- เราๆ ท่านๆ คงจะพบเห็นคนรอบข้างเป็นมะเร็งกันบ้างไม่มากก็น้อย สัปดาห์ก่อนผู้เขียนไปสอนที่วิทยาลัยพยาบาลแห่งหนึ่ง
คุณพ่อคุณแม่ของนักเรียน 3 คนจาก 72 คนเป็นมะเร็งปอด มะเร็งถุงน้ำดี และมะเร็งหลังโพรงจมูก นับว่า นักเรียนห้องนี้มีญาติเป็นมะเร็งกันไม่น้อยเลย
- เว็บไซต์เมโยคลินิกมีคำแนะนำดีๆ 7 วิธี เพื่อลดความเสี่ยงจากมะเร็งได้แก่ การไม่สูบบุหรี่ อาหารสุขภาพ ควบคุมน้ำหนัก เลี่ยงแดด วัคซีน และงดพฤติกรรมเสี่ยง
(1). ไม่สูบบุหรี่:
<ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify">บุหรี่มีสารก่อมะเร็งมากกว่า 60 ชนิด นอกจากนั้นน้ำมันดิน (tar) ในบุหรี่จะเข้าไปจับผนังทางเดินหายใจ ทำให้สารก่อมะเร็งในอากาศจับกับผนังทางเดินหายใจได้มากขึ้น</div></li></ul>คนที่สูบบุหรี่ หรือหายใจควันบุหรี่ที่คนอื่นสูบเข้าไปจะมีความเสี่ยงต่อมะเร็งปอด หลอดอาหาร กล่องเสียง ช่องปาก กระเพาะปัสสาวะ ไต ตับอ่อน ปากมดลูก กระเพาะอาหาร และมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด AML เพิ่มขึ้น <ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify">
คนที่สูบซิการ์ หรือสูบไปป์(กล้องยาสูบ)จะมีความเสี่ยงมะเร็งปอด กล่องเสียง หลอดอาหาร และช่องปากเพิ่มขึ้น
</div></li></ul><p>ส่วนคนที่ชอบเคี้ยวยาสูบจะเสี่ยงมะเร็งช่องปาก กระพุ้งแก้ม และเหงือกเพิ่มขึ้น</p><p>
(2). อาหารสุขภาพ: </p><ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 12pt 0cm 0pt; text-align: justify">
มะเร็งประมาณ 30% หรือ 1 ใน 3 มีความสัมพันธ์กับอาหาร และโรคอ้วน สมาคมโรคมะเร็งอเมริกันแนะนำให้กินอาหารจากพืชให้มากขึ้น ลดอาหารจากสัตว์ลง
</div></li></ul>อาหารสุขภาพควรเริ่มด้วยธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ฯลฯ เพิ่มอาหารจากถั่ว ถั่วเหลือง กินผักผลไม้ให้ได้อย่างน้อยวันละ 5 ทัพพี <ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 12pt 0cm 0pt; text-align: justify">
ผักตระกูลกะหล่ำ (cruciferous) เช่น บร็อคโคลี กะหล่ำ ฯลฯ อาจช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร และลำไส้ใหญ่ได้
</div></li></ul>อาหารไขมันสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งต่อมลูกหมาก ลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก และมดลูก ควรลดไขมันในอาหารลง โดยเฉพาะไขมันสัตว์ <p style="margin: 12pt 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">
(3). งดเหล้า: </p><ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 12pt 0cm 0pt; text-align: justify">
แอลกอฮอล์(เหล้า เบียร์ ไวน์…)มีความสัมพันธ์กับมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งช่องปาก หลอดอาหาร ฯลฯ การงดเหล้าจะดีที่สุด
</div></li></ul><p>ถ้างดไม่ได้… ควรจำกัดปริมาณ ผู้ชายไม่ควรเกินวันละ 2 ดริ๊งค์ (1 drink ประมาณเบียร์แบบอ่อน 1 กระป๋อง) ผู้หญิงไม่ควรดื่มเกินวันละ 1 ดริ๊งค์</p><p>
(4). ควบคุมน้ำหนัก: </p><ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 12pt 0cm 0pt; text-align: justify">
โรคอ้วนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งต่อมลูกหมาก ลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก มดลูก รังไข่ และเต้านม
</div></li></ul><p>การควบคุมน้ำหนักที่ดีควรเน้นทั้งการควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย การออกกำลังกายเป็นประจำอาจลดความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านม และลำไส้ใหญ่ได้ จึงควรออกกำลังอย่างน้อยวันละ 30 นาที</p><p>
(5). เลี่ยงแดด: </p><ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 12pt 0cm 0pt; text-align: justify">
