เริ่มจากการเขียนบันทึก "คู่ควง คู่รัก คู่แท้" ... (ธรรมะทอรัก : ว.วชิรเมธี) เมื่อเช้าวันนี้ (๒๐ เม.ย.๕๖)


<p>แล้วท่าน อ.นุ ได้นำเพลง “คู่แท้บุพเพสันนิวาส” ที่ขับร้องโดยวงจีวัน มาฝากไว้ในความคิดเห็น</p><p>
</p><p>
</p>

คู่แท้บุพเพสันนิวาส - จีวัน Band


ที่มา : http://www.youtube.com/watch?v=n1j8AFTV07c


<p>ศรัทธา..เธอฉันเท่ากัน ศีลและจาคะ..เสมอกัน
ปัญญา..เราสองเสมอกัน คู่นั้นบุพเพสันนิวาส
คู่แล้ว…ไม่แคล้วกัน เป็นอยู่ โดยธรรม
น่ารัก แก่กันและกัน คู่ันั้น..คู่แท้
คู่แท้ คู่ธรรม คู่กัน เคียงใจ
เคียงบ่า เคียงไหล่ ยาวไกล ไม่ทิ้งกัน
คู่แท้..บุพเพสันนิวาส ไม่ขาด ไม่เกิน พอดี
รุ่งเรือง ผาสุก สุขขี ทิวา ราตรี งดงาม
</p><p>
</p>ธรรมะในเพลงเรื่องการครองคู่นั้น เป็นสิ่งที่เราคุ้นเคย
แต่หลายคนมักจะไม่ค่อยให้ความสำคัญจนสายเกินไป


เหมือนธรรมจัดสรร ระหว่างการเข้าไปค้นใน Youtube ตามร่องรอย
ของเพลง “คู่แท้บุพเพสันนิวาส” นี้

ได้พบเทปการสัมภาษณ์คุณ ไก่ มีสุข แจ้งมีสุข และ พงศกร คุณดิลกชัยพัฒน์
ณ รายการทูไนท์โชว์ ที่เพิ่งแต่งงานกันได้ไม่กี่เดือน<p>
</p>


คุณไก่ มีสุข และคุณคิม พงศกร ณ รายการทูไนท์โชว์


ที่มา : http://www.youtube.com/watch?v=OcKjBNqWWFs


เรื่องที่น่าฮือฮา ก็คือ "ความเร็ว" ในการคบหาดูใจกันนั้นไม่กี่เดือน
ทั้งคู่ก็ตกลงปลงใจที่จะสร้างครอบครัวร่วมกัน

แน่นอนว่า หลายคนมองเป็นด้านลบเกี่ยวกับระยะเวลาที่สั้นเกินไป

แต่เมื่อผมฟังการสัมภาษณ์แล้วนั้น

"ระยะเวลา" ไม่ใช่ปัจจัยสำหรับการตัดสินใจในครั้งนี้
ทั้งสองท่านมี "ธรรมะเสมอกัน" ทั้งหมด

ศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญาเสมอกัน

ความรู้สึกของคำว่า "คู่แท้" หรือ "คนที่ใช่" ไม่ได้เกิดจากครั้งแรกที่พบกัน
แต่เกิดขึ้นหลังจากทั้งคู่พบอะไรบางอย่างซึ่งกันและกันต่างหาก

คุณคิม บอกว่า ผู้หญิงแบบคุณไก่หายากมาก ตามทัศนคติสำหรับการรับใช้พระพุทธศาสนาอย่างเขา
หัวใจของคุณคิมใฝ่ธรรมะมากพอ ๆ กับคุณไก่ ไม่ยากเลยสำหรับการจูนเข้าหากันในเวลาอันสั้น

ฟังการสัมภาษณ์แล้วสุขใจอย่างบอกไม่ถูก

คิดถึงตัวเองขึ้นมาทันที

ผมว่า สำคัญมากสำหรับคำว่า "ศีลเสมอกัน"
หากเราใฝ่ธรรมะ ใฝ่ดีกันอยู่แล้ว เืงื่อนไขของระยะเวลาอาจจะไม่ใช่ตัวตัดสินใจ

คุณคิม กับ คุณไก่ น่าจะเป็นตัวอย่างให้เราสามารถคิดอะไรบางอย่างได้



ตามต่อครับ ได้พบคลิปพระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล
ที่ท่านได้มาธรรมบรรยาย งานมงคลสมรส คิม-พงศกร : ไก่-มีสุข
เนื่องจากคนทั้งสองเป็นลูกศิษย์ของท่านโดยตรง


