อาหารรสชาติเค็มจัด อาจเสี่ยงเป็น โรคความดันโลหิตสูง
โรคหัวใจ โรคไต และอัมพฤกษ์ อัมพาต
นพ.โสภณ เมฆธน รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า คนไทยมีแนวโน้มป่วยเป็นโรคไตเพิ่มขึ้น สาเหตุสำคัญของโรคไตเกิดจากเบาหวาน และความดันโลหิตสูง นอกจากนี้อาจมีสาเหตุจากโรคนิ่วในไต ติดเชื้อที่ไต การกินยาแก้ปวดเป็นเวลานาน ๆ จากข้อมูลล่าสุดพบคนไทยป่วยเป็นโรคไตประมาณ 8 ล้านคน หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจเกิดโรคแทรกซ้อนถึงขั้นเสียชีวิต ต้องฟอกไตยืดชีวิต รอการเปลี่ยนไตใหม่
หน้าที่สำคัญของไต คือ ควบคุมระดับโซเดียมในร่างกาย โซเดียมจะช่วยรักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย
ทำให้การทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อเป็นปกติ โซเดียมที่ร่างกายได้รับส่วนใหญ่มาจากอาหารที่บริโภค
เช่น น้ำปลา ซอสปรุงรส ผงชูรส ผงปรุงรส ใน
1 วัน ร่างกายต้องการไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม หรือเท่ากับเกลือ
1 ช้อนชา แต่จากข้อมูลพบว่า คนไทยบริโภคเกลือหรือโซเดียมเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนดถึง
2 เท่า
การกินเค็มจัดทำให้ไตทำงานหนักในการขับโซเดียมส่วนเกินออกทางปัสสาวะ
เพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย หากขับออกได้ไม่หมดโซเดียมก็จะคั่งและเป็นตัวดึงน้ำไว้ในร่างกาย
ทำให้มีปริมาณของเหลวไหลเวียนในร่างกายมากผิดปกติ เพิ่มแรงดันในหลอดเลือดให้สูงขึ้น
ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้น เกิดปัญหาหลอดเลือดทั้งขนาดใหญ่และเล็กที่ไปเลี้ยงทั่วร่างกายปรับตัวหนาและ
แข็งตามมา
โดยเฉพาะที่ไตมีผลกระทบมาก เนื่องจากมีเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ จำนวนมากทำหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือด ไม่สามารถขับของเสียออกได้หมด เกิดการอักเสบของเส้นเลือด เร่งให้เกิดการเสื่อมสภาพเร็วขึ้นกว่าปกติ หากยังกินเค็มต่อเนื่อง ภายใน 5–10 ปี หลอดเลือดในไตจะเสื่อมสภาพอย่างถาวรทำให้เป็นไตวายเรื้อรัง รักษาให้กลับมาเหมือนเดิมไม่ได้ ต้องเปลี่ยนไตใหม่ จึงต้องเร่งรณรงค์ให้ประชาชนลดการกินเค็มลงกว่าเดิมครึ่งหนึ่ง เป็นการถนอมไต ป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับไตในระยะยาว
ผศ.นพ.สุรศักดิ์
กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม
กล่าวว่า การกินอาหารเค็มเป็นครั้งคราวคงไม่เป็นอะไร
แต่การกินอาหารเค็มจัด ทำให้เกิดการคั่งของน้ำและเกลือ ส่งผลให้ไตทำงานหนักขึ้น เพื่อกรองเกลือและน้ำส่วนเกิน
ผลที่ตามมาคือ ทำให้เป็นโรคไตวายเรื้อรัง การกินอาหารเค็มจัดทำให้ความดันโลหิตสูงมีโอกาสเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด
หากไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจขาดเลือด หัวใจวาย เสียชีวิต เป็นอัมพฤกษ์อัมพาต
หลายคนติดรสชาติเค็ม และไม่รู้ว่าตัวเองกินเค็ม ดังนั้นควรลดเค็มลงครึ่งหนึ่ง
เคยปรุงรสอาหารด้วยน้ำปลา 2 ช้อน ก็ลดลงเหลือ 1 ช้อน ใน 1 วันไม่ควรกินน้ำปลาเกิน 3 ช้อนชา หรือมื้อละ 1 ช้อนชา กินเหลือไม่เกินวันละ 5 กรัม
