สมัยเป็นนักศึกษามีชีวิตรอดมาได้ก็ด้วยมาม่านี่แหละ เป็นอาหารจานด่วน สะดวกดี รสชาติก็พอไปได้ เมื่อถามว่ามาม่าเป็นอาหารที่ไม่ดีตรงไหน คำตอบมักจะเป็นการอ้ำอึ้ง นึกไม่ออก

ทุกคนน่าจะรู้จักมาม่า(หรือไวไว ยำยำ และอย่างอื่นที่คล้ายกัน) และส่วนมากน่าจะเคยกิน ผมไปเยี่ยมโรงพยาบาลชุมชน หลายครั้งแอบได้ยินคุณพยาบาลแนะนำคนไข้ว่าไม่ควรกินมาม่าเพราะเป็นอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพเมื่อถามกันเป็นส่วนตัวก็ยอมสารภาพว่าสมัยเป็นนักศึกษามีชีวิตรอดมาได้ก็ด้วยมาม่านี่แหละเป็นอาหารจานด่วน สะดวกดี รสชาติก็พอไปได้ เมื่อถามว่ามาม่าเป็นอาหารที่ไม่ดีตรงไหนคำตอบมักจะเป็นการอ้ำอึ้ง นึกไม่ออก และในที่สุดมักจะตอบว่าเพราะมีผงชูรส (มาม่าซองมีผงชูรสประมาณ 1 กรัมอยู่ในเกณฑ์ที่บริโภคได้ด้วยความปลอดภัย แต่บางคนอาจมองว่าแค่ไหนก็ไม่ปลอดภัยเป็นประเด็นน่าสนใจที่ต้องว่ากันยาว หากมีโอกาส)

ความไม่ดีแน่ๆของมาม่าคือมีเกลือมากไปมีหลักฐานชัดเจนว่าเกลือมากไปเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างแน่นอนโดยเฉพาะอย่างยิ่งอันตรายต่อหลอดเลือด อาหารแต่ละวันไม่ควรมีเกลือ (คิดเป็นปริมาณโซเดียม) เกิน 2400 มิลลิกรัม แต่มาม่าหนึ่งซองมีเกลือคิดเป็นโซเดียมถึง 1500 มิลลิกรัม มาม่าหนึ่งซองให้พลังงาน 280 กิโลแคลอรีร่างกายเรา (ผู้ใหญ่) ต้องการพลังงานจากอาหารวันละประมาณ2000 กิโลแคลอรี มาม่าหนึ่งซองก็เท่ากับ 1 ใน 7 ของความต้องการ หรือประมาณครึ่งหนึ่งของอาหารหนึ่งมื้อ(ถ้าเรากินอาหารสามมื้อเท่าๆกัน) ดังนั้นถ้าคิดว่ามาม่าหนึ่งซองเป็น 1 ใน 7 ของอาหารทั้งวันก็ไม่ควรมีเกลือเกิน343 มิลลิกรัม แสดงว่าเกินไปกว่าสี่เท่าตัว หรือถ้าคิดว่ามาม่าหนึ่งซองเป็นอาหารหนึ่งในสามมื้อก็ไม่ควรมีเกลือเกิน833 มิลลิกรัม ก็ยังเกินไปเท่าตัวอยู่ดี  มีทางแก้สามวิธี คือ หนึ่ง ใส่ผงเครื่องปรุงเพียงครึ่งถุงซึ่งก็จะทำให้ไม่อร่อย สอง ใส่เครื่องปรุงและเติมน้ำตามปกติ แต่ก่อนกินรินน้ำทิ้งไปครึ่งหนึ่งของที่เติมตอนแรก(ไม่ควรใช้วิธีจะเหลือน้ำไว้เพราะกว่าจะนึกได้ก็ไม่เหลือแล้ว) สาม ในกรณีที่เผลอไปแล้ว มื้อต่อไปก็เลือกอาหารที่ไม่เค็มหรือเค็มน้อยๆ หน่อยเป็นการชดเชยส่วนที่เกินไปก็แล้วกันน่าจะแถมข้อสี่ คือเรียกร้องให้ผู้ผลิตลดปริมาณเกลือลง ลดลงสักครึ่งก็จะดี (ที่จริงเขาก็รู้ แต่เขาคงกลัวว่าเมื่อเค็มน้อยความอร่อยก็จะลดลงจึงเป็นภาระของเราที่จะยอมลดความอร่อยลงเสียเอง) เด็กบางคนชอบกินเส้นมาม่าเปล่าๆ ไม่ติดปัญหาเรื่องเกลือมากไป เพราะเกลืออยู่ในซองเครื่องปรุง จึงน่าจะเป็นโทษน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการกินขนมกรุบกรอบชนิดอื่นๆที่มีน้ำตาลถ้าเกลือมากไปเป็นอันตรายจากอาหารหมายเลขหนึ่ง น้ำตาลมากไปก็เป็นอันตรายจากอาหารหมายเลขสองเช่น โรคอ้วน คนไทยโดยเฉลี่ยกินน้ำตาลเกินกว่าที่ควร (แต่กินไข่น้อยกว่าที่ควร)

