จากการประชุมนัดแรกเพื่อวางแผนการขยายงานการตัดเย็บผ้าเช็ดเครื่องเมื่อวันที่ 2 ที่ผ่านมา เป็นวันที่เราทุก ๆ ฝ่ายคุยเปิดใจสำหรับการร่วมทำงานกันในทุกเรื่อง
โดยประเด็นที่น่าสนใจที่วันนั้นผมฟังแล้วถึงกับต้องอึ้ง ก็คือประเด็นที่แฟนของพี่ดำเล่าให้ฟังถึงเกี่ยวกับเรื่องของกว่าจะได้เศษผ้าหรือที่พี่เขาชอบพูดเล่นว่าเศษขยะเหล่านี้มาไม่ใช่ง่าย ๆ
พี่เขาเล่าให้ฟังว่า กว่าจะได้เศษผ้าเหล่านี้มานั้น เขาต้องขับรถตระเวนไปตามบริษัทที่เป็นบริษัทตัดเย็บผ้ายืดต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงตามนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อที่จะหาซื้อเศษผ้ามาทำงานชิ้นนี้เพื่อส่งโรงงาน ผลปรากฎว่า พี่เขาหมดเงินค่าน้ำมันรถและรวมถึงค่าเสียเวลาต่าง ๆ ประมาณ 3-4 หมื่นบาท แต่ก็ไม่ได้ผ้าเลยสักชิ้น เพราะระบบเศษผ้าของบ้านเราถูกประมูลไปหมดแล้ว พี่เขาบอกถึงกับว่า ขนาดญาติกันแท้ ๆ อยู่บ้านเดียวกัน ไปเป็นผู้จัดการโรงงาน เราไปขอซื้อเขา เขายังขายไม่ได้เลย เพราะเศษผ้าถูกประมูลไปหมดแล้ว ที่ได้ผ้ามาล็อตนี้ประมาณ 10 ตัน ไปได้ผ้ามาจากกัมพูชา ราคาเลยค่อนข้างแพงหน่อย กิโลละ 4.50 บาท แต่คราวหน้าติดต่อไว้ในเมืองไทยได้แล้วเพราะได้โควต้ามา ผ้าก็จะถูกลงเหลือประมาณ 2-3 บาท
สิ่งเหล่านี้ที่แฟนพี่ดำเล่าให้ผมฟังนั้น เป็นสิ่งที่ยืนยันความเชื่อของผมได้อย่างมากเกี่ยวกับเรื่องของความรู้ฝังลึกของชุมชนที่มีมากมายมหาศาล มากมายกว่านักวิชาการที่เรียนแต่ทฤษฎีมาหลายเท่า เพราะในวงสนทนานั้น พี่ท่านหนึ่งมีน้องสาวทำงานโรงงานผ้าอยู่ในนิคมอุตสาหรรม แฟนพี่ดำบอกว่า เอ่ยชื่อมาได้เลย ว่าโรงงานไหน โรงงานผ้าในประเทศไทยเนี่ยผมเดินเข้าไปมาแล้วทุกโรงงาน รู้จักหมดทุกแห่งว่าอยู่ตรงไหน และพี่เขาก็สามารถบอกรายละเอียดเกี่ยวกับโรงงานต่าง ๆ เหล่านั้นได้จริง ๆ เพราะพี่เขาได้ไปติดต่อทำธุรกิจ เจรจาทางการตลาดเพื่อหาซื้อเศษผ้าเหล่านี้มาด้วยตนเอง
ผมก็ได้ลองซักถามไล่เรียงดูถึงเทคนิคต่าง ๆ ที่พี่เขานำไปเจรจาต่อรองแล้วได้พบสิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งว่า
เหตุผลที่เศษผ้าเหล่านี้ถูกประมูลโดยพ่อค้ารายใหญ่ไปหมดแล้วก็เพราะว่า เศษผ้าเหล่านี้เป็นขุมทรัพย์ที่สามารถสร้างรายได้อย่างมหาศาล
ซึ่งโดยทางตรงได้แก่ การนำไปตัดเย็บเป็นผ้าเช็ดเครื่อง ที่พี่ดำและแฟนรับงานมาทำอยู่ทุกวันนี้ โดยพี่เขาบอกว่า ทำไปไม่ต้องกลัวขายไม่ได้ เพราะโรงงานในประเทศไทยทุกโรงงาน "ต้อง" ใช้ผ้าแบบนี้เช็ดเครื่องเท่านั้น เพราะเป็น "กฎ" และระเบียบทางด้านความปลอดภัยบังคับมาเลย พี่เขายังถามย้อนกลับมาอีกว่า ลองคิดดูสิ โรงงานในประเทศไทยมี่กี่โรงงาน แล้วแต่ละโรงงานใช้โรงงานละเท่าไหร่ เช็ดเสร็จครั้งเดียวแล้วก็ทิ้ง
