หมวดหมู่เรื่องราว gtn ที่ขอเสนอ
อาหารและ โภชนาการ
ที่อยู่อาศัย (สภาพบ้าน สังคม ชุมชน)
เครื่องแต่งกาย เสื้อผ้า แฟชั่น
ยา สุขภาพ อนามัย การออกกำลังกาย.....สี่อันดับแรกนี้คือปัจจัยสี่ครับ ต้องมี
การเรียนการสอน.....ไม่น่าแยกเป็นภาคปกติ หรือ ตามอัธยาศัย เพราะมีคนโพสต์อ่านน้อยอยู่แล้ว น่าจะบูเป็นเรื่องเดียวกันดีกว่า
การเมือง การปกครอง ข้าราชการ
พฤติกรรมบุคล และ สังคม ...สังคมเปลี่ยนไปไวมาก เราควรเม้าท์กันเรื่องนี้ให้มาก
คำขวัญ คำคม
การเกษตร กสิกรรม ปศุสัตว์ ....แยกออกมาจากอุตสาหกรรม เพราะเรื่องนี้เรื่องเดียวมันใหญ่มาก ว่าไปแล้วก็ต้นทางของอาหารนั่นเอง
การบริหารจัดการบุคคล หน่วยงาน องค์กร
การเลี้ยงลูก เด็ก และเยาวชน.........เพิ่มเข้ามาเพราะลูกคือหัวใจของสังคม อนาคตของชาติ ที่วันนี้พ่อแม่ส่วนใหญ่มีปัญหา
ศาสนา ปรัชญา จิตวิทยา
สันติธรรมในสังคม...วันนี้สังคมแตกแยกทั้งในแนวราบ แนวดิ่ง ภาคใต้ นายทุน รากหญ้า เอาเปรียบกัน
ความรักชาติ การป้องกันประเทศ...เป็นเรื่องสำคัญนะครับ อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องคลั่งชาติ เพราะหากไม่มีชาติ ก็ไม่มี gtk นะครับ
เศรษฐกิจ การค้า อุตสาหกรรม การเงิน ธนาคาร...จัดหมวดหมู่ให้มาบูกัน แบบนี้
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ...เพิ่มเข้ามา
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิชาการ วิจัย
ดนตรี ศิลปะ กลอน ภาษา
วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ โบราณคดี
ท่องเที่ยวบันเทิง เรื่องตลก กีฬา
ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม มลภาวะ
เล่าเรื่องส่วนตัว สรรเพเหระ เจ๊าะแจ๊....ควรมี ว่าไปแล้ว บทความในกทน. เป็นหมวดนี้เสียส่วนใหญ่
การใช้กอมปูเตอร์ และ อุปกรณ์ทางเทคโนโลยีอื่นๆ ...พวกหัวเทคนิค จะได้แบ่งปันกันให้สนุก
ปัญหาชาติ แนวคิดใหม่ในการปรับปรุง พัฒนา สังคมชาติ...ผมว่าสำคัญที่สุด ควรจัดให้มี เพราะเรามา come to know สุดท้ายก็เพื่อพัฒนาปรับปรุงสังคมชาติไม่ใช่หรือครับ ถ้ามีไอเดียดีๆ ก็ควรจะได้รับการบันทึกไว้เป็นหมวดหมู่พิเศษ
เรื่องทั่วไป...ปิดท้าย หากมันไม่เข้าหัวข้อไหนเลย
ดูออกจะมากไปหน่อย แต่ผมว่าไม่มากจนเฝือหรอกนะ ทางสายกลาง น้อยไปก็ไม่ดี มากไปก็เปรอะ