ประเด็นสำคัญอีกอย่างคือมาม่าหนึ่งซองมีโปรตีน 7 กรัม (ความต้องการโปรตีนต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ประมาณ50 กรัม) ถ้าคิดแบบมาม่าหนึ่งซองเท่ากับ1 ใน 7 ของอาหารต่อวันก็ดูจะพอดีแต่ถ้าคิดว่ามาม่าเป็นอาหารหนึ่งในสามมื้อก็ควรจะหาโปรตีนมาเพิ่มให้เป็น 17กรัมหรือใกล้เคียง จึงควรเติมเนื้อหมู เนื้อไก่ หรือไส้กรอกลงไปด้วยแล้วแต่จะหาได้หรือเตรียมไว้แต่วิธีที่สะดวกสุดคือตอกไข่ลงไปสักฟองจะพอดี (โปรตีน 12.8กรัม และได้พลังงานแถมมาอีก 155 กิโลแคลอรีแถมด้วยสารอาหารดีๆอย่างอื่นอีกเพียบ) จะได้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องที่เราบริโภคไข่น้อยไป(เฉลี่ยไม่ถึงวันละฟอง) อีกด้วย

ประเด็นสุดท้ายถ้าจะให้มาม่าเป็นอาหารหนึ่งมื้ออย่างสมบูรณ์ก็ต้องเติมผักลงไปด้วยถ้ามีโอกาสทำได้ คนที่ชอบมาม่าที่บ้านควรจะมีผักที่ชอบติดตู้เย็นไว้ ผมใช้ผักกาดขาวผักกาดหอม ที่ใช้บ่อยกว่าคือ ผักตำลึงที่บังเอิญมาขึ้นที่ริมรั้ว แต่ที่ชอบมากกว่าคือ เก็บตำลึงต้นเล็กที่ขึ้นเองมาปลูกในกระถางจะได้ใบอ่อนผักตำลึงที่รสชาติดีกว่า หรือเมื่อซื้อผักบุ้งจีนมาหนึ่งกำ เด็ดส่วนที่เป็นใบมาใช้แล้ว ส่วนที่เป็นรากชำไว้ในกระถางอีก 3 สัปดาห์ต่อมาก็จะมียอดผักบุ้งสำหรับเติมในมาม่าได้อีกรอบหนึ่งเมื่อวันสงกรานต์นี้เอง ลองใช้ผักวอเตอร์เครส นอกจากรสชาติจะใช้ได้แล้ว ก้านที่ติดใบเล็กๆชำไวในกระถางสัปดาห์เดียวแตกใบแทบทุกก้านเลยทั้งๆที่เก็บผักไว้ในตู้เย็นถึงสองวันก่อนใช้ แสดงว่าขึ้นง่ายดีจัง อย่างไรก็ตาม หากหาผักไม่ได้มีอีกหนึ่งทางออกคือ กินมาม่าเสร็จควรตามด้วยผลไม้ตามฤดูกาล เช่น กล้วย ส้มหรือแอปเปิลสักลูก ก็จะเป็นฟาสต์ฟูดหรือ อาหารบ้านจานด่วน ที่น่าจะเป็นอาหารมื้อสุขภาพได้   

 มาม่าสุขภาพเป็นเพียงตัวอย่างที่นำมาแสดงเพื่อชี้ให้เห็นว่าเราสนใจเรื่องสุขภาพของเราในแง่ของอาหารน้อยกว่าที่ควร ผลการสำรวจสุขภาพคนไทยพบว่า

1. เรากินอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ทั้งๆที่เรียนสุขศึกษามาทุกคน

2. เรากินเค็มเกินไปกินเกลือคิดเป็นโซเดียมเกินวันละ 2400 มิลลิกรัม(อยากรู้ว่าเค็มขนาดไหนพอดี คราวหน้าทำมาม่าทดลองเติมน้ำ 3ถ้วยแทนที่จะทำตามปกติ  1½ ถ้วย)

3. เรากินน้ำตาลมากไปไม่ควรเกินวันละ 6 ช้อนชา จึงต้องหาทางลดของหวานลง

4. เรากินผักผลไม้น้อยกว่าที่ควรไปมากๆปริมาณที่ดีต่อสุขภาพคือไม่น้อยกว่าวันละ 4 หน่วย (หนึ่งหน่วยเท่ากับ 100 กรัมหรือหนึ่งขีดประมาณง่ายๆว่า กล้วย ส้ม หรือแอปเปิลหนึ่งลูก หรือผักสดหนึ่งกำมือใหญ่ๆ) น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด

5. เรากินไข่น้อยไป (เฉลี่ยน้อยกว่าวันละฟอง)

อำนาจ ศรีรัตนบัลล์

20 เมษายน 2556