วันนี้ได้มีโอกาสอ่านเรื่องดีๆ เรื่องหนึ่งจึงอยากนำมา share ครับ เรื่องมีอยู่ว่า

มีอาจารย์คนหนึ่งก่อนเข้าห้องเพื่อสอนหนังสือให้กับนักศึกษา ได้สังเกตเห็นเด็กในห้องหลายคน ทำหน้าหงอยเหงา เศร้าสร้อย เนื่องจากผิดหวังอะไรบางอย่าง จึงพอเดาได้ว่าอาจจะเป็นเพราะผลการสอบของภาคการศึกษาออกแล้ว จึงทำให้นักศึกษาบางคนขาดความมั่นใจในตนเอง และมีอีกหลายคนที่ผิดหวังกับการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยจนทำให้ไม่มีสมาธิกับการเรียนหนังสือ ระหว่างที่อาจารย์คนดังกล่าวกำลังหาวิธีปลอบใจนักศึกษาของตนเองอยู่ ก็คิดขึ้นมาได้ว่า สมัยก่อน พ่อของเขาเคยเล่า เรื่องบางอย่าง ให้เขาฟัง ซึ่งเรื่องดังกล่าวนั้น ช่วยทำให้อาจารย์คนดังกล่าว กลับมาตั้งใจเรียนหนังสือ และประสบความสำเร็จจนถึงทุกวันนี้ เมื่ออาจารย์คนดังกล่าวเข้ามาในห้อง จึงเริ่มชวนนักศึกษาสนทนาในชั้นเรียน และก็ได้ควักธนบัตรใบละ 100 ดอลลาร์ ออกมาจากกระเป๋าเงิน แล้วก็ถามนักศึกษาในห้องว่า

“ มีใครอยากได้ธนบัตรใบละ 100 ดอลลาร์ นี้บ้างไหม “ ซึ่งนักศึกษาทุกคนก็พร้อมใจยกมือ เพื่อแสดงสิทธิของตัวเอง โดยหวังว่าจะเป็นผู้โชคดีที่จะได้รับธนบัตร 100 ดอลลาร์ นั้น

หลังจากนั้น อาจารย์ ก็ขยำ ธนบัตรใบละ 100 ดอลลาร์ ในมือ จนยับยู่ยี่ และ ถามนักศึกษาต่อว่า

“ มีใครยังอยากได้ธนบัตร ที่ยับยู่ยี่ ใบนี้ อีกหรือเปล่า “ ซึ่งนักศึกษาทุกคนก็ยังคงยกมือกันอย่างพร้อมเพียงอีกครั้ง

จากนั้นหลังจากที่อาจารย์กวาดตาดูนักศึกษาไปทั่วห้องแล้ว จึงหันกลับมาถามนักศึกษาคนหนึ่งว่า

“ ถ้าธนบัตร ที่อยู่ในมืออาจารย์นั้น ตกลงไปในโคลน นักศึกษาคนดังกล่าว ยังคงอยากได้ธนบัตรใบดังกล่าวอยู่อีกหรือไม่ “

นักศึกษาคนดังกล่าวรีบตอบทันทีทันใดว่า

“ ยังคงอยากได้ธนบัตร ใบนี้อยู่อย่างแน่นอน “

อาจารย์จึงถามนักศึกษาต่อว่า

“ ทำไม เธอถึง ยังคงอยากได้ ธนบัตร 100 ดอลลาร์ ที่ เปื้อนโคลน ล่ะ “

นักศึกษารีบตอบทันที ว่า

“ ก็เพราะ ไม่ว่า ธนบัตร ใบละ 100 ดอลลาร์ นั้น จะอยู่ในสภาพปกติ , ยับยู่ยี่ หรือแม้แต่เปื้อนโคลน ก็ยังคงคุณค่าเงิน 100 ดอลลาร์ เสมอ ครับ “

อาจารย์เพียงยิ้มมุมปากเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำตอบของนักศึกษาที่ตอบคำถามของตนต่อหน้าเพื่อนๆของเขา เพราะอาจารย์ ทราบคำตอบ ของคำถามนี้อยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม อาจารย์ยังคงรีบพูดต่อนักศึกษาต่อ เพื่อไม่ให้ขาดช่วงว่า

“ คุณค่า ของพวกเธอทุกคน ก็ไม่ต่างอะไร จากธนบัตร ใบนี้ นั่นคือไม่ว่าพวกเธอจะต้องเจอกับปัญหาหรือ อุปสรรค มากเพียงใดก็ตาม หรือแม้ต้องพบกับความผิดหวังอีกมากมายนับครั้งไม่ถ้วน แต่คุณค่าในตัวเธอ จะไม่ลดลงเลย ตราบเท่าที่ ตัวเธอเอง ยังคิดอยู่เสมอว่า ตัวเองนั้นมีคุณค่า ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม “

และอาจารย์ยังคงกล่าวเสริมว่า “ อย่าให้อุปสรรค หรือปัญหา มาบดบังคุณค่าในตัวเองเด็ดขาด ตราบเท่าที่เรายังลุกขึ้นมาต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคได้ทุกครั้งฉันใด ก็เหมือนกับตะเกียง ที่ยังสามารถส่องสว่างในทุกๆที่ที่มีความมืด ฉันนั้น “

ดังนั้น ถ้าท่านผู้อ่านท่านใด ที่ยังคงรู้สึกว่าคุณค่าของตนเอง ด้อยลงเพราะ ปัญหาและอุปสรรคอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้ว อยากให้ลองทบทวนดูใหม่อีกครั้ง เพราะ “ คุณค่าในตัวของคุณนั้น คุณสามารถกำหนดเองได้ “