จากนั้นผมก็ต้องย้อนกลับไปดูเรื่องของการควบคุมคุณภาพในการผลิตรวมถึงเรื่องของกฎหมายคุ้มครองแรงงานในสถานประกอบการ สาเหตุที่ต้องใช้ผ้าแบบนี้เช็ดเครื่องก็เพราะว่า เป็นกฎด้านความปลอดภัยสำหรับพนักงาน เพราะเมื่อก่อนมีการใช้ผ้าธรรมดาเช็ดเครื่องแล้วเกิดปัญหา ผ้าหลุดติดเข้าไปในเครื่องจักร นอกจากทำให้เครื่องจักรเสียหายแล้ว ยังมีเหตุการณ์ที่ทำให้พนักงานเสียมือและแขนเพราะผ้าที่ใช้เช็ดเครื่องเกิดหลุดเข้าไปในเครื่องอย่างไม่ตั้งใจ ดังนั้นจึงเป็นกฎบังคับไว้ว่า ทุกโรงงานจะต้องใช้ผ้าชนิดนี้เพื่อเช็ดเครื่องเท่านั้น
และทางอ้อม ที่อาจเป็นรายได้หลัก ก็คือ เศษผ้าที่ซื้อมาราคากิโลกรัมละ 2-5 บาทนั้น สามารถเพิ่มมูลค่าได้อีกมากมายหลายเท่าตัว โดยการคัดแยกเศษผ้า อาทิเช่น เศษผ้าชิ้นใหญ่ตั้งแต่ 12*12 นิ้วขึ้นไป ราคากิโลกรัมละ 15 บาท หรือถ้าเป็นเศษผ้าขาวล้วน ราคาก็จะแพงขึ้นไปตามลำดับ หรือบางครั้งถ้าโชคดี เหมือนกับที่พี่ดำและแฟนเคยเจอ ก็จะได้เสื้อผ้าเป็นตัว ๆ มานับเป็นพัน ๆ ตัว ซึ่งเป็นเสื้อผ้าที่ชำรุดและถูกจำหน่ายออกจากสายการผลิต ราคาก็จะยิ่งสูงขึ้น จาก 2 บาทก็อาจจะกลายเป็น 50-100 บาทได้ และนี่เพียงแค่คิดจากผ้า 1 กิโลนะ แต่เขาซื้อกันที่เป็นร้อย ๆ ตัน
พี่ดำบอกว่า มีลูกเล่นมากมายเกี่ยวกับเศษขยะพวกนี้
"ทำงานเป็นอาชีพเสริม แต่ทำเงินเป็นรายได้หลัก"
และก่อนกลับบ้านในวันนั้นพี่ทั้งสองคนได้ฝากให้ผมคิดโลโก้ไว้ด้วย เพื่อที่จะนำสินค้าไปขายตรงกับโรงงานเลย โดยไม่ต้องผ่านยี่ปั๊ว ซึ่งเป็นโจทย์ที่หนักใจมากสำหรับคนสอบตกศิลปะอย่างผมที่ต้องคิดโลโก้เพื่อที่จะนำเสนอสินค้าเข้าสู่ตลาด
เมื่อก่อนทำวิจัย ศึกษา เก็บข้อมูล พูด บรรยาย เขียนงานเข้าเล่มแล้วก็จบ
แต่ตอนนี้ได้ทราบอย่างแท้จริงและยืนยันสมมติฐานคิดไว้เสมอมาว่า การทำงานจริง ๆ ยากกว่าทฤษฎีที่เราเรียนมาและทำวิจัยมาอย่างมากมายครับ แต่ก็นับว่าเป็นช่วงจังหวะที่ดีมากที่ได้มาเรียนรู้กับชีวิตจริงอย่างนี้
ถ้าท่านใดมีข้อแลกเปลี่ยนเรียนรู้หรือต่อยอดเพิ่มเติมเชิญได้เลยนะครับ
ขอบพระคุณล่วงหน้าเป็นอย่างสูงครับ
ผมพยายามนึกว่า ผ้าเช็ดเครื่อง เป็นยังไง
แต่เนื้อหาทั้งหมด เป็นความพยายามในการสร้า้งผลผลิตใหม่จากของเก่า (เศษผ้า) และ วิธีคิดแบบมีอนาคต และสร้างกำลังใจ
งานเล็กๆแต่มีพลังครับ
ยิ่งได้กุนซือแบบอาจารย์ปภังกรเข้ามา ช่วยเติม ก็จะดียิ่งๆขึ้นไป
ให้กำลังใจคนสู้ชีวิตครับ
ดูจากเวลา...เขียนบันทึก
อาจารย์ไม่นอน หรือ ตื่นแล้วครับ!!!
