อีกฟากหนึ่งของลำน้ำปิงเป็นภูเขาสูงตระหง่านจนต้องแหงนหน้าดู...อยู่ใกล้แค่คนละฝั่งแม่น้ำ แต่สูงและยิ่งใหญ่มาก

       เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คณะครูร.ร.วัดขี้เหล็กได้ไปทัศนศึกษาที่อ.ลี้ ออกเดินทางหลังมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว ไปศึกษาดูงานเรียบร้อย ช่วงบ่าย ไปลงแพล่องแก่งที่อุทยานแห่งชาติแม่ปิง   เรียกกันว่าแก่งก้อตามชื่อหมู่บ้าน

                                 

                 สองข้างทางเป็นป่าไม้แต่ปัจจุบันเป็นพื้นที่โล่งๆไปเป็นจำนวนมาก

                                        

  พื้นที่ป่าถูกแผ้วทางเป็นพื้นที่สำหรับการเกษตรที่ไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้เห็น

    ขับรถผ่านด่านอุทยานแห่งชาติแม่ปิง  เจ้าหน้าที่ดูท่าทางขึงขัง สอบถามว่ามากันกี่คนต้องเสียค่าผ่านด่าน300 บาท นึกจะเก็บภาพบรรยากาศที่ด่านก็กลัวว่าจะถูกยึดกล้อง...ดูท่าทางไม่ค่อยเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวเท่าไรนักคล้ายกับเป็นสถานที่หวงห้ามอะไรประมาณนั้น...แต่ในที่สุดก็มาถึงที่หมาย...แก่งก้อ...พื้นที่รับน้ำเหนือเขื่อนภูมิพลจ.ตาก

                     

                     ซากต้นไม้เหล่านี้เคยจมอยู่ใต้น้ำมานานจนแข็งกำลังจะเปลี่ยนสภาพเป็นหิน


    ลงมาอยู่ในแพแล้วมองขึ้นไปบนฝั่งเห็นรถจอดอยู่ไกลลิบๆ   แพเริ่มเคลื่นตัวออกจากท่าที่แก่งก้อล่องตามน้ำไป

                                         

      ตลึงกับสิ่งที่ปรากฎต่อสายตา...ต้นไม้ที่ยืนต้นตายจมอยู่ในน้ำมานานหลายปีจนกลายเป็นหินโผล่มาให้เห็นในปีที่น้ำเหนือเขื่อนลดระดับลง

                                     

       เรือเล็กลากจูงแพของเราแล่นผ่านหุบเขาชมความงามของธรรมชาติ สังเกตุร่องรอยของระดับน้ำที่กัดเซาะโขดหินผาริมฝั่งทำให้รู้ว่าอีกฤดูกาลหนึ่งจำนวนน้ำจะมากจนเลยระดับที่เราอยู่ขณะนี้...มันคงเป็นปริมาณน้ำที่มากมายมหาศาล

                                 

                                  


   บางช่วงเป็นภูเขาหินปูน เป็นโพรงหินย้อยลึก

                              

                             เป็นปฏิมากรรมจากธรรมชาติสลับเป็นบางช่วงตลอดระยะเดินทางที่นานหลายชั่วโมง

                                

              บรรยากาศใกล้ค่ำท้องฟ้าเปลี่ยนสี           อากาศเริ่มเย็นลง      


       คืนนี้คณะของเรานอนบนแพที่จอดพักริมฝั่งท่ามกลางหุบเขา  นานๆก็มีแพสำราญที่กลับมาจากเขื่อนแล่นผ่านไป

         

                

                         เมื่อเห็นพวกเราจอดแพอยู่ก็โบกมือทักทาย

                   

                      

               เช้าวันใหม่อากาศเย็น เมฆหมอกปกคลุมทั้งยอดดอย..แพเริ่มติดเครื่องและออกเดินทาง


                   ทุกคนรีบรับประทานอาหารเช้าให้เรียบร้อยเพราะใกล้ถึงที่หมายแล้ว

                 

    แดดอ่อนๆทอแสงสว่างไปทั่วหุบเขา...ทำให้มองเห็นภาพยอดเจดีย์สีทองสะท้อนแสงแดดยามเช้างามจับตา

                        

        แพจอดเทียบท่าแล้ว....ทุกคนเตรียมขึ้นจากแพเพื่อไปนมัสการพระธาตุแก่งสร้อย  โปรดสังเกตุระดับน้ำที่เคยท่วมสูงถึงบันไดวัด


  ต้องเดินขึ้นไปอีกไกล...  แค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว  โปรดสังเกตุอีกฟากหนึ่งของลำน้ำปิงเป็นภูเขาสูงตระหง่านจนต้องแหงนหน้าดู...อยู่ใกล้แค่คนละฝั่งแม่น้ำ แต่สูงและยิ่งใหญ่มาก

                                    

                   เพื่อนๆกำลังตามกันขึ้นมา   เมื่อถึงแล้วหลังจากกราบพระและเดินเวียนเทียนรอบพระธาตุแล้วเข้าไปนมัสการเจ้าอาวาสวัดพระธาตุแก่งสร้อยและร่วมทำบุญ

                                

         พระป่านิกร ชยยะเสโน  เจ้าอาวาสได้ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติของวัดพระธาตุแก่งสร้อย อ.สามเงา จ.ตาก ซึ่งจะได้นำมาลงให้ในบันทึกต่อไปค่ะ

             ขอบคุณทุกท่านที่มาแวะล่องแพด้วยกันค่ะ