เกิดมาจากท้องไร่ท้องนา ในชนบท ในวัยเด็กเรียนโรงเรียนในหมู่บ้าน วิถีชีวิตที่ผูกพันกับดิน น้ำ ป่า หล่อหลอมทำให้หวงแหนและรักแผ่นดินเกิด
คุณครูให้วาดรูป ในหัวข้อ“หมู่บ้านของฉัน” รูปที่ผมวาดมักจะเป็นบ้านหลังเล็กๆ คนเยอะๆ มีต้นไม้ หนองน้ำ ภูเขา ดวงอาทิตย์มีนกบินผ่าน หมู่บ้านที่อยู่ในมโนสำนึกมีอยู่เท่าที่นึกออก ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประสบการณ์ของเด็กชายตัวน้อยแทบทั้งสิ้น
"ท้องทุ่งที่บ้านผม"ถ่ายเมื่อช่วงเย็นย่ำ ๔ ต.ค. ๔๙
แท้จริงแล้ว หมู่บ้านน่าอยู่ หมู่บ้านในอุดมคติมีองค์ประกอบมากมาย ความคิดเปลี่ยนไปตลอดเวลาตามวัยที่เติบใหญ่ขึ้น ผมตื่นเต้นกับทุนนิยม ตื่นเต้นกับทีวีมีรูปมีเสียง เรามีวิทยุ ไฟฟ้า ทันสมัยดีจัง ความเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาใหม่เรื่อยๆในชุมชน
หารู้ไม่ว่า ทุนนิยมเหล่านั้น เร่งเร้าให้ชุมชนเล็กๆของเรา เปลี่ยนแปลงไปมากมาย ปัญหาต่างๆปัญหาใหม่ เกิดขึ้นตามสิ่งใหม่ที่เข้ามา ชาวบ้านทำงานหนักขึ้น เรามีเวลาคุยกันน้อยลง เราเสพย์ทุนนิยมมากขึ้น เราใช้สารเคมีในการเกษตรมากขึ้นเพื่อเพิ่มผลผลิต(และลดอายุตนเอง) เราคิดๆกันตลอดเวลา นั่งกุมขมับ จะหาเงินจำนวนมากมายที่ไหนเพื่อมาซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกให้ทันสมัยที่เขาเรียกว่า “ทุนนิยม” ไหนจะค่าใช้จ่ายเป็นเงาตามตัว จิปาถะ ที่สำคัญ ปีนี้จะใช้หนี้ ธกส. (ธรณีกรรแสง) ได้หรือเปล่านี่? ไหนจะเงินกู้กองทุนเงินล้านอีกละ..!?!
![]()
"หนุ่มบ้านนา"
ผมหนึ่งในสาวกทุนนิยมที่ถูกผลักไปตามแรงของโลกที่หมุน ได้มีโอกาสออกไปร่ำเรียนในสถาบันการศึกษา ได้เรียนรู้และถูกยัดเยียดถึงการแข่งขันในตลาดเสรี ช่วงนั้นถึงกับคิดว่าอีกหน่อยต้องไปต่อสู้กับคนข้างนอกเรื่อยๆ ไม่เคยมีรายวิชาที่ช่วยให้ย้อนกลับมาดูชุมชนของผมเลย เราเรียนจากวิทยาการสมัยใหม่ ทำให้สาวกทุนนิยมอย่างผม ยิ่งเห่อเหิมฟุ้งเฟ้อไปกันใหญ่...
