เขาใจดีมากคงเห็นเป็นคนไทยด้วยกัน เจ้บอกว่าถ้าให้มาแล้ว ก็เหลือข้างเดียวสิ เขาบอกว่าไม่เป็นไรข้างเดียวก็พอแล้ว อีกข้างก็ซุกใส่กระเป๋าเสื้อไว้พอหายหนาวได้ ทำแบบนี้อย่างน้อยถุงมือคู่หนึ่งก็ยังได้อุ่นถึง2 คน...


ฉันรักและหลงใหล...การเดินทาง
การเดินทางทำให้ฉันรู้ว่า...
ฉันยังไม่รู้อีกหลายเรื่องราว
ยังเห็นแก่ตัว รักความสบาย
ยังฉาบฉวย ไม่อดทน
ยังอวดดี เย่อหยิ่ง
ยัง... อีกมากมายหลายเรื่องที่ไม่เคยรู้ว่าตัวเองเป็น
ฉันจึง...
รักที่จะเดินทางต่อไป
(◠‿◠✿)❤•♥


ภาพท้องฟ้าที่ถ่ายจากหน้าต่างเครื่องบิน เวลา 15.15 น. วันที่ 12 เมย.56

      

        ระหว่างวันที่ 12-17 เมษายน 2556 ผู้เขียนมีโอกาสไปเที่ยวยังสถานที่ซึ่งใฝ่ฝันอยากไปมานานแล้วคือ “แชงกรีลา” โดยร่วมเดินทางกับคณะทัวร์เล็กๆ 19 คนซึ่งมีกลุ่มครอบครัวของผู้เขียน 6 คน โดยไปในโปรแกรม คุนหมิง ต้าลี่ ลี่เจียงแชงกรีลา 6 วัน 5 คืน ซึ่งประทับใจมากแต่บันทึกนี้ยังไม่เล่าถึงความประทับใจกับทัศนียภาพ ภูมิประเทศที่แปลกตา สถานที่ และประวัติศาสตร์อันยาวนานของจีน

        ความจริงผู้เขียนเคยไปทัวร์ประเทศจีนหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่เคยไปแชงกรีลา ที่ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญว่าเป็น “สวรรค์บนดิน”คงไม่ต้องกล่าวถึงความงดงามและมหัศจรรย์ของธรรมชาติซึ่งเป็น เทือกเขาสูงกว่า 5,000เมตรเหนือระดับน้ำทะเล อากาศหนาวเย็นระดับเลขตัวเดียวกับหิมะหนาและลมแรงทำให้คนเมืองร้อนอย่างเราๆ ถึงกับหนาวสะท้าน แต่เรื่องที่ได้ประสบในวันที่ 16 เมย.56 นั้นทำให้ความรู้สึกต่างไปโดยสิ้นเชิง

         ขณะที่เตร็ดเตร่บริเวณเชิงเขาเพื่อรอขึ้นกระเช้าไฟฟ้าไปยัง “ยอดเขาหิมะมังกรหยก” ผู้เขียนต้องอมยิ้มเพราะได้ยินเสียงคุยภาษาไทยรอบตัว แน่ล่ะ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่แสนจะร้อนระอุและมีวันหยุดติดต่อกันหลายวันคนไทยส่วนใหญ่นิยมเที่ยวเมืองหนาว โดยเฉพาะทัวร์เมืองจีนซึ่งราคาไม่แพงจนเกินไป พูดได้ว่าแทบจะเดินชนกับคนไทยในทุกสถานที่เที่ยวทีเดียว  สักครู่พี่สาวของผู้เขียนซึ่งเดินไปห้องน้ำกับหลานสาวก็เดินยิ้มแป้นพร้อมชู“ถุงมือ” สีน้ำตาลปนแดงให้ดู