แดดมีส่วนเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนัง จึงควรเลี่ยงแดดในช่วง 10.00-16.00 น. พยายามอยู่ในที่ร่มในช่วงเวลาดังกล่าวตั้งแต่เด็ก
</div></li></ul><p>ถ้าจำเป็นต้องออกไปอยู่กลางแดด… ควรสวมเสื้อผ้าปกปิด ใช้ยากันแดดที่มีค่า SPF 15 ขึ้นไป</p><p>
(6). วัคซีน: </p><ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 12pt 0cm 0pt; text-align: justify">
วัคซีนที่มีส่วนช่วยป้องกันมะเร็งที่สำคัญได้แก่ วัคซีนตับอักเสบบี และวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV)
</div></li></ul>วัคซีนตับอักเสบบีนิยมฉีดในเด็กแรกเกิด และผู้ใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น บุคลากรสุขภาพบางสาขา ฯลฯ <ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 12pt 0cm 0pt; text-align: justify">
วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV) เป็นวัคซีนที่ออกใหม่ และนิยมฉีดในผู้หญิงวัยรุ่น
</div></li></ul>
(7). พฤติกรรมเสี่ยง: <ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 12pt 0cm 0pt; text-align: justify">
พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ(ทำให้เสี่ยงมะเร็งตับ) ไวรัส HPV (ทำให้เสี่ยงมะเร็งปากมดลูก หรืออวัยวะเพศชาย)
</div></li></ul><p>นอกจากนั้นพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศยังทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส HIV (เอดส์) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งทวารหนัก ปากมดลูก ตับ ต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งเส้นเลือด (Kaposi’s)</p><p>
แหล่งข้อมูล: </p><ul>
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๔๙.
</ul>
เชิญอ่าน & ดาวน์โหลดที่นี่: <ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 18.0pt">
อ่านบ้านสาระ >>> http://gotoknow.org/blog/talk2u
</div></li></ul>
ขอบพระคุณคุณหมอมากครับ
ขอขอบคุณอาจารย์สิงห์ป่าสัก และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
ขอบคุณค่ะ ออกกำลังกายกับการกินผัก นี่มีประโยชน์มหาศาลจริงๆ นะคะ ต้องกินให้ถึงวันละ 5 ทัพพีเหรอจะพยายามค่ะ
ขอขอบคุณอาจารย์เมตตา และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
คำแนะนำของหน่วยงานสุขภาพอเมริกัน (www.5aday.gov) แนะนำมากกว่านี้ ทว่า... คงจะเป็นเพราะฝรั่งตัวโตมาก
ความจริง > สารต้านอนุมูลอิสระไม่ได้มีเฉพาะในผัก + ผลไม้ > ในข้าวกล้อง น้ำมันพืชสีเข้มหน่อย (เช่น มะกอก รำข้าว ฯลฯ) เครื่องเทศ ชา กาแฟก็มีเหมือนกัน
ขอให้อาจารย์เมตตา และท่านผู้อ่านทุกท่านมีสุขภาพดี แข็งแรง ไม่มีโรคภัยไปนานๆ ครับ...
อ่านแล้วก็นึกถึงตอนที่เป็นไข้ครับอาจารย์หมอ เราน่าจะดูแลสุขภาพดีดี ก่อนที่โรคภัยจะมาเยือน ยาก็ช่วยเราไม่ได้เพราะเวลาไข้ ใจมันหดหู่มากกว่ากายอีกนะครับ ปัจจุบันคนในชนบท(แถบบ้านผมรวมทั้งบ้านผมด้วย)มีความเสี่ยงจากการไม่ดูแลตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ
ขอขอบคุณอาจารย์ออต...
พระพุทธศาสนาถือว่า รูป(กาย)มีผลต่อจิต... โดยเฉพาะการทำบุญ ทำกุศลหลายๆ ประการต้องอาศัยสุขภาพกายที่ดี
การรักษาสุขภาพ โดยเฉพาะการเดินเร็วบ้าง ช้าบ้างสลับกัน มีคุณค่ามาก
ขอให้อาจารย์ออต และท่านผู้อ่านทุกท่านมีสุขภาพดี ไม่ป่วยไม่ไข้ ถ้าป่วยหรือไข้ > ขอให้หาย หรืออาการทุเลาโดยเร็วพลันครับ...
ได้ความรู้มากค่ะ
ขอขอบคุณอาจารย์ปารินุช และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
ขอขอบคุณ... คุณกอบัวและท่านผู้อ่านทุกท่าน
ผู้ใหญ่...