การศึกษาในมหาวิทยาลัยที่เรียกว่า เป็น "มหาวิทยาลัยภูธร" แทบจะไม่ได้ช่วยให้ผมคิดอะไรใหม่ๆได้เลย ไม่ได้สอนผมวาดชุมชนน่าอยู่ของผม ไม่เคยให้ผมกลับไปศึกษาชุมชนเพื่อนำมาวิเคราะห์และเรียนรู้ นอกจากการแข่งขันเพื่อการเป็นที่หนึ่ง เพื่อความก้าวหน้า ทุกคนบอกผมแบบนี้ ...และเป็นสิ่งที่ผมคิดอยู่ตลอดเวลาในเวลานั้น
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 11.5pt; font-family: Tahoma"> <br><strong><span> </span><span>จะก้าวหน้าไปถึงไหนกัน</span>?</strong> </span></p> <p class="MsoNormal"><span style="font-size: 11.5pt; font-family: Tahoma"><span> </span>วันหนึ่งในหมู่บ้านเล็กๆของผม ...ผมเดินช้าๆในชุมชน สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงมากมาย <span> </span><span style="background-color: #ffff99">คนที่รู้จักไปทำงานข้างนอกส่วนหนึ่ง กลับบ้านมาเหลือเงินมาให้ทางบ้านไม่เท่าไหร่ ทำกินทำอยู่มากกว่า มองขึ้นไปบนฟ้ามีคลื่นโทรศัพท์วิ่งวุ่นวายไปหมด ...<strong style="background-color: #ffcc00">ทาสทุนนิยม ครอบงำชุมชนไปหมดแล้วหรือนี่...</strong></span></span><span style="font-size: 11.5pt; font-family: Tahoma"></span></p> <p class="MsoNormal"><span style="font-size: 11.5pt; font-family: Tahoma"><span> </span><span style="background-color: #99ff66">ชุมชนในฝันผมเปลี่ยนไป ...หากผมจะวาดรูป </span></span><span style="font-size: 11.5pt; font-family: Tahoma"><strong style="background-color: #99ff66">“<span>หมู่บ้านของฉัน</span>”</strong><span> ขึ้นมาใหม่ เนื้อหาในรูปวาดคงเปลี่ยนไป ภูเขายังมี ต้นไม้หายไปเยอะ บ้านหลังใหญ่ๆเต็มพื้นที่ รวมทั้งบ้านผมเองด้วย พื้นที่ที่ผมเคยวิ่งเล่นแคบลง บึงใหญ่ที่เราเคยกระโดดเล่น เจ้าเด่นเพื่อนผมบอกว่า นายทุนถมที่ซะแล้ว...เขาบอกว่าจะทำรีสอร์ทให้ฝรั่งมาอยู่ </span></span></p> <p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 11.5pt; font-family: Tahoma"><span> </span>ต้องอยู่ให้ได้...กับทุนนิยม</span></strong><span style="font-size: 11.5pt; font-family: Tahoma"><strong>!!</strong></span></p> <p class="MsoNormal"><span style="font-size: 11.5pt; font-family: Tahoma"><span> </span><font color="#0000ff"><strong>การคิดใหม</strong>่...การย้อนกลับมาทบทวนตนเอง วิเคราะห์ตนเองอย่างรู้เท่าทันของชุมชน เป็นเรื่องสำคัญ ผมบอกคนในชุมชนเสมอว่า เราวิ่งไม่ทันคนข้างนอกเขาหรอก และไม่รู้จะไปแข่งขันกันทำไม...</font></span><span style="font-size: 11.5pt; font-family: Tahoma"><font color="#0000ff">???