ด.ช.วินทร์...ด.ช.ทิมดาบ...

บริการภาครัฐที่เคยใช้และยังใช้อยู่: ห้องสมุดประชาชน






(1) ด.ช.วินทร์...

ขึ้นชั้น ป.6 เพื่อนคนหนึ่งถามผมว่า “เคยไปห้องสมุดประชาชนหรือเปล่า?”

ห้องสมุดประชาชน?  ห้องสมุดประชาชนอะไร?

ไม่นานผมก็รู้ว่า มีสถานที่เช่นนี้ในโลกใบเล็กของผมด้วย

“อยู่ที่ไหน?” ผมถาม

“ข้ามสะพานลอยก่อนถึงหาดใหญ่ใน”



ห้องสมุดประชาชนเป็นห้องเล็กในอาคารเก่า หนังสือวางระเกะระกะ

แต่ล้วนเป็นหนังสือที่ผมไม่เคยพบเห็นมาก่อน  ที่ทำให้ผมตาลุกโพรงก็คือ

จำนวนนิยายในห้องนี้มีมากกว่าห้องสมุดโรงเรียนหลายเท่า

การสมัครเป็นสมาชิกในห้องสมุดง่ายกว่าที่คิด

แล้วทันใจนั้นผมก็กลายเป็นขาประจำของสถานที่แห่งนี้

ขอยีมหนังสืออ่านเล่นกลับบ้านสม่ำเสมอ

ถลำตัวเข้าไปในความฝันลึกลงทุกที

...........................................

...........................................



สถานที่นี้เองที่ทำให้ผมรู้จักนวนิยายเดินป่าอย่าง ล่องไพร ของ น้อย อินทนนท์,

นิยายป่า อย่าง ชาลี เอี่ยมกระสินธุ์,

เพชรพระอุมา ของ พนมเทียน

รู้จักนวนิยายทั้งสั้นและยาวของหลวงวิจิตรวาทการ เช่น พานทองรองเลือด, กุหลาบเมาะลำเมิง, ห้วงรักเหวลึก ฯลฯ

ชุดเหมืองแร่ ของ อาจินต์ ปัญจพรรค์,

เรื่องสั้น ของ มนัส จรรยงค์,

นิยายลูกทุ่ง ของ ไม้ เมืองเดิม,

นิยายบู๊ ของ เศก ดุสิต, ส. เนาวราช ฯลฯ



แล้วก็ถึงโลกของนิยายจีนกำลังภายใน ประเดิมด้วย อสูรจอมราชันย์ ซึ่งอ่านไม่รู้เรื่องนัก

มังกรหยก และนิยายอื่นๆ ของกิมย้ง, โก้วเล้ง, อ้อเล้งเซ็ง ฯลฯ

โลกนิยายชนิดใหม่นี้ก็เปิดกว้าง อ่านกวาดหมดทั้ง

เช่น ผาโลหิต, มัจจุราชคะนอง. บ้ออ้วงตอ, กระบี่ดาวรุ่ง, พญามารเงิน,

ผู้ยิ่งใหญ่, วีรบุรุษเจ้าสำราญ, หงส์ผงาดฟ้า ฯลฯ

โลกทั้งหลายเหล่านี้ขยายกลืนโลกแห่งความจริงของผม

แล้วลามเข้าไปห้องเรียน!




ข้างบนเป็น...ตัวอย่างอ่านฟรี...จากหนังสือ “เดินไปให้สุดฝัน” ของวินทร์  เลียววาริณ

http://www.winbookclub.com/shoppingdetial.php?productid=78



(2) ด.ช.ทิมดาบ...