การตั้งชื่อหมวดหมู่และการแบ่งกลุ่มให้ดีนั้น เป็นเรื่องสำคัญครับ เพราะมันเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้ผู้อ่านอยากอ่าน และผู้เขียนก็อยากเขียน เนื่องจากชื่อหมวดหมู่มันเร้าใจ
...คนถางทาง
อาจขอเพิ่ม ... ชีวิต ความเป็นอยู่ เทคโนโลยี อย่างพอเพียง
อ้อ..ในการเลือกหมวดนั้น ควรให้เลือกได้ถึงสามหมวดพร้อมกัน เพราะบางเรื่อง มันยืนได้หลายตำแหน่ง แต่ใครจะเลือก ๑ หรือ ๒ หมวด ก็ย่อมได้
เห็นด้วยครับอาจารย์
ที่นี้ไม่มีการถาม ว่าสมาชิกต้องการอะไร
ผมเคยเขียนบันทึกยิ่งเปลี่ยนยิ่งแย่ แต่สมาชิกคงคิดว่าไม่สำคัญ
จะเปลี่ยน รูปร่างหน้าตาของ G2K แล้วก็ไม่บอกวิธีใช้
ก็ต้องเดาๆ ทำไปหายไป
ที่มี่สองสถานะภาพ ๒ แบบ คือ อ่านได้อย่างเดียว เขียนได้อย่างเดียว
ผมว่าเขาเลิกใช้กันมานานแล้วครับ ไม่รู้ว่าคิดได้อย่างไร
จะว่าเอาความเร็วเข้าว่า ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะเดียวนี้เขียนโปรแกรมด้วยภาษาอะไรก็น่าจะเร็วพอ
คนอ่าน ก็ไม่ใช่จะอ่านเร็วหนักหนา ยิ่งคนเขียนแล้วต้องระวัง เขียนไปหายไป
บางคนต้องไปพึงพาโปรแกรมอื่น เขียนเสร็จแล้วจึงนำมาแปะ แล้วจึงโพสอีกที
เห็นด้วยครับ
โดยเฉพาะ ให้สามารถเลือกได้ 2-3 หมวด
ผมเริ่มไปเรียนรู้ของเวปอื่น เขาทำแบบนี้ครับ แถมมีเมนูย่อยให้เลือกอีก...
ขอบคุณสำหรับความเห็นครับ ตอนนี้เรากำลังวางแผนเรื่องการแสดงผลหน้าแรกใหม่อยู่ครับ
ส่วนเรื่องที่แยกส่วนการเขียนออกมาเป็นระบบแผนจัดการ (Dashboard) นั้นเดี๋ยวทีมงานจะปรับปรุงให้สามารถมีส่วนในการอ่านและแสดงความเห็นได้สะดวกขึ้นด้วยครับ
แต่เรื่องการเขียนแล้วหายไปนี่เป็นปัญหาของระบบแน่ๆ ครับ แต่น่าจะเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับ network เพราะไม่ได้เกิดกับผมเลยครับ แต่น่าแปลกที่เกิดกับคุณคนไกลบ้านเพราะที่จริงแล้วเครื่องแม่ข่ายของ GotoKnow อยู่ Virginia น่าจะเกิดกับคนที่อยู่ในประเทศไทยแล้ว network ช้ามากกว่าครับ
ปัญหาเช่นนี้เป็นปัญหาที่แก้ยากครับ ผมรบกวนคุณคนไกลบ้านช่วยสังเกตสภาพตอนที่เกิดปัญหาได้ไหมครับ จะช่วยให้ทีมงานแก้ไขปัญหาได้ตรงประเด็นมากขึ้นครับ