ผู้เขียน : ไปเอาถุงมือมาจากไหน...ถามอย่างสงสัยเพราะคืนก่อนมาขึ้นเขา มีเพื่อนร่วมคณะทัวร์มาชวนไปเดินช็อปปิ้งในเมืองโบราณต้าลี่เพื่อซื้อหมวกไหมพรมและถุงมือ แต่พี่สาวบอกว่าไม่ต้องหรอก คงไม่หนาวมากขนาดนั้น

พี่สาว : มีคนใจดีให้มาข้างหนึ่ง...พี่สาวพูดเสียงหัวเราะๆ

ผู้เขียน : อ้าว...รู้ัจักเขาเหรอ แล้วทำไมให้ข้างเดียวล่ะ ถามด้วยความงุนงง และที่แปลกใจยิ่งกว่าคือทำไมพี่สาวจึงยอมรับถุงมือจากคนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกัน

หลานสาว : คุณลุงเขาคงได้ยินม่าม้าบ่นว่าหนาว รู้อย่างนี้ซื้อถุงมือมาก็ดี... มั้ง หลานสาวตอบยิ้มๆ

พี่สาว : เขาใจดีมากคงเห็นเป็นคนไทยด้วยกัน เจ้บอกว่าถ้าให้มาแล้ว ก็เหลือข้างเดียวสิ เขาบอกว่าไม่เป็นไรข้างเดียวก็พอแล้ว อีกข้างก็ซุกใส่กระเป๋าเสื้อไว้พอหายหนาวได้ ทำแบบนี้อย่างน้อยถุงมือคู่หนึ่งก็ยังได้อุ่นถึง2 คน... เจ้ก็เลยยอมรับเพราะเห็นเขามีน้ำใจไงล่ะ พูดพลางพี่สาวก็โบกมือที่ใส่ถุงมือข้างเดียวนั้นอย่างอารมณ์ดี

ผู้เขียน : อืม... ถุงมือเพียงข้างเดียวนี่ ทำให้อุ่น(ใจ) ได้มากกว่าถุงมือสองข้างเสียอีกนะ...



ยอดเขาหิมะมังกรหยก ที่ความสูง 4,506 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล


           อากาศที่เย็นยะเยือกกับลมแรงในขณะนั้นพลันอบอุ่นขึ้นทันทีทันใด ถามตัวเองต่อไปว่า หากเป็นเราจะยกถุงมือให้คนที่ไม่เคยรู้จักมักคุ้นกันมาก่อนหรือเปล่านะ... คงไม่หรอก เพราะเป็นคนขี้หนาวและในยามที่อยู่ต่างบ้านต่างเมืองไม่สามารถจัดหาถุงมือมาได้ง่ายๆ ก็คงต้องยึดถุงมือไว้อย่างหวงแหน ก็มันหนาวนี่ แต่สุภาพบุรุษท่านนี้ทำให้ผู้เขียนได้เรียนรู้ว่าจิตใจที่เอื้อเฟื้อแบ่งปันนั้นทำให้เรามองโลกในทางบวก เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน  เป็นการ “ให้” ที่ไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน (เกินไปนัก) และไม่หวังผลประโยชน์จากการให้นั้น  ส่วนพี่สาว...เธอแอบกระซิบกับผู้เขียนว่า "เจ้ยอมรับถุงมือก็เพราะเห็นว่าเขามีน้ำใจหรอกนะ มีอย่างรึ ยกถุงมือให้คนอื่นทั้งที่ตัวเองก็หนาวเหมือนกัน เชื่อเล้ย..."

           คิดแล้วก็ยิ้มอย่างมีความสุข ...การเดินทางทุกครั้งทำให้เราได้ “รู้จัก” ตัวเองและโลกมากขึ้นๆ เสมอ... บอกกับตัวเองว่า...เพราะอย่างนี้เองฉันจึงรักและหลงใหลการเดินทาง...

(◠‿◠✿)❤•♥


พี่สาว (คนซ้ายมือในภาพ) กับสุภาพบุรุษใจดี คุณเจริญชัย ท่านบอกว่าอยู่แถวบางแค...