รักษาสุขภาพด้วย เดี๋ยวจะซูบครับ
เรื่องนี้ ทำให้ผมนึกถึงอาของผม
อาผมทำธุรกิจทำพรมเช็ดเท้าจากเศษผ้า
เมื่อก่อนไม่ค่อยมีปัญหาในธุรกิจ
เดี๋ยวนี้
*เศษผ้าหายากเหมือนปัญหาข้างบนเลยครับ
*เมื่อผ้าหายาก คนทำไม่อยากรอทำงานไปหางานอื่นทำ ก็หาคนทำยากขึ้น
*และทึ่หนักสุดคือ การสั่งซื้อในปริมาณที่มากๆเพื่อไห้ได้ราคาต่อหน่วยต่ำที่สุด ในเวลาอันจำกัด ซึ่งกลายเป็นปัญหาเหมือนคุณ Mitochondria กล่าวไว้เลย
ทุกวันนี้ต้อง ตรง ทุกอย่างเลย
*ตรง คุณลักษณะที่ต้องการ
*ตรง ยอดที่สั่งซื้อ
*ตรง เวลา (เลยเวลาปรับ)
แวะมาทักทายค่ะ
ขอแจมด้วยคน ทำอาชีพเกี่ยวกับเศษผ้ามาแล้ว ตั้งแต่ต้นปี 2531 จนถึงปัจจุบัน ได้อะไร หลายๆอย่างจากอาชีพนี้ ท่านใดอยากทราบรายละเอียด
อย่างไรก็เมล์มาแล้วกัน จะให้คำตอบเท่าที่จะพอให้ได้ครับ เพราะถ้าจะให้ลงรายละเอียดทั้งหมด สามารถพิมพ์ออกมาเป็นพ็อกเก็ตบุ๊คได้ขนาดย่อม ๆเลยครับ
ที่บอกว่าผ้าถูกประมูลไปหมดหมายว่าอย่างไรค๊ะ และทำไมคุณไม่ประมูลบ้างติดปัญหาเรื่องอะไร
Mr.Chu ผมอยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับเศษผ้า ผมมีควานมสนใจเรื่องนี้อย่างมากขอความกรุณาช่วยMailแจ้งข้อมูลมาให้ด้วยครับ E-mail = [email protected] ขอบคุณครับ (เพราะผมไม่ทราบE-mail Addressของคุณ)
สวัสดีคะ Mr. chu ดิฉันอยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับเศษผ้า และมีความสนใจใจเรื่องนี้มาก ช่วยกรุณาเมล แจ้งข้อมูลมาด้วยนะเคะ ขอบคุณล่วงหน้าคะ
E-mail= [email protected]
อยากทราบรายละเอียดเศษผ้าจากmr.chu กรุณาส่งมาที่เมล์ด้านล่าง ขอบคุณคะ
ขอบคุณมากเลยนะคะ
กำลังหาข้อมูลพอดีเลย
แม่เพื่อนทำงานโรงงานตัดเย็บกางเกงยีน
แล้วได้ทำโครงงานเกี่ยวกับเศษผ้าที่เหลือจากการตัดเย็บ
ตอนแรกไม่รู้ว่าจะเอาเศษผ้าพวกนี้ ไปทำยังไงดี
แล้วขวัญก็ได้คำตอบแล้วค่ะ
ขอบคุณนะคะ
ตอนนี้โรงงานต้องการเศษผ้ายีนส์+ผ้าเวสปอยจำนวนมาก
จัดส่งครั้งละ 12 ตัน
ถ้าสนใจกรุณาติดต่อ ที่บุศ 089-1300770 ค่ะ
สวัสดีพี่ๆน้องๆทุกคนคะ ตอนนี้ทำโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเศษผ้าอยู่คะ ไม่ทราบว่าผ้าหายากมาก
พี่ๆน้องๆช่วยคิดหน่อยได้มั้ยคะว่าจะเอาเศษวัสดุอะไรมาผสมผสานกับเศษผ้าดีให้ได้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ คะ
มีเศษผ้า อยากจะขายตรงกับโรงงาน แต่ว่าไม่รู้โรงงานที่รับซื้อแถว กทม. ท่านใดพอที่จะบอกได้ ช่วยกรุณาด้วยครับ ขอบพระคุณล่วงหน้าเลยนะครับ...