</font><span> </span></span></p><p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 11.5pt; font-family: Tahoma">ณ เวลานี้ปฏิเสธทุนนิยมไม่ได้อย่างแน่นอน.. แต่เราจะอยู่กับทุนนิยมได้อย่างไรให้มีความสุข... <font color="#0000cc">เป็นคำถามที่ท้าทายรูปแบบการพัฒนาชุมชนในวันพรุ่งนี้</font></span></strong><span style="font-size: 11.5pt; font-family: Tahoma"></span></p> <p class="MsoNormal"><span style="font-size: 11.5pt; font-family: Tahoma"><span></span>ผมมีความสุข มีความหวัง เมื่อมีความพยายามคุยกันเรื่อง </span><span style="font-size: 11.5pt; font-family: Tahoma"><strong>“<span>เศรษฐกิจพอเพียง</span>”</strong><span> ในหมู่บ้าน พวกเราทั้งหมู่บ้านมานั่งคุยกันใหม่ว่าเราจะพัฒนาชุมชนเราไปอย่างไร ให้<strong>พออยู่พอกิน ปลอดหนี้ ธกส. หนี้กองทุนเงินล้าน มีความสุข และสุขภาพดี</strong> </span></span></p> <p class="MsoNormal"><span style="font-size: 11.5pt; font-family: Tahoma"><span> </span><span style="background-color: #ccffff">นั่น...เป็นประเด็นที่ชุมชนของผม คุยกันครั้งหลังสุด...ที่ประชุมหมู่บ้าน ผมคิดว่าที่พวกเราคุยไม่ใช่เรื่องกระแสแต่เพียงอย่างเดียว เพราะ่เราเหนื่อยกันจริงๆกับเวลาที่ผ่านมา</span> </span></p><p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 11.5pt; font-family: Tahoma">หากจะคิดใหม่ ก็ไม่สายหรอก...</span></strong></p><p style="background-color: #ffffcc" class="MsoNormal"><span style="font-size: 11.5pt; font-family: Tahoma">จากวันนี้เข้าใจว่า งานพัฒนาต่างๆที่ให้ความสำคัญต่อแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง จะเริ่มต้นขึ้นในชุมชนเล็กๆของผม...เป็นสัญญาณว่า ความเป็นจริงของชุมชนน่าอยู่เริ่มจะเป็นรูปเป็นร่างจากวันนี้...</span></p><p class="MsoNormal"><span style="font-size: 11.5pt; font-family: Tahoma"><strong>เฮ้อ...คิดถึงไอ่ทุย!!!</strong></span></p><hr width="100%" size="2"> เช้าวันหนึ่งที่หมู่บ้านของผม บ้านทุ่งยาว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน <br><p class="MsoNormal"> </p>
ผมอ่านบทความของคุณ จตุพร วิศิษฐ์โชตอังกูร แล้ว ผมมีความคิดเห็นและถิ่นเกิดคล้ายๆกัน จึงเห็นด้วย... ขอให้ลงแนวคิด ต่อไป..
อาจารย์สมศักดิ์
หากเรามองย้อนกลับเข้ามาในชุมชนแล้ว...เห็นว่า หากเราไม่ช่วยตัวเองแล้วจะรอใครมาช่วย การพึ่งพาตนเอง และที่สำคัญที่สุด ผมอยากให้น้องๆที่เป็นคนในชุมชนมาช่วยกันสร้า้งสรรค์หมู่บ้านของเรา ให้เป็นหมู่บ้านที่น่าอยู่
ผมดีใจครับ ที่เราได้รับเอาแนวคิด "เศรษฐกิจพอเพียง" มาพัฒนาชุมชน ในวันที่ชุมชนอ่อนแอ
ขอบคุณอาจารย์ครับ
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
พี่Bright Lily
ศัพท์ใหม่ครับ...ช่วงหลังศัพท์นี้ พูดเเล้วเป็นที่เข้าใจกันทุกคน ...
ชีวิตต้องสู้ครับผม!!!!
ผมก็เป็น...หนุ่มนา...นครพนม...เสื้อขาด...จ่องป่อง...
แจ่งแป่ง...ครับ
ด้วยทางชีวิตผลักผมไปตามกระแสโลก...หลุดกรอบ...เกาะกระแสธรรม...พอได้...พออยู่...และพอกิน...สบายใจ...จากบันทึกนี้...ผมก็เหลียวย้อนมองบ้านนาในอดีตที่เคยเกิดกายที่นั้น...เกิดแนวคิดหลายอย่างครับ...
จ่องป่อง แจ่งแป่ง...(กำลังท่องศัพท์)
..............................................
อาจารย์ umi
ชีวิตบ้านนามีความสุขนะครับ ผมกลับมาอยู่บ้านแล้ว อยากจะฟื้นความทรงจำวัยเด็กให้กลับคืนมา...
