การทำงานที่ผ่านมาตั้งเป้าหมายในการทำงาน  KPI  ที่สูงเกินไปหรือไม่  งานที่ทำอยู่ในบางเรื่อง ทำให้เกิดความเศร้า เจ็บปวด  นอนไม่เป็นเวลา แต่ก็มีอีกหลายเรื่องๆ  ที่มีภาคภูมิใจที่ได้ทำงานผ่านเป้าหมายที่สูงสุดเกินความคาดหวัง ที่ได้หวังไว้ มีผลงานที่ได้รับรางวัลในระดับประเทศเป็นที่ยอมรับและชื่นชม จากหน่วยงานภายนอก ภายใน 

          การทำงานในช่วงหลายเดือนที่ผ่าน  ทุ่มเทการทำงานทั้งใจและกาย จนเกิดปัญหาสายตาผิดปกติไปในระยะหนึ่ง  จนได้รับคำแนะนำจากจักษุแพทย์ให้ลดการใช้สายตา ลดการเพ่งหน้าหน้าจอคอมพิวเตอร์  

          การทำงานครั้งล่าสุดในภาคสนาม ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ จนป่วยจากการรับเชื้อไข้หวัดใหญ่และเชื้อไมโครพลาสมา จากคนไข้ จนต้องได้หยุดลาพักอยู่ที่บ้าน 

          การทำงานที่เร่งด่วน งานที่วางแผน หรือคาดการณ์ไม่ได้ว่าจะเกิดขึ้น ทำให้เกิดความเครียดสะสม จำได้ว่าปีที่ผ่านมา มีวันลาพักร้อน  30 วัน ที่สะสมไว้ ลาไป 4 วัน  ถูกตัดไป 6 วัน เกิดความเกรงใจคนที่จะมาทำงานแทน            มีข้อสังเกตว่าเมื่อลาพัก หรือไปประชุม  จะเกิดเหตุทุกครั้งที่จะมีโรคระบาดที่เฝ้าระวังอยู่ ให้ได้สอบสวน   มันทำให้เกิดความยุ่งยากกับคนอื่น  ก็เลยตัดสินใจไม่ลาพักผ่อน  หรือไปเรียนต่อที่จะต้องเรียนในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์   

          การทำงานไปเรื่อย ๆ วันหยุดก็ไปทำงานถ้าไม่ได้ไปไหน หรือเป็นวันพิเศษสำหรับครอบครัว  เพราะว่าการทำงานวันหยุดจะทำให้มีสมาธิที่ดีในการนั่งทำงาน  ดูข้อมูลประวัติการรักษาผู้ป่วยโรคติดต่อที่จะต้องเฝ้าระวัง และบันทึกรายงานในโปรแกรม  ส่งออกข้อมูลได้อย่างถูกต้อง 

         มีคำหนึ่งที่ถูกเปรียบเทียบและได้รับการตักเตือนให้ปรับปรุงการทำงาน อย่าทำงานเหมือนวนในอ่าง ซึ่งคำที่ตักเตือนมานั้น เป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ สะท้อนการทำงาน สะท้อนผลงานที่เกิดขึ้น สะท้อนวิถีชีวิตประจำวันที่ปฏิบัติตัว ต้องกราบขอบพระคุณท่านมาก ๆ ที่ใด้สะท้อนการทำงาน พร้อมทั้งแนะนำให้ปรับปรุงแก้ไขการทำงานให้ดีขึ้น

                                           

       จากคำแนะนำและตักเตือนการทำงานที่ได้รับ  ทำให้หาโอกาส ที่จะทบทวน วิเคราะห์ตัวเอง วิเคราะห์ระบบงาน   วิเคราะห์ประเมินศักยภาพที่มีอยู่ทำให้ได้เห็นข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น และควรที่จะปรับปรุงแก้ไข

       เมื่อมาวิเคราะห์ดูแล้วว่ามีจุดอ่อนอย่างไร คือ

        1)ทำงานไม่ได้กำหนอกรอบระยเวลาที่แล้วเสร็จ  

        2)ไม่ได้สรุปรายงานควบคืบหน้าการทำงานทุกวัน 

        3) ไม่ได้รายงานให้ผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบ 

        4) ตัดสินใจรับทำงานไปก่อน ดำเนินการล่วงหน้าไปก่อนบางส่วนแล้วในกรณีที่เร่งด่วน ก่อนที่ขออนุญาตหรือปรึกษาหัวหน้า  ไม่ได้วางแผนประชุมในการทำงาน  การแบ่งงานความรับผิดชอบให้คนหรือหน่วยงานที่ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ ให้เจ้านายได้รับทราบ  ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าทำอะไร  ใครมีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบ   

        5) ไม่ได้ประชาสัมพันธ์การทำงาน ลงข่าว เป็นระยะ ๆ ไม่ได้ชูประเด็น นำเสนอในการทำงานให้ทันต่อเหตุการณ์   

        6) ทำงานเหนื่อยเกินไป รับงานมาทุกอย่างที่มอบหมายให้ ปฏิเสธงานไม่เป็น 

         เมื่อพิจารณาแล้วคงจะจริงตามที่ถูกตักเตือน ในการทำงานเพราะว่าไม่ได้สรุปและรายงานเป็นระยะ ๆ  

 การเปลี่ยนแปลงตนเองที่จะต้องพัฒนา ปรับปรุงแก้ไข ให้ดีขึ้น   

         1. ด้านความรู้ ความรู้ความสามารถ  ด้านศักยภาพ การปฏิบัติงานที่เป็นหน้าที่โดนเฉพาะ คิดว่ายังไม่เก่งพอ   ยังขาดทักษะอีกหลายอย่าง เช่น ทักษะในการบริหารจัดการ ทักษะการทำงาน ทักษะในการประสานงาน ถึงแม้ว่าจะได้รับการอบรมเพิ่มพูนทักษะในงานที่จะต้องรับผิดชอบ ที่ผู้รับผิดชอบงานจะต้องได้รับการอบรมก่อนการปฏิบัติงาน  การทำงาน คนเราต้องเรียนรู้ตลอดเวลา การเรียนที่ไม่สิ้นสุด

          2.  ด้านความรู้ความสามรถ การบริหารจัดการด้่านสาธารณสุข  การบริหารคน การบริหาร บริหารเวลา ควรจะได้รับและการอบรมเพิ่มพูนทักษะ  ควรจะได้รับการสอนงาน เพิ่มเติมอีกมาก  

          3. ด้านอัตรากำลังที่มีข้อจำกัด  ทำให้สามารถทำงานได้ในระดับหนึ่ งและได้แก้ไขปัญหาโดยการขอความร่วมมือพัฒนาเครือข่ายเฝ้าระวังโรคในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  และกำลังได้รับการพิจารณาอัตรากำลัง 

           4. ภาระงานเฝ้าระวังโรคติดต่อทางระบาดวิทยาและภัยสุขภาพ สุขาภิบาลอาหารและสิ่งแวดล้อม เป็นงานที่จะต้องทำทุกวัน  ระบบงานจะวนเวียนอยู่ในเรื่องเดิมที่ยังไม่แล้วเสร็จก็จะมีเรื่องใหม่ให้ทำอีก งานก็จะเข้ามาเรื่อย ๆ งานเก่า งานใหม่  ต้องทำควบคู่กันไป