<p>
</p>


พุทธวจน - ธรรมะมงคลสมรส คิม - ไก่


ที่มา : http://www.youtube.com/watch?v=15S2BwFI0iI


พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล
ธรรมบรรยาย งานมงคลสมรส คิม-พงศกร : ไก่-มีสุข
วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 บ้านก้ามปู


ผมไม่เคยฟังธรรมะบรรยายจากพระอาจารย์คึกฤทธิ์ครับ
นี่เป็นครั้งแรก

ประทับใจและปีติใจมากครับ

ท่านพูดถึงศิลปะการครองคู่ที่เป็นคำแนะนำจากพระุพุทธองค์แท้ ๆ

ซึ่งคำสอนนั้นตรงกับสิ่งที่พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี ท่านเขียนไว้หนังสือ "ธรรมะทอรัก"
ตอน "คู่แท้แม้ชาติหน้า" ซึ่งผมขอยกมาใช้ประกอบ ณ ช่วงนี้


คู่แท้แม้ชาติหน้า


คู่รักหรือสามีภรรยาที่อยู่ด้วยกันมา แล้วตระหนักอย่างลึกซึ้งว่า คนที่เรารักหรือคู่สมรสของเรานั้นเป็น "คู่แท้" ของเราในทุก ๆ ด้านอย่างที่เคยนึกปรารถนามาโดยตลอด และเมื่อพบแล้วก็หวังจะให้เขาหรือเธอยังคงเป็นคู่แท้ตลอดไปจนถึงชาติหน้าหรือชาติไหน ๆ ก็ตาม ความปรารถนานี้จะเป็นจริงได้อย่างไร พระุพุทธเจ้าทรงให้แนวทางไว้ว่า คู่รักหรือสามีภรรยาจะต้องปฏิบัติตามหลักการ "๔ ส" นี้


๑. มีศรัทธาต่อกัน คือ เคารพนับถือในลัทธิศาสนา สิ่งเคารพบูชา มีแนวคิด ความเชื่อถือ ความสนใจในเรื่องต่าง ๆ อย่างเดียวกัน (มีรสนิยมใกล้เคียงกัน เช่น อ่านหนังสือ ดูภาพยนตร์แนวเดียวกัน ชอบธรรมชาิติเหมือนกัน โดยสรุปคือ มีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน) นอกจากนี้ยังต้องมีความหนักแน่นเสมอกัน ปรับตัวเข้าหากันได้ ยอมลงให้กันได้ในเรื่องศาสนา อุดมคติ หรือรสนิยมทางจิตวิญญาณ

๒. มีศีลเสมอกัน คือ ความประพฤติ มีศีลธรรม จรรยามารยาทพอเหมาะสมสอดคล้องไปกันได้ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ มีพื้นฐานการศึกษาอบรมใกล้เคียงกัน หรืออยู่ในระดับเดียวกัน

๓. มีจาคะเสมอกัน คือ มีความเืือื้อเฟื้อเผื่อแผ่ โอบอ้อมอารี มีใจกว้าง เสียสละ และพร้อมที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นในระดับที่เสมอกัน มีความเห็นกลมกลืน ไม่ขัดแย้ง

๔. มีปัญญาสมกัน คือ ใช้ปัญญาเป็นเข็มทิศในการครองคู่ ไม่ใช่อารมณ์หรือความถือตนเป็นศูนย์กลางมาเป็นบรรทัดฐานในการใช้ชีวิตคู่ จะตัดสินใจอะไรต้องปรึกษาหารือกันด้วยเหตุผล มีความเข้าอกเข้าใจและถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน


หากต่างฝ่ายต่างเกื้อกูลกันด้วยดีดังกล่าวแล้ว แม้ไม่ได้ตั้งความหวังว่าจะต้องพบกันทุกภพชาิติ แต่ความดีงามที่ทำต่อกันไว้จะเป็นตัวจัดสรรให้พบกันโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้เป็นไปตามกฎธรรมชาิติที่ว่า "ดีดูดดี" และ "เลวดูดเลว"

เมื่อภูมิชั้นของคุณธรรมและระดับสติปัญญามีความสอดคล้องกัน ธรรมชาติจะจัดสรรให้การพบกันทุกภพชาติของคู่แท้นั้นดำเนินต่อไป หรืออาจกล่าวได้ว่า ธรรมชาติเขา "จัดให้" นั่นเอง