ผมลืมไปอย่างหนึ่ง เรื่องของ "ธรรมะ" ที่อาจารย์กล่าวถึง เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดและช่วยให้เป็นสุขได้ไม่ว่า สภาพแวดล้อมเป็นอย่างไรก็ตาม
ขอบคุณอาจารย์ครับ
ผมก็เด็กบ้านนาเช่นกันครับ รอบบ้านผมเมื่อก่อนมีแต่ทุ่งนาครับ แต่ตอนนี้กลายเป้นหมู่บ้านหมดแล้วครับ อยากให้อะไรเหมือนเดิม แต่มันเป็นไปไม่ได้แล้วครับ
น้อง physiotherapy ลูกช้าง มอชอ
รอบๆ พื้นที่ชานเมืองเชียงใหม่ มีสภาพเหมือนกับที่น้องบอกเลยครับ
เป็นไปได้สิครับ...เราต้องช่วยกัน หากย้อนเหมือนเดิมไม่ได้ แต่เราต้องช่วยกันพัฒนาชุมชน ให้มีเศรษฐกิจที่พอเพียงท่ามกลางทุนนิยมที่อยู่รอบข้าง
เริ่มต้นที่ตัวเราก่อนครับ !!!
เป็นคนที่โตมาท่ามกลางความเป็นเมือง แต่ทุกปิดเทอมจะไปเป็นเด็กบ้านนา ลุยโคลนค่ะ ชอบที่จะอยู่ในทุ่งกว้างมากกว่าโรงยิมค่ะ
ความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย
กสิกรรมทำกินแผ่นดินแล้ง
หมดเรี่ยวแรงเข็ญใจไม่สุดสิ้น
ลูกชาวนาทำนาไม่พอกิน
จึงจากถิ่นทิ้งที่ทางอย่างอาลัย
การกลับมาเริ่มต้นแห่งยุคสมัย
ขอนาฉ่ำนาชื่นคืนลูกหลาน
ที่จากไปทำงานเมืองฟ้าใส
กลับคืนสู่ครอบครัวอุ่นหัวใจ
ขายข้าวใหม่ใช้หนี้ฟื้นชีวัน ....
ทุ่งนาให้ประสบการณ์ บรรยากาศที่ดี ให้เข้าใจว่าชาวนากว่าจะผลิตข้าวแต่ละเม็ดได้ ลำบากแค่ไหน
ให้กำลังครับคุณกัลปังหา
...............................................................
น้องชายสิทธิเดช
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ขอ การกลับมาเริ่มต้นที่หมู่บ้าน กลับมาเริ่มต้นกับยุคสมัย โดยใช้แนวคิด "เศรษฐกิจพอเพียง" ครับ
ให้กำลังใจน้องชายของผมครับ
สวัสดีค่ะพี่เอก
อ่านบันทึกแล้วนึกถึงชีวิตเมื่อวัยเด็กที่เคยไปเล่นน้ำโขงกับเพื่อน พอตกเย็นก็พากันร่วมวงผิงไฟ เผาเผือกเผามันทานกัน บางวันได้ไปสวนยาสูบกับแม่ ก็จะพากันปีนต้นไม้ตะโกนคุยกันคนจากฝั่งลาว แต่พอมีไฟฟ้าเข้าหมู่บ้านบรรยากาศนี้ก็หายไปทุกคนเฝ้าหน้าจอทีวีแทน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่เคยมีก็หายไป ทุกคนต่างอวดร่ำอวดรวยแข่งกัน บางทีก็โหยหาบรรยากาศเมื่อตอนเป็นเด็ก อยากให้หวนกลับมา แต่คงเป็นไปไม่ได้ ตอนนี้กำลังทำเรื่องย้ายกลับบ้นอยู่ค่ะ เพื่อจะได้ไปพัฒนาท้องถิ่น(หรือไปให้แม่บ่นก็ไม่รู้ค่ะ เพราะเอือมกับพฤติกรรมลูกสาวเหลือเกิน) ขอบคุณค่ะ
ทุนนิยมเข้ามาโดยไม่รู้ตัว จนลืมสิ่งที่มีค่าที่อยู่ใกล้ตัวซึ่งเป็นสิ่งที่ดีงาม ต้องรวมพลค้นหาสิ่งดี สิ่งเด่น สิ่งจูงใจที่ทำให้ชุมชนนั้นอยู่ได้และสามารถพึ่งตนเองได้โดยไม่พื่งทุนนิยมที่กำลังจะครอบงำมนุษย์ในขณะนี้
(อาจารย์ได้ดู web side ที่แนะนำหรือยังค่ะ มีอะไรแนะนำยินดีมากค่ะ)
Well done! Aek,
Although I have never been familiar with the lifestyle in any rural area, but reading your story and listenting to your music lead my imagination to relax with living in a countryside.