ผมมาถึงสำนักงาน..หรือที่ประชุมเกือบไม่ทันฝนฟ้าที่ตกลงมา..แหมก็ไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า

เพราะตอนเช้าแสงแดดยังเริงระบำอยู่เลย

มีคนรอในห้องประชุมเพียง 3-4 ท่าน ผมทักทาย และถามว่าไปทานข้าวเที่ยงที่ไหนกัน

เพราะการประชุมครั้งนี้ ต่างคนต้องช่วยเหลือตนเอง แต่เพราะเป็นการเรียนรู้จึงเป็นการเดินทางทริปหนึ่งที่สำคัญในชีวิต

ผู้เข้าร่วมประชุมอีกหลายท่าน คงติดฝนอยู่นะ...




ผมเลยหยิบเอาหนังสือที่ยืมจากห้องสมุดประชาชนข้าง ๆ สำนักงานตอนเช้าก่อนเข้าห้องประชุม

ผมคุ้นเคยห้องสมุดประชาชนมาก เพราะตอนปิดเทอมสมัยมัธยมต้นถึงปลายก็ขลุกตัวอยู่ที่นี้ทั้งวัน

ตอนนี้อาคาร และหนังสือ ...ใหม่ สะอาด และมีสีสันทันสมัยมากขึ้น

มีอินเตอร์เน็ตให้เล่น มีทีวีให้เปิดสื่อหลายรูปแบบมากมาย

แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงเดิมของผม คือ ผมไม่ต้องทำบัตรประจำตัวสมาชิก และสามารถยืมหนังสือเพียงเขียนใส่กระดาษ

ว่ายืมเล่มไหนบ้าง ไม่กำหนดส่ง เพราะส่วนใหญ่ผมยืมไปไม่เกินสัปดาห์



ผมคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่ และทุกท่านที่นี้ ราวเหมือนญาติ

ผมนำขนมมาฝากบ้าง และหนังสือที่ได้มาซ้ำ ๆ หรือเบื่อเล่มนั้นแล้ว ก็มอบให้ห้องสมุดครับ

ข้างบนเป็น...เรื่องราวของผมเองครับ...

http://www.gotoknow.org/posts/484408



(3) ห้องสมุดประชาชน...

ในความคิดของผม...ห้องสมุดประชาชน

เป็นบริการภาครัฐที่สร้าง “หนอนหนังสือ”   ซึ่งการอ่านหนังสือเป็นรากฐานสำคัญในการใช้ชีวิตด้วยครับ

และยังเป็นบริการภาครัฐที่สร้าง “นักเขียน” เช่น คุณวินทร์  เลียววาริณ...ที่ได้รับรางวัลซีไรต์ถึง 2 ครั้ง คือ เมื่อปีพ.ศ. 2540(ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน) และเมื่อปีพ.ศ. 2542(สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน)




นอกจากนั้น ความยิ่งใหญ่ของคุณวินทร์  เลียววาริณ คือ

ในปี พ.ศ. 2547 คุณวินทร์ได้เริ่มโครงการเติมหัวใจใส่ห้องสมุด

http://www.winbookclub.com/project.php

เป็นทางเลือกใหม่ของการบริจาคหนังสือเข้าห้องสมุด เป้าหมายเพื่อเติมหนังสือดีเข้าห้องสมุด โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกลร้านหนังสือ

และหรือไม่มีเงินซื้อหนังสือ เป็นโครงการไม่หวังผลกำไร

จนถึงเดือนมีนาคม 2556 โครงการบริจาคหนังสือไปแล้วรวม 81,000 เล่ม เป็นมูลค่าหนังสือ 15,903,000บาท (อนุโมทนาสาธุนะครับ)




ซึ่งคุณวินทร์เชื่อว่า

“หากเรามีหัวใจอยากพัฒนาประเทศอย่างถูกทาง คือการปลูกฝังความรู้แก่คน การเติมหัวใจใส่ห้องสมุดน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง

ใช้เงินไม่มาก แต่ผลที่ได้ถาวร เพราะความรู้และปัญญาติดตัวไปตลอดชีวิต และในระยะยาว จะเป็นหัวใจในการพัฒนาแผ่นดินของเราให้น่าอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน”




สำหรับผมและครอบครัวแล้ว...