นี่เป็นสิ่งที่เราท่านทั้งหลายที่มีคนรักและชีวิตคู่พึงระลึกไว้ใช่หรือไม่ครับ
มันเป็นหนทางธรรมที่พระุพุทธองค์ตรัสเอาไว้แล้ว
แล้วใครพึงปฏิบัติ หากมิใช่เรา



และเพิ่มติมอีกนิดจากงานเขียนของพระอาจารย์ ว.วชิรเมธี

ท่านได้ให้เคล็ดลับของการครองคู่ที่อยู่ยืน จากคำสอนของพระพุทธเจ้าสี่ข้อเท่านั้น คือ

๑. มีสัจจะ

๒. มีความอดทน

๓. มีความพร้อมที่จะเรียนรู้

๔. มีความใจกว้าง


สัจจะ คือ ความจริงใจ  ความภักดีต่อกันอย่างบริสุทธิ์ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทั้งวันแรกแต่งงานและหลังจากนั้นไปจนตาย ฉันรักเธอคนเดียวไม่ขอมี "กิ๊ก" ไม่ขอมี "บ้านหลังที่สอง" เคยให้เกียรติเธออย่างไร วันต่อไปของชีวิตก็จะยึดมั่นเช่นนั้นเสมอต้นเสมอปลาย

ความอดทน คือ อดทนต่อปัญหาพื้นฐาน อันได้แก่ เรื่องของ "ลิ้นกับฟัน" ทนต่อการฟันฝ่าอุปสรรคในระหว่างร่วมกันสร้างเนื้อสร้างตัว รวมทั้งทนต่อความขึ้นลงของอารมณ์อีกฝ่ายอย่างใจเย็นและมีสติ

ความพร้อมที่จะเรียนรู้ คือ การเปิดใจกว้างพร้อมที่จะยอมรับ "ตัวตน" ที่แท้จริงของอีกฝ่าย ซึ่งจะค่อย ๆ เปิดเผยตัวเองออกมาทีละน้อย ๆ เหมือนดอกไม้ที่ค่อย ๆ ผลิ ตูม และบานอย่างช้า ๆ จนกลายเป็นตัวตนที่แท้จริงของเขา ซึ่งไม่ถูกเคลือบด้วย "มายาคติ" อีกต่อไป

ความใจกว้าง คือ รู้จักเสียสละ คิดถึงหัวอกของกันและกัน ถือคติ "ดีต่อเขาอย่างที่เราอยากให้เขาดีตอบ" ยอมเสียสละ "อัตตา" ของตัวเองเพื่อให้คนรักของเรามีที่หยัดยืนบนวิถีแห่งชีวิตคู่อย่างทัดเทียมกัน หรืออย่างมีศักดิ์ศรีของมนุษย์พอกัน ไม่ยึดอำนาจ "การปกครอง" อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จนอีกฝ่ายกลายเป็น "ข้าช่วงใช้" เพราะหากทำเช่นนั้น อยู่ด้วยกันไม่นาน น้ำก็แยกสาย ไำผ่ก็จะแยกกอ นาวาแห่งชีวิตคู่ก็จะอับปาง



นี่คือ สัจธรรม หรือ ความเป็นจริงของชีวิต



หากใช้ชีวิตคู่ได้ไม่สุข อย่าโทษไปว่า เพราะเธอไม่ใช่ "คนที่ใช่"
ถ้าเป็น "คนที่ใช่" จะไม่เป็นแบบนี้

แต่ควรพิจารณาหลักธรรมที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ว่า ได้ทำบ้างหรือไม่

หากไม่ได้ทำเลย "คนที่ใช่" ก็อาจจะกลายเป็น "คนที่ไม่ใช่" ในอนาคต ก็ได้นะ


ในโลกนี้มีศาสตร์อื่นมากมายที่พูดถึง "การใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุข"

เช่น จิตวิทยา สุขภาพ การแพทย์ ฯลฯ

วิธีการมอง คือ ทุกศาสตร์มีเป้าหมายเดียวกัน คือ "ความสุขในครอบครัว"
ศาสตร์ทุกศาสตร์มีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันกันไป
ควรจะนำมาใช้ประยุกต์ร่วมกันน่าจะดีกว่า

เพียงแต่ "ธรรมะ" จากพระพุทธองค์นั้นเป็น "ความจริงแท้" ที่ยากจะหาคนซักค้านได้
เท่่านั้นเอง


ขอให้ สุข สว่าง สงบ นะครับ


บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...