Regarding a concept of adequate lifestyle, it is challenging to educate every members of a community to take a part since you may have known that "poverty" is the highest burden in the world. This problem is definitely related to a standard livings of the whole population, not just only a small community krab.
By the way, when everyone is satisfied well-being he or she may feel a happiness for living in the rural area..."Happy Family in a Small House"
Good luck to you krab.
ขอปรบมือดังๆให้กับบันทึกนี้ค่ะ อยากให้เผยแพร่ออกไปให้มากๆ ตัวเองเป็นคนเมืองที่มีโอกาสเพียงน้อยนิดในชีวิตวัยเด็ก ที่ได้สัมผัสกับชีวิตในสวน ชีวิตของเกษตรกร แต่ก็ยังจำได้ฝังใจว่า นั่นคือชีวิตที่แท้จริง อิจฉาคนที่มีสิ่งเหล่านั้นมาตั้งแต่เกิด อยากให้เขาไปเรียนหนังสือ แล้วเอากลับมาพัฒนาความเป็น"บ้านนอก"นั้นให้เอื้อประโยชน์ต่อคนในหมู่เหล่าเดียวกัน ให้พึ่งพาอาศัยกัน เห็นความสำคัญของผู้เฒ่าผู้แก่ที่เลี้ยงตน เลี้ยงลูกหลานมาด้วยภูมิปัญญาที่ท่านมี ช่วยกันสืบสานนำความรู้เหล่านั้นมาทำให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างขึ้น นั่นคือสิ่งที่เราควรทำค่ะ ไม่ใช่แข่งกันเรียน จนไปถึงไหนๆ ลืมความเป็นตัวตน ลืมคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองมี ลืมโลกที่แท้จริงว่า ชีวิตจริงๆแล้วต้องการอะไร
ขอบคุณสำหรับบันทึกนี้จริงๆค่ะ เราบอก เราเน้น เราเตือน มากเท่าไหร่ คนที่คิดเหมือนเราก็จะมีมากขึ้นๆ แล้วเราก็จะได้โลกที่มีชีวิตสุขสงบ พัฒนาอย่างพอเพียง พึ่งพาอาศัยกัน มีทรัพย์สมบัติแต่พอใช้ในชีวิตหนึ่งก็พอ อะไรที่เกินก็เผื่อแผ่แบ่งปันคนอื่น คิดแล้วก็ยิ่งฝันเฟื่องว่า โลกเมืองไทยเราคงน่าอยู่ที่สุด
คุณเปีย สาวฝั่งโขง
เรื่องราวที่เล่ามาเห็นภาพเลยครับ...นี่ก็แสดงว่าบ้านอยู่ใกล้น้ำโขง หรือเปล่าครับ งั้นช่วงนี้ก็คงต้องรอดูบั้งไฟพญานาคละสิครับ
มาเล่าเรื่องราวชีวิตที่โน่นให้ฟังบ่อยๆนะครับ..สนุกดีครับ
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
คุณ Chah คนเก่งจากหาดใหญ่
เรื่องราวของคุณ Chah น่าสนใจมาก รวมถึงงานที่ทำอยู่ จริงๆมีเรื่องเล่าจากพื้นที่ ที่ดีๆ อยากให้ลองเขียนบันทึกดูบ้างนะครับ
จะได้แลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆใน Gotoknow ไงครับ!!!
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
Pop:)
ระยะกับความสำเร็จมาให้เห็นใกล้ๆแล้ว...
อีกไม่กี่วันคงได้กลับเมืองไทยแล้วซิครับ ช่วงนี้งานหนักขอให้เพื่อนรักษาสุขภาพด้วยครับ
ผมเป็นเด็กชนบท ดังนั้นประสบการณ์ที่ผมเห็นในวัยเด็กมีคุณค่ามากครับ วิถีแบบนั้นมีความสุข แม้จะย้อนกลับไม่ได้แต่ก็อยู่ในความทรงจำที่ดีเสมอ
สิ่งที่คิดทำต่อไป สำหรับผมและคนรุ่นใหม่ก็คือ เราจะร่วมกันพัฒนาบ้านเกิดเีราอย่างไร?