คุณคนไกลบ้านค่ะ เราทำงานแบบเน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลางมาตลอด 8 ปีเพื่อให้ผู้เขียนและผู้อ่านใช้งานได้อย่างสะดวกรวดเร็วค่ะ และเราก็ทำงานกันอย่างต่อเนื่องไม่มีวันหยุดมาโดยตลอดค่ะ เพราะ GotoKnow คือชีวิตจิตใจที่เราช่วยกันสร้างขึ้นมาค่ะ
ในการดูแลผู้ใช้นั้นเรามีช่องทางให้ผู้ใช้สอบถามปัญหาและเสนอแนะหลายช่องทางค่ะ อีเมลมาที่ดิฉันก็ได้ อ.ธวัชชัยก็ได้ support ก็ได้ หรือจะสะดวกเขียนบันทึกก็ได้ค่ะ อย่างที่ อ. เคยทำมาแล้วนั่นแหละค่ะ ซึ่งเราก็พยายามปรับให้อย่างที่ต้องการค่ะ
GotoKnow ในช่วงเปิดเทอมเป็นเว็บการศึกษาอันดับหนึ่งของไทยนะคะ และเป็นเว็บในอันดับที่ 25 ของประเทศค่ะ แต่เป็นเว็บ non-profit อันดับหนึ่งของไทยค่ะ ทีมงานที่มีอยู่ไม่มากแต่ทำได้ขนาดนี้นั้นเหนื่อยมากนะคะ การที่ อ.จะเขียนว่าอะไรรบกวนสอบถามกันให้ชัดเจนก่อนนะคะ
เราทำงานอย่างโปร่งใสค่ะ อ. อยากได้อะไร อ.ก็สามารถเขียนบล็อกมาได้เลยค่ะ ยิ่งบอกยิ่งดีค่ะ จะได้ช่วยกันแก้ปัญหาในการใช้งานค่ะ
ในความสำเร็จนั้นย่อมมีปัญหาเบื้องหลังอยู่มากมายค่ะ และกรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จเพียงแค่วันเดียวค่ะ ต้องช่วยกันค่ะ
ขอบคุณค่ะ
และคู่มือการใช้นั้นอยู่ที่นี่ค่ะ http://www.gotoknow.org/posts/512354
กำลังสงสัยว่าคุณคนบ้านไกล อารมณ์เสียมาจากไหนไหมคะนี่ ปกติจะไม่วิจารณ์"โหด"ขนาดนี้นะคะ :-)
"ที่นี้ไม่มีการถาม ว่าสมาชิกต้องการอะไร ผมเคยเขียนบันทึกยิ่งเปลี่ยนยิ่งแย่ แต่สมาชิกคงคิดว่าไม่สำคัญจะเปลี่ยน รูปร่างหน้าตาของ G2K แล้วก็ไม่บอกวิธีใช้ก็ต้องเดาๆ ทำไปหายไป "
ขออนุญาตออกความเห็นต่าง ในฐานะผู้ใช้มานานตั้งแต่สมัยหน้าตาคนละแบบกับปัจจุบันว่า GotoKnow มีการสอบถามผู้ใช้อยู่เรื่อยๆนะคะ เราเคยได้ส่งข้อเสนอแนะกันไปแล้วและได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดีค่ะ และผู้ดูแลระบบอย่างทั้งสองท่านที่ทำงานกันหลายบทบาท ก็มีความตั้งใจที่จะให้ user อย่างพวกเราใช้งานได้ง่ายขึ้น และพยายามช่วยแก้ปัญหาทุกครั้งที่แจ้งเข้าไป อ่านความเห็นคุณคนบ้านไกลแล้ว รู้สึกว่า สงสารคนตั้งใจทำงาน ว่าอาจจะท้อใจได้ที่ทำเต็มที่แล้วยังอุตส่าห์โดนวิจารณ์แรงแบบนี้น่ะค่ะ
