แผน ห้ามกระทำนั้น น่าสะพึงกลัวพอๆกับแผนชวนกระทำ. ------ แผนการที่มนุษย์ที่ปั้นมายาคติขึ้นมาจากการกระซิบของพญามาร(ซัยตอน หรือ ซาตาน ตามความสามารถการออกเสียงของมนุษย์แต่ละภูมิภาค)แผนนั้นปนเปื้อนกับแนวว่า ห้าม กตัญญูจนถึงสูงสุดต่อผู้มีพระคุณตั้งแต่สภาพวิญญาณ คือ อัลลอฮ์ หรือพระเจ้า หรือผู้สร้างต้นทาง หรือ พยะโฮวา หรือพเย้า(ที่พระพุทธเจ้าออกเสียง) นั้น. น่าสะพึงกลัวต่อการที่มนุษย์เคยรับขอเสนอว่าจะรับโอกาสที่จะพัฒนาตนไปสู่ระดับที่สูงขึ้นได้ด้วยกันทุกคน ที่เคยสัญญาว่าจะกตัญญู จะไม่ลืม. มนุษย์ผู้ขาดญาณวิสัย และสติ ปัญญาญาณเหล่านั้น จะชักชวนกันไปทำสิ่งใดที่ไร้หลักฐานในการสอนสั่ง(คือพ่อแม่ ศาสนทูต หรือแม้แต่กษัตริย์ใด ก็มิเคยสอนว่าห้ามกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ)การไม่เคยห้าม!ทั้งจากพ่อแม่บรรพบุรุษ และพระเจ้าผู้สร้างชีวิตพวกเขา. ยิ่งน่าสนใจมาก ในเมื่อ ศาสดาคนหนึ่งที่ อัลลอฮ์ ตรัสให้เขารู้เรื่อง เกิดแก่เจ็บตาย ที่เป็นกฎหมายของอัลลอฮ์ ที่ออกมาตั้งแต่มนุษย์คนแรก. กฎหมายนี้ใช้มานาน. และท่านก็ยังมีหลักฐานว่า มิให้พึ่งพารูปปั้น แบบพ่อแม่ท่านเองพึ่งพามาก่อน. ความรู้นี้. (ลุงก็เข้าใจผิดว่าไม่มีใครคิด แต่มีผู้คิดและรู้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่กตัญญูต่อศาสดาของตนเอง และสมองของตนเองไงล่ะ) ปัจจุบัน น่าจะถูกส่งหรือถูกถวายไปที่มหาวิทยาลัยแถววังน้อย. เพื่อให้เป็นความรู้แก่ พนักงาน ในองการสื่อสารมวลชน ที่ศาสดาคนนั้นตั้งขึ้นมาเป็นกระบอกเสียงให้บอกกล่าวความรู้ที่อัลลอฮ์ตรัสให้เขารู้. องค์กรนั้น มีกฎของพนักงานตั้ง สองร้อยกว่าข้อ(พวกเขาพยายามอยู่เราควรเข้าใจ แต่นี่มันสองพันกว่าปี เท่าที่สังเกตุการณ์มาในช่วงชีวิตลุง ไม่เคยมีใครรักษากฎได้สักคนเดียวเลย). ความรู้นี้น่าจะส่งไปสอนพวกพนักงานที่กำลังเรียนรู้ เพื่อให้เกิด ปัญญาญาณ เป็นมาตรฐานที่ตรงกันกับผู้รู้ที่มา commend ให้เรารู้. และตรงกันทั้งประเทศ หรือภูมิภาคแคบๆของพวกเขากันจริงๆ. พนักงานเหล่านั้นมีกฎข้อ12 ว่า ห้ามเป็นผู้ว่านอนสอนยาก. อย่ายอมถูกตักเตือนเกิน3 ครั้ง. แต่ตักเตือนไปเป็นร้อยๆครั้งในเรื่องการ มิมีกฏห้ามกตัญญูต่อสิ่งที่พิสูจน์ว่าไม่มีไม่ได้ และตนก็ต้องเสพคุณค่า ยังต้องพึ่งพาแบบอัตโนมัติ ตัดการพึ่งพานั้นไม่ได้สักนาทีเดียว. แต่ก็มีแต่ผู้ปิดกั้น(กฎ อีกข้อ) กันตลอดเวลาของการฝึกเป็นพนักงานสื่อสารมวลชน ของศาสดาผู้สุจริต ที่อัลลอฮ์ ประทานเขา ประทานความรู้ให้เขา ให้เขาเตรียมมนุษย์ให้รู้จักการพึ่งพาที่พวกเขาลืม1 หลง อีก1. ลืมคือลืมผู้สร้างหลักเหตุ ผล ปัจจัย และศาสดาทุกคน. หลงคือ หลงไปพึ่งพาสิ่งที่มนุษย์ด้วยกันล่อลวงว่า มันคือสิ่งที่จะไถ่โทษในความผิดตนเองได้. เลยหลงไปพึ่งพา(ขอบคุณผู้ให้ข้อมูลว่า ศาสดาที่อัลลอฮ์ประทานมาทุกคน ห้ามปรามการพึ่งพาที่ผิดที่ผิดทาง เช่นรูปปั้น สายเชือก ควันธูป เปลวเทียน หลั่งน้ำ เสี่ยงทาย บุญ ทาน บารมี นรก สวรรค์. แต่จะเลี่ยงการพึ่งพาสิ่งที่เป็นอัตโนมัติไม่ได้) กตัญญู ขอบคุณกันได้ต่อสิ่งอัตโนมัติได้. ไม่ผิดในองค์ธรรมใดใดเลย. ไม่มีการห้ามปรามว่า ห้ามกตัญญู ต่ออจินไตย(สิ่งที่จินตนาการไม่ได้ แต่เราเสพคุณค่า หรือบางทรรศนะให้ไว้ว่า อจินไตย=การรู้เฉพาะตน เช่นนั้นก็สมควรรู้ว่าตนเสพอะไรเข้าไปบ้าง ทำผิดถูกอย่างไรบ้าง). พนักงานที่ฝึกอยู่ที่วังน้อยนั้นมีมาก บวกกับที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆเป็นดอกเห็ด เราต้องให้ความรู้ที่ ท่านหนึ่งกรุณาแนะนำเรานี้แก่พวกเขา. บ้านเมืองจะได้ไม่จมปลัก ตกตมเนรคุณไปมากกว่านี้ เพราะมีพนักงานสื่อสารมวลชนที่ลุแก่อำนาจพยากรณ์ มากมายที่จะออกมาเพ่นพ่านพยากรณ์ให้ผู้คนหลง พึ่งพาสิ่งที่นอกแถวแห่ง การเดินทางที่สุจริต กตัญญูที่สุด ของมนุษยชาติที่จะเข้าร่วมวงรับความห่วงใยตักเตือนนี้ มีพอๆกับผู้การมีแผนการดำเนินชีวิต"ห้ามกตัญญู"เลย.