ยังชอบไปห้องสมุดประชาชนของอำเภอเป็นประจำและสม่ำเสมอ

เห็นลูกชายหยิบหนังสือมาอ่านผมยิ่งมีความสุขมากครับ

ถึงแม้ในวัยเก้าปีของเขา จะชอบอ่านหนังสือการ์ตูนอย่าง “โดเรมอน” เพียงเท่านั้น...

ซึ่งไม่แน่นะครับ...เด็กที่เข้าไปอ่านหนังสือในห้องสมุดประชาชน

อาจจะกลายเป็นนักเขียนไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก

และเหนือสิ่งอื่นใด...คือ หัวใจของการแบ่งปันความรู้และปัญญาให้กับลูกๆ หลานๆ ของแผ่นดินเราต่อๆ ไปครับ....



หมายเหตุบันทึก : กราบขออภัยพี่วินทร์ เลียววาริณ ที่บันทึกของผม มีคำว่า “ด.ช.วินทร์”

เพราะวัยเยาว์ของพี่วินทร์ในการอ่านหนังสือ...สามารถสร้างแรงบันดาลใจ

ให้เด็กและผู้ใหญ่รักการอ่านหนังสือ และเป็นรากฐานในการวางแผนชีวิตสร้างสรรค์สิ่งดีงามต่อตนเอง และผู้อื่นได้ครับ


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความสุขของหมออนามัย



ความเห็น (18)

เขียนเมื่อ 

  • หนังสือคือขุมทรัพย์ 
  • โลกนักอ่าน กว้างนัก

พี่อุ้มขับรถผ่านน้ำพองเห็นห้องสมุดประชาชนแล้วอยากแวะ ว่างๆจะหาโอกาสไปอ่านสักวันค่ะ

อีกที่คือที่วัดหลวงพ่อกล้วย วัดป่าธรรมอุทยาน ขอนแก่นจัดมุมหนังสือที่ริมน้ำ ดูผ่อนคลาย

ขอบคุณบันทึกนี้ที่ช่วยกระตุ้นการอ่านเป็นอย่างดี

น้องสบายดีนะคะ 

สุขสันต์วันหยุดค่ะ

เขียนเมื่อ 

..... "รักลูก & รักการอ่าน" ...... เป็นการสร้างต้นทุนชีวิตมห้เด็กๆ นะคะ ขอบคุณบทความดีดีนี้ค่ะ

อ่านเพลินเลยค่ะ

หนังสือสร้างคนจริง  ๆ  ครูอิงเองก็พยายามอย่างมากในเรื่องของ

การปลูกฝังให้เด็กรักการอ่าน

คุณหมอ มีวิธีการนำเสนอบทความได้ยอดเยี่ยมจริง  ๆค่ะ

ชื่นชมมมมมมมมม  

 เจ้าทิมดาบน้อย  เริ่มโตเป็นหนุ่มขึ้นมาก  หน้าตาหล่อเหลาน่ารักน่าเอ็นดู 

ตอนเด็กๆ ห้องสมุดคือ หลุมหลบภัยที่ปลอดภัยและน่าเพลิดเพลินที่สุดสำหรับตัวเองค่ะ  :)

ซึ่งคุณวินทร์เชื่อว่า

“หากเรามีหัวใจอยากพัฒนาประเทศอย่างถูกทาง คือการปลูกฝังความรู้แก่คน การเติมหัวใจใส่ห้องสมุดน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง

ใช้เงินไม่มาก แต่ผลที่ได้ถาวร เพราะความรู้และปัญญาติดตัวไปตลอดชีวิต และในระยะยาว จะเป็นหัวใจในการพัฒนาแผ่นดินของเราให้น่าอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน”


