มันเลือด+มะละกอ+น้ำผึ้ง..เกษตรแนวใหม่สำหรับประเทศไทย

ผมขอเสนอเป็นวาระแห่งชาติให้เลิกปลูกมันสำปะหลัง ข้าว และข้าวโพด  แต่หันมาปลูกมันเลือด ให้พันต้นมะละกอแทน ดีกว่า เพราะได้ผลผลิตมากกว่ากันมหาศาล แบบไม่เห็นฝุ่น

วิธีการคือปลูกมะละกอ ไร่ละ 300 ต้น ต้นหนึ่งได้ ๕๐ โลต่อปี ก็ได้ ๑๕  ตัน  และให้ปลูกมันเลือดให้พันต้อมะกอขึ้นไปอีกด้วย  ต้นหนึ่งก็ได้มันอีก ๕๐ โล ก็ได้มันอีกไร่ละ ๑๕ ตัน รวมเป็น ๓๐  ตัน  ในขณะที่ปลูกมันสปล. ได้ ๓ ตัน ปลูกข้าวโพดได้ ๑ ตัน ปลูกข้าวได้ครึ่งตัน  

เท่ากับว่าเราได้ ผลผลิตเพิ่มกว่าปกติ ๑๐ เท่า  ชาวสวนรวยเละ

มันเลือด หลายคนคงไม่รู้จัก  หัวมันใหญ่มากๆ ลักษณะเบี้ยวๆ แบนๆ   ปีเดียวหัวโตหนัก ๒๐ กก.  กอหนึ่งมี ๓ หัว ก็ปาเข้าไป ๖๐ กก. แล้ว  นิสัยมันชอบพันต้นไม้อื่น ขึ้นในป่า เก็บกินได้ตลอดถ้าไม่เก็บแบบถอนรากโคน  

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเลี้ยงผึ้งเข้าไปให้กินเกสรดอกมะละกอ ซึ่งมีมาก ก็น่าจะได้น้ำผึ้งที่หอมหวานมาก  เพราะดอกมะละกอนั้นหอมอ่อนแบบนุ่มๆ ดีมาก  สามารถส่งออกขายได้ทั่วโลก  ผึ้งยังช่วยผสมเกสร  อาจทำให้ได้มะละกอมากกว่าปกติด้วยซ้ำไป 

นอกจากนี้มันเลือดนั้นนักวิจัยม.เทคโนสุรนารี ได้ทำการวิเคราะห์ธาตุอาหารแล้ว พบว่าธาตุอาหารสูงดีกว่ามันสปล.มาก  โปรตีนกระฉูด  เก็บไว้ก็ได้นานเป็นปี  ไม่เน่าเปื่อยภายใน ๒-๓ วันเหมือนมันสปล.  ดังนั้นเราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปทำมันเส้นแบบสปล.ก็ยังได้

ธาตุอาหารสูงแบบนี้ใช้เป็นอาหารคน (กินแทนข้าว)  อาหารสัตว์ ก็ยิ่งไปกันใหญ่ ทำให้สัตว์โตเร็ว ให้นมเนื้อสูง ก็ประหยัดค่าอาหาร อัตราแลกเนื้อ  (มันสปล. ขณะนี้ส่วนใหญ่ก็เอาไปทำอาหารสัตว์) 

สำหรับมะละกอ  ปลูกกันทั้งประเทศ กินไม่ไหว ใช้ไม่หมด  ก็เอามาหมักทำไบโอแก๊ส  หรือ  แอลกอฮอสิครับ   เนื้อนุ่มๆ แบบนี้หมักง่าย ได้ผลไว  นักวิชาการม.สุรนารีผู้ชำนาญการหมักก็ยืนยันว่าน่าหมักได้ง่ายมาก 

สำหรับมันเลือดปลูกกันทั้งประเทศถ้าล้นตลาด ก็เอามาหมักเป็นก๊าซ หรือ แอลกอฮอ แต่ที่ดีกว่านั้นคือเอามาหมัก แปรรูปเป็นพลาสติกชีวภาพ  


...คนถางทาง (๒ พค. ๒๕๕๖)