เกือบลืมเจ้าของบันทึก แฮ่ะ แฮ่ะ...เห็นด้วยกับอ.ถาง..นะคะเรื่องหมวดหมู่ ของที่อาจารย์เสนอมาชัดเจนเลือกง่ายดีมากเลยค่ะ ทั้งในแง่คนเขียนและคนอ่าน
ต้องขอโทษอาจารย์ธวัชชัยกับอาจารย์จันด้วยครับ ติเพื่อก่อครับ อย่าได้น้อยใจ เพราะอาจารย์ทั้งสองก็ได้ทำประโยชน์ต่อพวกเรามานานแล้ว ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย
อย่างเรื่องตัวเลขจำนวนคนอ่าน ที่ทำให้อาจารย์ถางถึงกับเขียนมาว่าทำไมคนอ่านจึงน้อยนัก ในรูป บันทึกเรียนรู้การหาความสุขอย่างง่ายๆ คนอ่าน 1 แต่ดอกไม้ 2 บันทึก เห็นแล้วเศร้า อ่าน 1 แต่ดอกไม้ 6 เห็นตัวเลขรู้สึกทะแม่งๆ ไม่รู้จะเชื่อใครดี
ที่ผมอยากเห็นก็คือ ถ้าจะมีการปรับปรุงใหญ่ Update แต่ละ Release ก็น่าจะประกาศบอกสมาชิกด้วยว่าจะทำอะไร ทำเมื่อไร และทำไปทำไม จะได้เตรียมตัวถูก เป็นข้อความสองสามประโยคก็น่าจะเพียงพอ
User Interface ตามปรกติบริษัทเขาไม่ค่อยจะเปลี่ยนกันบ่อยๆ เพราะสมาชิกต้องมาเรียนรู้ใหม่ อาจารย์เปลี่ยนมาก อาจารย์ก็ต้องเหนื่อยมาก คนเก่าๆกลับเข้ามาเจอของใหม่ๆ เห็นเขียนบอกว่า ขอเวลาเรียนก่อน เพราะจากไปนาน จำไม่ได้ว่าจะทำอย่างไรแล้ว
น่าจะมีพื้นที่เล็กๆ ที่จะหา 100 บล็อกยอดนิยม จะได้ไปหาถูก และก็น่าจะ มีให้เลือกอ่านบันทึกที่มีคนอ่านมากที่สุดของบล็อกเกอร์คนนั้น ผมจำได้ว่าอาจารย์ธวัชชัย เคยทำมาครั้งหนึ่ง List บันทึกที่มีคนอ่านมากที่สุดของแต่ละคน ซึ่งก็ปรากฏว่า มีคนมาอ่านบันทึกเก่าๆ กันมากขึ้น อาจารย์ก็เอาออกไปเสีย(โดยไม่ได้ถามความสมัครใจ) เสียดายครับ
บางอย่างตั้งใจจะเขียนมาบอก แต่อาจารย์ก็แก้ไขในวันรุ่งขึ้น เลยส่วนมากก็จะรอ เพราะคิดว่าคงจะมีคนมาแก้ไขเนื่องจากไม่มีการแจ้งให้ทราบ เลยต้องเดาๆ เอาเองว่าพรุ่งนี้จะดีขึ้น รู้สึกว่าเมื่อก่อนคุณมะปรางเปรี้ยวจะเป็นคนประกาศข่าวให้สมาชิกได้รับทราบ
เห็นด้วยกะท่าน โอ๋ฯ ว่า อ. ธ และ จ. เสียสละทำงานเพื่อสังคม น่าสรรเสริญมาก ...ส่วนท่านคนบก.ฯ ก็ไม่ว่ากันครัีบ ติเพื่อก่อ ผมเองหลายต่อหลายครั้งก็ติใครแรงๆ แต่ลึกๆ แล้่ว ไม่มีอะไรหรอก มันเป็น turbulence แห่งอารรมณ์ที่พัดมาเป็นครั้งคราว เข้าใจครับ
...กลับมาสมานฉันท์ จรรโลงสังคมกันต่อดีกว่า ตามประสาคนมีปันยาแบบพวกเรา อิอิ
แหมท่าน คบก...เอ่ยถึง เลยทำให้ผมก็คิดถึงคุณมะปรางเปรี้ยวด้วยนะ ...หมู่นี้หายไป สงสัยติดภารกิจ เรียน
