ทำไมเด็กไทยไอคิวต่ำที่สุดในโลก ในขณะที่งบประมาณการศึกษาสูงที่สุดในโลก (ตอน ๓)
เราเอางบอัดเข้าไปสร้าง รร. พิเศษ เด็กพิเศษ กันมาก ตามการชี้นำของพวกนักเทคโนฯ นักวิทยาศาสตร์ และ พวกหมอ (กระเด็น) ทั้งหลาย
พวกง่าวเหล่านี้คิดกันไปว่า เด็กเรียนเก่งคือเด็กอัจฉริยะ ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้ผิดทั้งหมด มีส่วนถูกอยู่บ้าง แต่มันง่าย (และง่าว) เกินไปหน่อย
เด็กเรียนเก่งแบบไทยๆมักเป็น “เด็กในกรอบ” เรียบร้อย ขยัน นิสัยดีอีกต่างหาก ช่างน่ารักไปเสียหมดรอบด้าน แต่เก่งแบบนี้ยิ่งเก่งเท่าไรยิ่งเป็น “ทาสความรู้” มากเท่านั้น ..แบบนี้ไม่น่าถือว่าเป็นอัจฉริยะ...เด็กแบบนี้ดีมากๆเลย งานที่เหมาะสำหรับพวกเขาคืองานที่เน้นปริมาณ รายละเอียด การวิเคราะห์ข้อมูลตามสูตรที่กำหนดให้
แต่จะหวังให้พวกเขาคิดค้นอะไรใหม่ๆ นั้นคงยาก
ดังนั้นผมว่า ยิ่งเราอัดงบเข้าไปสร้างเด็กพิเศษ และ รร. พิเศษพวกนี้มากเท่าไร จริงอยู่เราอาจได้เหรียญทองโอลิมปิกส์วิชาการมาก แต่ในระยะยาวแล้ว ผมว่าได้ไม่คุ้มเสียหรอกครับ
เด็กอัจฉริยะนั้นผมว่าส่วนใหญ่จะเรียน “เกือบเก่ง” เป็นส่วนมาก เช่น เกรดเฉลี่ยประมาณ 2.89 แต่มีพฤติกรรมค่อนข้างโลดโผน นอกกรอบ ไม่ค่อยสนใจการเรียน
เหตุผลคือขนาดมันไม่สนใจการเรียน ยังได้เกรดสูงเพียงนั้น ถ้ามันสนขึ้นมาล่ะ รับรองว่าทะลุเกินพวก อัจฉริยะเสียอีก แล้วพวกนี้มันมีความคิดนอกกรอบ มันจะคิดอะไรได้ทะลุโลกสักวันเป็นแน่
...คนถางทาง (๖ เมษายน ๒๕๕๕)
ปล.. ผมไม่ได้เป็นเด็กพวก 2.89 หรอกนะ แต่ผมน่ะ อิอิ ไม่อยากคุย 3.62 นะในขณะที่เกเร และเป็นหัวหน้าทีมฟุตบอลสถาบันด้วยแหละ
ตอนปี๑ ปี ๒ ผมยังละอ่อน เกเรมาก ไม่ยอมเรียนหนังสือเลย ก็ประมาณ ๒.๘๙ นี่แหละ อันดับที่ประมาณกลางระดับสูง อจ.สอนเคมีท่านหนึ่งท่านได้ตะโกนดุหน้าห้องว่า นาย"สองเกิด" เนี่ย ถ้าเธอไม่เกเร แล้วขยันเรียน เธอต้องสอบได้ที่หนึ่งแน่ๆ (อจ.ท่านดุภายหลังตรวจข้อสอบกลางภาคที่ท่านยิงคำถามยากๆ นอกกรอบ แล้วผมตอบได้เพียงคนเดียว)
พอปี 3 4 5 ผมปรับตัวมาเป็นเด็กเรียน (และเล่นด้วย) อัดเต็มสูบ ก็เลยมาได้ 3.62 จบเป็นที่หนึ่งของรุ่นสมดังคำทำนายของอจ.เคมีท่าน (ของผมเรียน 5 ปีกว่าจะจบนะครับ ไม่ได้เป้อแต่อย่างไร)
เห็นด้วยเรื่อง 2.89 ครับ ผมเห็นมาหลายรายแล้วครับ เด็กพวกนี้ถ้าบังเอิญหลุดได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศกลายถอดรูปเป็นเด็กเก่งขึ้นมาทันที ส่วนพวกสามกว่าพอไม่มีกรอบให้เดินกลับมีปัญหาครับ