ตามที่ผมกับคุณครู โรงเรียนศรีบุณยาน นท์ได้ร่วมกันวิจัยพัฒนาผู้เรียนตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานด้านผู้เรียน(ตามระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา) โดยใช้ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นฐาน ผ่านทางครูที่ปรึกษาด้วยการใช้ชั่วโมงโฮมรูมเป็นเวทีขับเคลื่อน  พร้อมทั้งบูรณาการทฤษฎีปลูกฝังสร้างเสริมคุณธรรม(VC.และ BM) เป็นตัวขับเคลื่อน โดยเสริมแรงให้นักเรียนกระจ่างในตนเองตามประเด็นที่คิดว่าตนเองยังมีปัญหาและอยากจะปรับปรุงพัฒนา แล้ววางแผนพัฒนาด้วยตนเองเป็นรายบุคคล  ภายใต้การดูแลช่วยเหลือของครูและโรงเรียน แล้วติดตามดูแลเสริมแรงกันตลอดปี  โดยมีเอกสารหมายเลข 1-3 เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน 
     กลุ่มตัวอย่าง ก็ดูจากความสมัครใจของครูที่ปรึกษาที่อาสาเข้าร่วมโครงการ เป็นนักเรียนทุกระดับ(ม.1-ม.6) ระดับละ 2 ห้อง รวม 12 ห้องเรียน ครู 12 คน ซึ่งเราได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีนี้ แล้วคณะครูทั้ง 12 คน(ห้อง)จะมาพบกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานกัน 2 สัปดาห์ต่อครั้ง  โดยใช้เอกสารหมายเลข 1-3 ที่เป็นเครื่องมือดำเนินงานมาแลกเปลี่ยนกัน
      วันที่ 2 ต.ค.เป็นอีกวันหนึ่งที่ รองฯจิรพรรณ  ทุมพร ได้นัดหมายคณะมาแลกเปลี่ยนกัน แต่ครั้งนี้โชคดีที่มี คุณนภิณทร  ศิริชัย(น้องหญิง) และคุณพันธุ์บุณย์  ทองสังข์  วิทยากร KM จาก ส.ค.ส .มาร่วมรับฟังด้วย
      วันนี้พบว่าครูที่ปรึกษาส่วนใหญ่ดำเนินการถึงเอกสารหมายเลข 3 (การติดตามผลดำเนินการ)แล้ว  แต่ละคนได้เล่าถึงการดำเนินงานของตน ซึ่งมีทั้งห้องนักเรียนเรียนดีและนักเรียนที่มีผลการเรียนอ่อนคละเคล้ากันไป ปัญหาที่นักเรียนนำมาวางแผนปรับพฤติกรรมส่วนใหญ่เป็นเรื่องผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และปัญหาอื่นๆอีกรวมคนละ 5 เรื่อง โดยครูแต่ละคนจะลงไปช่วยเหลือตามสาเหตุของปัญหาเป็นรายคน ซึ่งเริ่มเห็นแนวโน้มว่านักเรียนมีความเอาใจใส่ดีขึ้น แต่ยังมีอีกหลายคนที่ครูยังต้องดูแลอย่างใกล้ชิด  โดยเฉพาะเรื่องพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆ เช่น ติดเกม  ไม่รับผิดชอบ เป็นต้น ครูทุกคนมีกำลังใจดี  มีความมุ่งมั่น  เห็นประโยชน์ที่ทำเรื่องนี้ว่าเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ลงลึกถึงเด็กแต่ละคน  ทำให้ได้ใกล้ชิดเด็กมากขึ้น ปัญหาที่ทำให้การขับเคลื่อนตามเอกสารล่าช้าเพราะเอกสารหมายเลข 1 ภาษายังทำให้นักเรียนเข้าใจยากคงต้องปรับปรุงต่อไป แต่ครอบคลุมในทุกเรื่องแล้ว
       คุณนภิณทร และคุณพันธุ์บุณย์ ได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมว่า ควรหา best practices เพื่อช่วยเหลือนักเรียนตามปัญหาที่พบให้มากขึ้น  รวมทั้งอาจไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหน่วยงานอื่นที่ทำได้ดีในแต่ละเรื่องนำมาปรับใช้ก็ได้ เช่น การแก้ปัญหาเด็กติดเกม  การใช้คาราโอเกะ เป็นต้น
      ตอนท้ายผมได้เสนอแนะให้มีการใช้การเสริมแรงทางบวก  และการสร้างแรงจูงใจภายในให้มากขึ้น