....ส่วนหนึ่งผมก็เห็นด้วยกะท่าน คบก. นะ ว่า gtn มีการปรับระบบไวมาก โดยไม่มีการเแจ้ง (เข้าใจว่าแจ้งแน่ๆ แต่ไม่แจ้งเราว่าแจ้งไว้ที่ไหน โดยคิดว่าเรารู้แล้ว ซึ่งเราไม่รู้ เพราะแ่ก่ปานนี้ และมีภารกิจอื่นอีกมากหลาย )
มองในมุมกลับ ทางผู้ับริหารระบบท่านเปลี่ยนปรับบ่อย ก็แสดงว่าท่านมีเจตนาดีที่จะทำใ้ห้ gtn ดีขึ้นเรื่อยๆ ก็ดีนะ ส่วนผมแก่ปานนี้ แค่ตามใช้ให้ัทันก็ยังแย่แล้ว
บางสิ่งที่ท่าน คบก. ว่ามีก็มีมูล ผมเองประสบปัญหามากหลาย เช่น มีเมล์มาบอกว่า มีคนให้ คห. ใหม่ แต่คลิกเข้าไป ก็หา คห.ใหม่ไ่ม่เจอ ก็เข้าใจครับว่า มันมีหลายปัจจัย ที่จะต้องเขียนโปรแกรม ดักทาง ไว้ให้หลากหลาย เพื่อกรองแมลงทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ไปเรื่อย ตามเวลาที่มี (ผมเป็นนักโปรแกรมมาก่อน พอรู้เรื่องพวกนี้อยู่ บางทีผมหาแมงเป็นปี กว่าจะเจอ ตัวมันเล็กนิดเดียว แต่พิษสงร้้ายกาจมาก)
ยังไง่ก็เอาใจช่วย ดร. ธ ดร. จ. ที่เป็นต้นน้ำ ให้ทำงานต่อไปครับ ส่วนผม และ ท่าน คบก. เป็นปลายน้ำ นานๆทีก็ช่วยกันสะท้อนกลับนะครับ
ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อสังคมชาติไทยเราพัฒนาิยิ่งๆขึ้นไป เทอญ
...คนถางทาง
ต้องขอบคุณพี่คนบ้านไกลมากๆเลยค่ะ ที่มาขยายความที่ทำให้เข้าใจความหมายของสิ่งที่ออกความเห็นมา เชื่อว่าแบบนี้ทั้งสองอาจารย์ผู้ดูแลระบบของเราคงไม่ท้อแน่ๆที่รู้ว่าคนใช้งานเข้าใจและให้ความหมายกับสิ่งต่างๆที่มีให้ใช้ ถ้าเราดูแลกันแบบคนครอบครัวเดียวกันแบบนี้ GotoKnow ก็จะมีแต่ความเข้าอกเข้าใจ เห็นใจ ร่วมด้วยช่วยกันพัฒนานะคะ โอ๋เองสมัยแรกๆที่ได้อ่านปัญหาสารพัดก็ยังช่วยเขียนคู่มือการใช้เลยค่ะ แต่ตอนนี้หาเวลาอ่านเขียนยากขึ้นแต่ก็ไม่ทิ้งกัน น้องมะปรางของเราจบเรียบร้อย ทำงานของตัวเองแล้วค่ะ ความรับผิดชอบเยอะมากเหมือนกัน แถมตอนนี้ต้องรับภาระหนักดูแลทั้งคุณพ่อคุณแม่เรื่องสุขภาพ น่าเห็นใจค่ะ คงยังไม่มีเวลามาช่วยงาน GotoKnow แน่นอน
แต่ทั้งสองผู้ดูแลของเราท่านเป็นคนทำงานที่"อึด"ได้แบบมหัศจรรย์ค่ะ น่าจะช่วยกันปรับแก้ดูแลให้พวกเราผู้ใช้ถูกใจกันได้แน่ๆ ต้องบอกว่าเป็นทีมงานที่มีประสิทธิภาพมากจริงๆสร้างงานยักษ์กันได้ด้วยแรงอัน"มด"เหลือเกินค่ะ
