อาจารย์นพนิธิเป็นอาจารย์ที่ผมมีความเคารพนับถือด้วยความจริงใจเสมอมา คงเป็นเพราะว่าอาจารย์นพนิธิเป็นคนที่จริงใจกับคนอื่นซึ่งเป็นลักษณะเด่นของอาจารย์นั่นเอง
            อาจารย์นพนิธิมีความเป็นครูอย่างเต็มเปี่ยม ตั้งใจทุ่มเทให้กับงานสอนอย่างเต็มที่ เห็นได้จากการผลิตสื่อการสอนที่จัดทำขึ้นสำหรับนักศึกษาหลายๆกลุ่มซึ่งมีลักษณะไม่เหมือนกัน อาจารย์ก็จะเตรียมให้สอดคล้องกับลักษณะของกลุ่มนักศึกษาที่แตกต่างกันด้วย เพราะอาจารย์ได้ใช้หลักการพัฒนาการเรียนการสอนที่อาจารย์สนใจและเคยดูแลรับผิดชอบงานด้านนี้ให้กับคณะและมหาวิทยาลัยด้วย
          อาจารย์มักจะมีความเอื้ออาทรกับเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะกับอาจารย์รุ่นใหม่ ซึ่งจะได้ประโยชน์จากข้อแนะนำดีๆ อยู่เสมอ ทั้งวิธีคิด วิธีการทำงาน แม้เวลาจะไปเรียนต่อต่างประเทศ อาจารย์ก็แนะนำวิธีการปรับตัวและการแก้ปัญหาสำหรับคนที่ต้องเปลี่ยนสภาพแวดล้อมไปใช้ชีวิตนานๆ ที่ต่างประเทศด้วย ทั้งได้แนะนำข้อควรระวังที่เป็นประโยชน์มาก เช่น การรับของฝากขึ้นเครื่องบิน ควรมีข้อพิจารณาอะไรบ้าง มิฉะนั้น ภัยอาจมาถึงตัวโดยไม่รู้ตัว การวางตัวกับเพื่อนสนิทให้เหมาะสม การใช้จ่ายเงิน การใช้ชีวิตในต่างประเทศ ควรเรียนอย่างเดียวหรือไปท่องเที่ยวรู้จักชีวิตของผู้คนในต่างประเทศหรือไม่อย่างไร เป็นต้น
          ความประทับใจอีกอย่างหนึ่งที่ผมมีและยังคงมีอยู่เสมอคือ ความมีอารมณ์ขันและความมีชีวิตชีวาของอาจารย์นพนิธิ ข้อนี้คงไม่มีใครปฏิเสธหรือโต้แย้งได้ การทำงานทุกอย่างอาจนำไปสู่ความเครียด ถ้าเครียดมากๆ ไม่น่าจะดีต่อสุขภาพ เรื่องนี้อาจารย์นพนิธิน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีตัวอย่างหนึ่งให้กับคนอื่นๆ ได้ ผลดีอย่างยิ่งที่เห็นได้คือ อาจารย์ดูแข็งแรง กระฉับกระเฉง และดูอ่อนกว่าวัยอย่างมาก ซึ่งคงเป็นเพราะอาจารย์ออกกำลังกายอยู่เสมอด้วย
           อาจารย์นพนิธิเป็นสุภาพบุรุษเต็มตัว อาจารย์ให้เกียรติคนอื่นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน นักศึกษาปริญญาตรี ภาคปกติ ภาคบัณฑิต ปริญญาโท หรือบุคคลทั่วไป
             อาจารย์ได้ใช้ความรู้ในทางวิชาการอย่างสมศักดิ์ศรีของบุคลากรคนหนึ่งของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยไปช่วยงานด้านให้กับหน่วยงานของรัฐหลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะกรรมการกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งต้องวินิจฉัยเรื่องสำคัญๆ ของประเทศหลายเรื่อง เช่น ปัญหาที่ดินอัลไพน์ เป็นต้น
              ในขณะที่ผมเริ่มทำงานใหม่ๆ ในฐานะอาจารย์ในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับอาจารย์นพนิธิประมาณเกือบ 1 ปี ก่อนที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศเพราะได้รับทุนพัฒนาอาจารย์จากรัฐบาลต่างประเทศ ขณะนั้น อาจารย์นพนิธิดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ (ขณะนั้น พรบ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฉบับเดิม ไม่เรียกว่าตำแหน่งรองคณบดีอย่างในปัจจุบัน) และให้ความไว้วางใจผมซึ่งเพิ่งเข้าเป็นอาจารย์ใหม่ๆ ให้ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยของผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ อาจารย์ได้สอนงานหลายอย่างให้กับผมและให้เกียรติแก่ผมอย่างมากในการทำงาน ตลอดเวลาที่ได้ช่วยงานบริหารกับอาจารย์นพนิธิ ผมมีความภูมิใจและมีความสุขที่ได้ทำงานร่วมกันโดยตลอด และจนถึงปัจจุบันก็ยังคงมีความรู้สึกดีๆ เช่นนี้อยู่ จึงอยากใช้โอกาสนี้ เขียนถึงความประทับใจที่มีต่ออาจารย์ด้วย
              ขอบคุณครับอาจารย์ และขอบคุณที่อาจารย์ยังคงช่วยอยู่ดูแลงานในคณะ ทั้งการเรียนการสอน การให้คำแนะนำแก่ผู้บริหารต่างๆ ในมหาวิทยาลัย และงานอื่นๆของคณะและมหาวิทยาลัย
---------------------------------------------------
สมเกียรติ วรปัญญาอนันต์
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วันพุธที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