ควรเปลี่ยนนิสัยในการกินด้วยการชิมก่อนปรุง ไม่ใช่ว่าปรุงก่อนชิม
หลีกเลี่ยงอาหารรสชาติเค็มจัด เช่น อาหารหมักดอง อาหารที่ใช้เกลือในการถนอมอาหาร
เช่น ปลาเค็ม ปลาร้า กะปิ
จากข้อมูลของสหรัฐพบว่า หากลดบริโภคเกลือลง 30% ต่อวันจะลดความดันโลหิตได้ 5-10 มิลลิเมตรปรอท
เท่ากับลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ และถ้าประชากรทั้งประเทศลดการบริโภคเกลือลง
30% จะลดจำนวนผู้ป่วยได้มาก เช่น
ลดจำนวนผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดเหลือ 60,000-100,000 คนต่อปี
ลดจำนวนผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาตเหลือ 30,000-60,000 คนต่อปี
และลดอัตราการตาย 40,000-90,000 คนต่อปี และยังสามารถลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้นับหมื่นล้าน
ดอลลาร์ต่อปี
ดังนั้นคนไทยควรลดการบริโภคอาหารเค็มจัด โดยเฉพาะ ซีอิ๊ว น้ำปลา กะปิ ผงชูรส
นพ.อนุตตร
จิตตินันทน์ นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย แนะนำวิธีป้องกันโรคไต
คือ
1. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงควรไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
2. พยายามควบคุมเบาหวานและความดันให้ดี
3. หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสชาติเค็มจัด โดยลดเค็มลงครึ่งหนึ่ง
4. หลีกเลี่ยงการกินยาแก้ปวดโดยไม่จำเป็น ไม่ควรซื้อยากินเอง ไม่ว่ายาชุด
ยาหม้อ การกินยาติดต่อกันเป็นเวลานานมีผลต่อไตโดยตรง และ
5. คนที่เป็นโรคอ้วน มีโอกาสเป็นโรคไตมากขึ้น ดังนั้นควรควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม
ด้าน ดร.ทิพย์วรรณ ปริญญาศิริ ผอ.สำนักอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
(อย.)
กล่าวว่า อย.บังคับให้อาหารกรุบกรอบ 5 ชนิด คือ
มันฝรั่งทอดหรืออบกรอบ ข้าวโพดคั่วทอดหรืออบกรอบ ข้าวเกรียบหรืออาหารขบเคี้ยวชนิดอบพอง
ขนมปังกรอบ แครกเกอร์หรือบิสกิต และเวเฟอร์สอดไส้ ต้องแสดงฉลากโภชนาการแบบจีดีเอด้านหน้าซองมองเห็นได้ชัดเจน
โดยแสดงค่าพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม หลังจากบังคับใช้มา 1 ปี ตอนนี้ขยายไปยังขนมกรุบกรอบทุกชนิด
รวมถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซุปต่าง ๆ จากเดิมมีผู้ประกอบการอยู่ในข่ายกว่า 1,000
ราย ตอนนี้คาดว่าจะกระทบผู้ประกอบการประมาณ 4,000-5,000 ราย
อย่างไรก็ตามได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการปรับสูตรอาหารทางเลือก
เช่น อาหารเค็มน้อย หวานน้อย สำหรับผู้บริโภคด้วย
( ขอบคุณ ลดเค็มครึ่งหนึ่งจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์คอลัมน์ X-Ray สุขภาพ)
มีใครชอบอาหารลดเค็มบ้าง น้ำปลาไทยหอมอร่อยอดไม่ได้ที่จะนำมาปรุงอาหารทุกครั้ง อาหารไทยหลายๆอย่างต้องใช้เกลือหมัก เป็นวิธีการถนอมอาหารอย่างหนึ่งที่จะเก็บไว้ได้นาน เช่น ปลาร้า ปลาเค็ม กะปิ ซีอิ้ว อาหารหมักดอง ฯลฯ การป้องกันไม่ให้เกิดโรคควรระวังอาหารเค็มกันให้มากขึ้น ผู้ที่ชอบรสเค็มอาหารรสจัดควรลดลงให้มาก นึกถึงไตให้มากๆ ผู้ที่เป็นโรคที่ต้องลดเค็มมากที่สุด เช่น โรคความดันโลหิตสูง และผู้ที่เป็นโรคไตแล้ว ยิ่งต้องระวังที่สุด
ด้วยความปรารถนาดี กานดา แสนมณี