ผมชอบประโยคนี้จังครับ ขอบคุณมากนะครับ ขอบคุณพลังที่มีให้กัน 

เขียนเมื่อ 

ยอมรับว่าเทคโนโลยีทำให้ห่างเหินห้องสมุดคะ
ห้องสมุดประชาชนเชียงใหม่ ก็ถูกใช้เป็นสำนักงานอื่นแล้ว
เด็กๆ หันมาใช้ internet หาข้อมูลและความบันเทิง
'ความกว้าง' ได้แน่ แต่ไม่แน่ใจใน 'ความลึก' นะคะ
...
ตั้งใจอ่านจริงๆ :)

 

ผมก็คนหนึ่งละครับทั้งๆที่เริ่มจากการเข้าไปแอบหลับเอาหนังสือหนุนหัวแทนหมอนก่อน

แล้วเริ่มค่อยๆอ่านทีละนิดๆจนตอนนี้เป็นหนอนตัวหนึ่งละครับ

         แวะมาเยือนครับ

เขียนเมื่อ 



หนังสือคือโลกแห่งปัญญา  สร้างความรู้ให้กับผู้อ่านได้มากมายจ้ะ

เขียนเมื่อ 

อ่านมากรู้มากนะครับ

เขียนเมื่อ 

ห้องสมุดเป็นโลกส่วนตัวในวัยเด็ก ผมชอบคลุกอยู่ในห้องสมุดเงียบๆ มีความสุขในการได้อ่าน ได้คิด ได้จินตนาการ

จนเพื่อนเข้าใจว่าเป็นคนแปลกแยก.....

เขียนเมื่อ 

ประทับใจมากจริงๆ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

มาเยี่ยมห้องสมุดประชาชนด้วยคนค่ะ


เขียนเมื่อ 

ตอนวัยรุ่นชอบทั้งห้องสมุดโรงเรียนและห้องสมุดประชาชน

กวาดนิยายมาอ่านค่ะ

เขียนเมื่อ 

เป็นคนหนึ่งทึ่สมัยเด็กประถมก็อ่านนิยายน่าจะหมดห้องสมุดประชาชนเหมือนกันค่ะ มีความสุขมาก

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะดช.ทิมดาบ

  • โตขึ้น หล่อเชียว เหมือนใครหว่า?
  • ห้องสมุดคือที่พักพิงของคุณยายตั้งแต่เล็กจนแก่ค่ะ
  • ขอบคุณสาระดีๆและเพลงเพราะๆด้วยนะคะ 
  • เสียงเรียกเข้า โทรศัพท์คุณยายนะเนี่ย ได้ยิน ตกใจหมดเลย นึกว่าใครโทรฯมาดึกๆดื่นๆ
  • คิดถึงจ้า

เขียนเมื่อ 

ห้องสมุดปัจจุบันเปลี่ยนไปมากเลยครับ  

ผมชอบไปอ่านหนังสือตอนเด็กๆ ตอนนี้ไม่ค่อยได้ไปใช้ห้องสมุดมหาวิทยาลัยแทนครับ

หนังสือเพื่อนช่วยเตือนจิต 

ห้องสมุดคือมิตรที่คบหา

ร้านหนังสือเช่าเข้า-ออกเสมอมา 

 พอมีเงินตรา ร้านนายอินทร์ถิ่นสถิตย์

เขียนเมื่อ 

เยี่ยมชมบันทึกคุณ ทิมดาบ 

นานมากที่ไม่ได้เข้าห้องสมุดประชาชนค่ะ

ด้วยเพราะอาศัยอ่านผ่าน net. 

ต่อไป อดคิดไม่ได้ว่าห้องสมุดจะยังคงมีอยู่มั้ย

ความเจริญก้าวหน้า บางครั้งก็ทำให้บรรยากาศเดิมๆ

หายไป:  ปลูกฝังนิสัยรักการอ่านตั้งแต่เด็กมีผลในภายหน้า

พื้นฐานเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งปัจจุบันทุกอย่างพัฒนารวดเร็วจริงๆค่ะ


หมายเลขบันทึก

533366

เขียน

20 Apr 2013 @ 01:23
()

แก้ไข

20 Apr 2013 @ 07:33
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 26, ความเห็น: 18, อ่าน: คลิก