R2R ไปทำไม ?...(1)

R2R ไปทำไม ?...(1)

(ผมทิ้งท้ายด้วยข้อความตามประโยคข้างล่างจากตอนที่ 1 ข้างบนครับ...)

 
.....วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขอีกวันครับ...

วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขอีกวันครับ...

ผมยิ้มอย่างมีความสุข...นั่งทานข้าวเที่ยง...และเขียนบันทึก

และรอฟัง R2R ภาคบ่ายต่อไปครับ....

 

ผมมาถึงสำนักงาน..หรือที่ประชุมเกือบไม่ทันฝนฟ้าที่ตกลงมา..แหมก็ไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า

เพราะตอนเช้าแสงแดดยังเริงระบำอยู่เลย

มีคนรอในห้องประชุมเพียง 3-4 ท่าน ผมทักทาย และถามว่าไปทานข้าวเที่ยงที่ไหนกัน

เพราะการประชุมครั้งนี้ ต่างคนต้องช่วยเหลือตนเอง แต่เพราะเป็นการเรียนรู้จึงเป็นการเดินทางทริปหนึ่งที่สำคัญในชีวิต

ผู้เข้าร่วมประชุมอีกหลายท่าน คงติดฝนอยู่นะ...

 

ผมเลยหยิบเอาหนังสือที่ยืมจากห้องสมุดประชาชนข้าง ๆ สำนักงานตอนเช้าก่อนเข้าห้องประชุม

ผมคุ้นเคยห้องสมุดประชาชนมาก เพราะตอนปิดเทอมสมัยมัธยมต้นถึงปลายก็ขลุกตัวอยู่ที่นี้ทั้งวัน

ตอนนี้อาคาร และหนังสือ ...ใหม่ สะอาด และมีสีสันทันสมัยมากขึ้น

มีอินเตอร์เน็ตให้เล่น มีทีวีให้เปิดสื่อหลายรูปแบบมากมาย

แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงเดิมของผม คือ ผมไม่ต้องทำบัตรประจำตัวสมาชิก และสามารถยืมหนังสือเพียงเขียนใส่กระดาษ

ว่ายืมเล่มไหนบ้าง ไม่กำหนดส่ง เพราะส่วนใหญ่ผมยืมไปไม่เกินสัปดาห์

ผมคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่ และทุกท่านที่นี้ ราวเหมือนญาติ

ผมนำขนมมาฝากบ้าง และหนังสือที่ได้มาซ้ำ ๆ หรือเบื่อเล่มนั้นแล้ว ก็มอบให้ห้องสมุดครับ

 

 

ผมอ่านหนังสือของพี่ชายใจดีของผม...พี่วินทร์  เลียววาริณ

เรื่อง...ความฝันโง่ ๆ นี้เป็นรอบเท่าไหร่แล้วนะ แต่อ่านแล้วความคิดของผมเปลี่ยนแปลงทุกครั้งร่ำไป

คงมีเงื่อนไขหลายอย่างที่ผุด-ดับ เกิดขึ้นเข้ามาในชีวิตเรื่อย ๆ

 

 

ผมอ่านหนังสือมาเรื่อย ๆ หยุดลงที่หน้า 31 จบหัวข้อ...โอกาสที่สอง.. พอดี

มาครบองค์ประชุมแล้ว เกือบบ่ายสองโมง

 

 

-           เรื่องแรกภาคบ่าย เป็นน้องนักวิชาการสาธารณสุข เพิ่งมาทำงานใหม่แต่เข้ามาความเก่งและพลังสมกับเป็นเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงจริง ๆ

เป็น R2R เรื่อง ผลการใช้นวัตกรรมปฏิทินตรวจเต้านมต่อการตรวจเต้านมด้วยตนเองของหญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป

ปัญหาน้องชัดเจนบ้าง ... นวัตกรรมสวยและมีสีสัน...และสื่อ...แต่แบบวัดยังไม่ชัดเจน

ทีมเลยแนะนำให้กลับมาทบทวนปัญหา...วิเคราะห์ปัญหา และผล...ก่อนและหลังดำเนินการ

แต่หัวใจจริง ๆ อยู่ที่กระบวนการที่เราทำ R2R

เรื่องรูปร่าง รูปแบบ สีสัน ให้รองบ้าง ๆ เพราะเป็นตัวประกอบ

ให้กลับไปคิดกระบวนการ PDCA

 

 

-           เรื่อง R2R ต่อมา...น้องพยาบาลอีกท่านอยากทำ...

