรายได้สองทาง

ผลผลิตเกษตรก็ไม่ต้องไปไหน  ขายให้โรงงานนั่นแหละ  ซึ่งโรงงานนี้จะบริหารแบบที่ให้คนงานเป็นเจ้าของร่วม  (เลียนแบบระบบคอมมูน ของคอมมิวนิสต์)  ถ้ามีกำไรก็ได้เงินปันผล  แต่ถ้าขาดทุนก็ต้องหักเงินด้วยนะ  (คนจะได้รักงาน)  แบบนี้เราเอาข้อดีของคอมมูนมาผสมกับทุนนิยมนั่นเอง 

ราคาผลผลิตเกษตร รัฐไม่ต้องไปแทรกแซง เพราะเขาเป็นทั้งคนขาย และคนรับซื้อ พร้อมกัน  เขาจะตกลงของเขาเองกว่าราคาดีที่สุดคือเท่าไร  เช่น ถ้าเขาขายแพง โรงงาน(ซึ่งเป็นของเขาด้วย) ก็กำไรน้อย เขาก็ได้รับเงินปันผลน้อยไปด้วย ถ้าเขาขายถูกก็ตรงกันข้าม  แล้วจุดสมดุลมันจะเกิดเองโดยธรรมชาติ โดยรัฐไม่ต้องแทรกแซงให้เหนื่อยและเกิดความขัดแย้งในสังคม

แบบนี้มันได้หลายต่อไหม  ควรกระจายออกไปทั่วทุกตำบลทั่วประเทศในที่สุดไหม

เงินกู้สองจุดสองล้านๆ นั้น ขอเตือนรัฐบาลว่า ยังไม่สาย แทนที่จะไปสร้างรถไฟ ซึ่งยังไม่ใช่ลำดับที่สำคัญนัก  เอามาทุ่มสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ท้องถิ่นแบบที่ว่ามานี้ดีกว่าไหม เพราะหากไม่ทำ อย่าว่าแต่ปักษ์ใต้ อีกหน่อยอีสานก็คงขอแยกดินแดนกับเขามั่งเป็นแน่ เพราะจนจะแย่อยู่แล้ว 

...คนถางทาง (๒ พค. ๒๕๕๖)