วาฟเฟิลจากแป้งสาลี  ข้าวสาลี เป็นธัญพืชอย่างดีที่มีการบริโภคกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคกระเพาะ สำหรับผู้ป่วยระหว่างพักฟื้น ในทางยาใช้เมล็ดแก่ในขนาด 15-30 g. ต้มกินน้ำเป็นยาบำรุงหัวใจ ช่วยให้นอนหลับ และลดความดันโลหิตสูง

ในต่างประเทศมีการใช้น้ำคั้นต้นข้าวสาลีอ่อนกันมานานแล้วสำหรับทำความสะอาดระบบเลือด ช่วยให้ระบบการทำงานของร่างกายดีขึ้นทั้งระบบการย่อยอาหาร และการแลกเปลี่ยนออกซิเจน เนื่องจากในน้ำคั้นต้นข้าวสาลีอ่อนมีคลอโรฟิลล์สูงถึง 70% คลอโรฟิลล์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ซึ่งมีองค์ประกอบคล้ายเม็ดเลือดแดงจึงช่วยกระตุ้นการเจริญและสร้างเม็ดเลือดแดง สามารถช่วยทำความสะอาดระบบหมุนเวียนโลหิต ช่วยลดการดูดซึมสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง 

ติดตามรายละเอียดที่  ข้าวสาลีไทย : อาหารเพื่อสุขภาพ


<p></p>


ทุกวันพฤหัสบดี  นักเรียนจะต้องได้รับการเรียนรู้ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง  โดยเรียนเป็นศูนย์การเรียนรู้  สำหรับศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง "เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย" จัดกิจกรรมให้นักเรียนได้เรียนรู้ในหลาย ๆ ด้าน เพื่อเป็นแนวทางในการเพิ่มรายได้  หรือนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในครัวเรือน ก็จะทำให้สามารถ "เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย" ได้บ้างไม่มากก็น้อย  อย่างวันนี้ขอนำเสนอเรื่อง การทำขนมวาฟเฟิล  หรือ ขนมรังผึ้งไทย แต่ใช้่แป้งสาลีแทนแห้งข้าวเจ้า ค่ะ  จึงเรียกว่าขนมวาฟเฟิลค่ะ





ริ่มต้นด้วยการแนะนำให้ความรู้กับนักเรียนในเรื่องของ อุปกรณ์ และส่วนประกอบที่ใช้ในการทำขนม  จริง ก็มีไม่กี่อย่างค่ะ หลักใหญ่ ๆ ก็คือ น้ำตาลทราย  แป้งสาลี   ไข่ไก่  เนยเทียม เท่านั้นเองค่ะ สัดส่วนที่ใช้  ไข่ 10 ฟองต่อน้ำตาลทราย 3.5 ถ้วยตวง  และ แป้งสาลีปริมาณเดียวกันกับน้ำตาลทรายค่ะ




เด็ก ๆ เริ่มสนุกกับการตอกไข่ไก่  เด็กหลายคนเกร็งมาก ไม่กล้าจับไข่ไก่ กลัวว่าจะหลุดจากมือ  กลัวแตกบ้างหละ จากการสอบถามพบว่า นักเรียนหลายคนไม่เคยตอกไข่ไก่เลย  บางคนไม่เคยได้ถือไข่ไก่ไว้ในมือด้วยซ้ำ  เด็ก ๆ จึงตื่นเต้น แต่ก็รู้สึกสนุกกับการเรียนรู้

"คุณครูคะ ทำไมเราต้องตอกไข่ไก่ใส่ถ้วยก่อนคะ"  น้องมุกถามด้วยความอยากรู้ ครูจึงอธิบายว่า เราตอกไข่ไก่ใส่ถ้วยทีละฟอง  สำรวจให้แน่ใจว่าไข่ฟองนั้นเป็นไข่คุณภาพดี ไม่เน่า ไม่เสีย  เพราะถ้าเราตอกใส่โถแก้วเลย  เกิดเจอไข่เน่าเพียง 1 ฟอง  ไข่ที่ตอกไว้แล้วในโถแก้วก็จะพลอยเสียไปด้วย  รู้สึกชื่นชมที่นักเรียนถาม แสดงถึงการใฝ่รู้ใฝ่เรียนและให้ความสนใจต่อบทเรียนที่คุณครูตั้งใจมอบให้



<p></p><p>
</p><p>เด็ก ๆ ช่วยกันตีไข่จนขึ้นฟองฟู  ได้ที่แล้ว  ก็ค่อย ๆ ตักน้ำตาลทรายที่ตวงไว้แล้ว  ค่อย ๆ โรยไปทีละครึ่งถ้วย แล้วคนไปในทางเดียวกัน จนรู้สึกว่าน้ำตาลละลายดีแล้ว  ก็ค่อย ๆ โรยแป้งสาลี โดยทำแบบเดียวกับการใส่น้ำตาล จนรู้สึกได้ว่า ไข่ น้ำตาลทราย  แป้งสาลี  เข้ากันดี  ไ่ม่เป็นเม็ด  ไม่มีฟองอากาศ แล้วก็พร้อมที่จะนำไปละเลงลงในรังผึ้งค่ะ</p><p></p><hr><p></p><p></p><p>
</p><p>
</p><p>คุณครูทำเป็นตัวอย่างให้เด็ก ๆ ดูก่อน 1 แผ่น โดยทาเนยเทียมให้ทั่ว ๆ รังผึ้ง พลิกทั้งสองด้าน แล้วละเลงแป้งลงไป เกลี่ยให้แต็มแผ่น แผ่นแรกไม่ค่อยสวยนัก  แต่ก็กรอบดี น่ารับประทานเป็นอย่างยิ่ง  แผ่นต่อ  ๆ ไป ให้เด็กทำ น่าจะค่อย ๆ สวยขึ้นค่ะ</p><p></p><hr><p></p><p>
</p><p>
</p><p>
</p><p>น้องมิลด์ได้ทำเป็นคนแรก  เย้ ๆ  ๆๆๆๆ  สุกแล้ว  สีเหลืองสวยกำลังดี ไม่ไหม้  สวยกว่าของคุณครูอีกค่ะ ความหอมกรุ่นของวาฟเฟิลในรังผึ้ง  แตะจมูกคุณครู และ บุคลากรทั้งโรงเรียน   สุดท้ายต้องทำเพิ่มอีกสองรอบ  ไข่ไก่รอบละ 10 ฟอง  ได้ิอิ่มกันทุก ๆ คนจ้า</p><p></p><p></p><hr><p></p><p></p>