รูปแบบการจัดการปัญหาอันตรายจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชของกลุ่มเกษตรกร (ไร่อ้อย) เพราะเป็นพื้นที่ใกล้โรงงาน

น้องกำหนดกลุ่มเป้าหมายเกษตรกร จำนวน 40 คน ใช้กระบวนการ AIC ในกระบวนการมีส่วนร่วม 4 ด้าน ของใครนะ (ผมจำไม่ได้)

สำหรับผม...ผมเคยทำเรื่องแรงงานอ้อยกับการดื่มสุรา ที่พื้นนี้ และแรงงานอ้อย จะแบ่งแรงงานหลายรูปแบบการทำงาน เช่น 1.เตรียมดิน 2. ปลูก 3. ดายหญ้าใส่ปุ๋ย 4. พ่นยาอ้อย 5. ตัดอ้อย 6. ขึ้นอ้อย 7. หน้าคิวลานอ้อย

ผมบอกว่า น้องลองคิดว่า แรงงานกลุ่มไหนเสี่ยงที่สุด ให้ระบุเลย เพราะมือใหม่เราจะทำได้ง่าย และผมบอกว่า จะส่งรายงานของผม ให้น้องจะได้เกิดไอเดียบ้าง

และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เราจะจัดกลุ่มเฉพาะแรงงานอ้อยหรือ...มีใครอีกไหมที่เกี่ยวข้อง กับการใช้สารเคมี เช่น เถ้าแก่อ้อย โรงงาน ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่เกษตร

แล้วถ้า AIC ที่น้องบอกว่า อยากให้เกิดแผนโครงการจัดการ เราต้องคำนึงถึง

ความยั่งยืน-ต่อเนื่อง-เครือข่าย จะเป็นอย่างไร....

 

 

-           อีกแรกในภาคบ่าย เป็นน้องนักวิชาการสาธารณสุข เด็กรุ่นใหม่ไฟแรงอีกคน

อยากศึกษาเรื่อง แรงงานนอกระบบเหล็กปิ้งปลา

ตอนแรก น้องเพียงศึกษาเชิงสำรวจดูพฤติกรรมสุขภาพ

แต่ทีมบอกว่า เราควรดูบริบทด้วยนะ

เช่น มีโรงงานนอกระบบในพื้นที่เกิดขึ้น เราควรไปดูหน่อยว่า โรงงานเล็ก ๆ เขาจัดการด้านอนามัยโรงงานอย่างไร

ลองคุยกับเขาฉันท์มิตร เพราะอยากไปขัดแข้งขัดขาเขาได้ เรื่องอันตรายต่อนักวิจัยก็ต้องคำนึงถึง

..เราดูว่าการทำงานของแรงงานเป็นอย่างไร ลองให้ทบทวนแต่น้องยังไม่ชัดเจน  ค่อย ๆ ให้เล่าแต่ยังนึกภาพไม่ออก

มีแรงงานใหญ่ 3 ลักษณะงาน

  1. ประกอบโครง (มีเครื่องตัดเหล็กให้แล้ว ค่อยใช้คนประกอบโครงร่าง)
  2. ชุบเหล็กปิ้งปลา (เอาสารอะไรก็ไม่รู้เคลือบ แล้วก็นำไปตากให้แห้ง)
  3. แพ็คใส่ถุง (แรงงานจะเยอะหน่อย นั่งทำกับพื้นเลย)

ผมว่า น้องเล่าแล้วมีสีสัน ถึงไม่ชัดเจนบ้าง และไม่รู้ว่า แรงงานเสี่ยงอะไรบ้าง โรงงาน ชุมชน และหมออนามัยจัดการปัญหาและป้องกันคามเสี่ยงอย่างไง...

ผมตกลงว่า จะลงไปช่วยน้องในการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ และที่สำคัญผมได้ฝึกนักวิจัยเชิงคุณภาพ เพราะน้องเขาสนใจจริง ๆ ครับ

 

 

เผลอหน่อยเดี๋ยว สี่โมงเย็นแล้ว น้องหลายคนต้องไปอยู่เวรบ่ายต่อ

พวกเราเลยยุติลง บอกให้ท่านที่เหลือ ให้กลับไปทบทวน และแบ่งทีมพี่เลี้ยงดูแลน้อง ๆ ที่ยังไม่คุ้นเคย

แล้วกลับมาเจอกันใหม่อีกเดือนหน้า

กลับมาเจอกับบรรยากาศที่มีความสุข เรียนรู้ และเกื้อกูลด้านวิชาการอีกครั้ง

 

ผมเห็น R2R ที่กำลังออกดอกออกผล และแผ่เมล็ดขยายต่อไป

นอกจากทำแล้ว ประโยชน์ตกที่ผู้ทำ R2R แล้วส่วนหนึ่ง

แต่ส่วนใหญ่ต้องเกิดกับผู้คนที่เกี่ยวข้องกับงานเรา ครอบครัว และชุมชนของผู้คนต่อไป

 

 

R2R ทำไปทำไม ? ของผม 2 ตอน จบแล้วครับ

เป็นความฝันโง่ ๆ ของผม เหมือนหนังสือพี่วินทร์บอกไว้

ผมยกให้น้องคนหนึ่งอ่านหน้า 31 ที่ผมอ่านจบก่อนเข้าประชุมภาคบ่าย...ใน 3 ประโยคสุดท้าย

-           ไร้ประโยชน์ที่จะระทมทุกข์กับอดีตที่ไม่สวยงาม ชีวิตที่ผิดพลาด ยังดีกว่าชีวิตที่ไม่ทำอะไรเลย

-           อย่าขับรถไปข้างหน้าด้วยเกียร์ถอยหลัง

-           ผิดเป็นครู เรียนรู้อดีต ก้าวไปในอนาคต