เป็นคำถามและภารกิจที่ท้าทายคนรุ่นใหม่ครับ
ขอบคุณครับ
พี่โอ๋-อโณ ครับ
วันหนึ่งผมรู้ว่า "บ้านนอก" ของผมน่าอยู่ที่สุด ไม่เพียงแต่บรรยากาศสิ่งแวดล้อมที่ดี ยังมีไมตรีจากคนท้องถิ่นที่ไม่มีอะไรเคลือบแฝง
เมื่อก่อนผมเดินทางไปเรียนในเมือง ก็รู้สึกว่า เราช่างไม่ทันคนอื่นเค้าเลย...เราเป็นคนบ้านนอก
แต่วันหนึ่งก็รู้ว่า ไม่มีอะไรต่างกัน ทุกคนกำลังแสวงหาความสุข ความสงบ คนในเมืองโหยหา "บ้านนอก" มากขึ้น ที่ยังอยู่ในเมืองแออัดก็อยากออกมา แต่ด้วยภารกิจที่มีอยู่ ...ต้องทนอยู่!!!
ดีใจและภูมิใจบ้านนาของผม
..................
บ้านบนดอยบ่มีแสงสี บ่มีทีวี บ่มีน้ำประปา บ่มีโฮงหนัง โฮงนวด คลับ บาร์ บ่มีแฟนต้า โคล่า เป๊บซี่ บ่มีเนื้อสันผัดน้ำมันหอย
คนบนดอยชอบกิ๋นข้าวจี่..
....
แต่หมู่เฮามี...มี "น้ำใจ๋ " ...
เพลง"บ้านบนดอย" ของพี่จรัล มโนเพ็ชร
ชอบเพลงนี้เหมือนกันค่ะ เห็นจริงด้วยเรื่องน้ำจิตน้ำใจ คงเป็นเพราะไม่มีผลประโยชน์อะไรจะต้องระแวดระวัง คนชนบทที่ไม่โดนสังคมเมืองมาทำร้ายจึงน่ารัก น่าศรัทธา พี่ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรามีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ๆ
แต่ว่า คุณเอกคงเรียก "พี่"จรัล ไม่ได้ละมังคะ น่าจะเป็นคุณน้าหรือคุณลุงมากกว่า @ ~@
สวัสดีคะ...คุณเอก...
พักหลังกะปุ๋มชอบเอาเปรียบคะ...มาอ่านๆๆ....วันละหลายครั้งซึมซับอารมณ์แห่งสุนทรียะ...ในอารมณ์...วันนี้สดชื่นสดใส...เดี๋ยวจะต้องปลุกปล้ำกับการ Design Model "Knowledge Construction" คะ...จึงขอมาแวะทักทาย...บันทึกสวย ภาพ งาม อารมณ์สุนทรียะนี้คะ...
*^__^*
กะปุ๋ม
พี่โอ๋ อโณ
จริงๆผมก็คงต้องเรียกว่าลุงจรัล ครับ ผมได้ยินเพลงเหล่านี้ตั้งแต่เด็ก เลยครับ
เสน่ห์ท้องถิ่นยังมีอีกมากมายครับ ที่ยังมีเหลือให้สัมผัส...
ขอบคุณครับผม
...................................................
Dr.Ka-poom
ขอบคุณครับที่เข้ามาให้กำลังใจด้วยดีเสมอมา ...ทำงานหนัก ดูแลสุขภาพด้วยครับ
หากเหนื่อย หรือ ต้องการซึมซับสุนทรียะเมื่อไหร่ มาที่นี่ได้เลยครับ
คุณเอกทราบไมคะ..ว่า ณ ค่ำคืน...
กะปุ๋มนั่งทำงาน...พร้อมกับเปิดบันทึกนี้เพื่อฟังเพลง...
ทำให้นึกถึง...แดดยามเช้า...แสงอบอุ่น ทอทาบ...ลงมาบนพื้นดิน...
....
เสียงขลุ่ย...
คลอไปกับเสียงขับขาน...
....
ละมุนยิ่งนักในความรู้สึก ณ ค้ำคืนนี้