เชื่อว่าคำแนะนำที่สร้างสรรค์และมีคุณค่าจากผู้ใหญ่ทั้งสองท่านจะได้รับการดูแลแน่นอนค่ะ
ขอบคุณพี่โอ๋ที่เข้ามาช่วยตอบไปก่อนค่ะ และต้องขออภัยทุกท่านที่ทางดิฉันไม่ได้สื่อสารมากนักในการพัฒนาระบบค่ะ ต่อไปจะพยายามสื่อสารให้มากขึ้นค่ะ
การปรับปรุงระบบ GotoKnow ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมากำลังจะเสร็จสิ้นแล้วค่ะ และจะหันไปพัฒนาระบบ http://ClassStart.org และ http://Learners.in.th ต่อค่ะ
และขออนุญาตอธิบายเพิ่มเติมจากพี่โอ๋เรื่องการดูแลชุมชนค่ะ มะปรางหลังจากที่จบปริญญาโทด้วยทุน GotoKnow แล้ว ก็ไม่ได้ทำต่อกับ GotoKnow ค่ะ โดยปัจจุบันเป็นหัวหน้าหน่วยประชาสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ที่คณะวิทยาการจัดการ มอ. ค่ะ
ดิฉันเองมีทีมงานในหลายส่วนด้วยกันซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น freelancers ทั้งสิ้นค่ะ ในส่วนของการดูแลชุมชนออนไลน์นั้นเน้นทีมที่ทำงานอยู่เบื้องหลังค่ะ ส่วนเบื้องหน้านั้นดิฉันรับหน้าที่เองค่ะ
ดิฉันหาคนมาช่วยดูแลชุมชนในเบื้องหน้าอยู่ตลอดค่ะ เน้นที่จบด้านสารสนเทศหรือบรรณารักษ์ ที่ต้องรักการอ่าน มีทักษะในการเขียน ทำงานเป็นระบบได้ดี แต่หายากมาก ไม่มีใครอยากมารับเงินเดือนที่ไม่มากมายนัก และแถมต้องมาอยู่หาดใหญ่ (พื้นที่เสี่ยง) ด้วยค่ะ
มีหลายท่านแนะนำว่าให้ดิฉันหาคนมาทำหน้าที่แทน และดิฉันจะได้ช่วยพัฒนาระบบกับ อ.ธวัชชัย อย่างเต็มที่ เพราะทั้งสามเว็บไซต์ที่มีล้วนแล้วแต่มี impact แรงต่อการพัฒนาสังคมไทยทั้งสิ้นค่ะ
ดิฉันก็บอกเสมอว่าอยากได้ค่ะ แต่ขอมืออาชีพค่ะ เพราะดิฉันและ อ.ธวัชชัย ไม่ขอสร้างคนอีกแล้วค่ะ เพราะสร้างคนนั้นเหนื่อยกว่าพัฒนาระบบอีกค่ะ เราทั้งสองอยากทำงานและอยู่กันอย่างสุขสงบค่ะ
ขอบคุณค่ะที่ให้พื้นที่ในการอธิบายหลายๆ เรื่องที่อันที่จริงก็อยากจะพูดอยู่เหมือนกันค่ะ
ขอบคุณทุกท่านสำหรับความเห็นครับ พวกผมจะพยายามทำงานและจะพยายามสื่อสารเรื่องการทำงานให้แก่สมาชิกมากขึ้นครับ
ปัญหาของเราเป็นเช่นดังที่ อ.จันทวรรณ เขียนครับ คือเราหาคนช่วยงานได้ยากครับ ปัจจุบันผมใช้วิธีใช้โปรแกรมเมอร์นานาชาติช่วยงานทำให้งานพัฒนาซอฟต์แวร์ได้ผลดีและรวดเร็วขึ้นมากครับ ปัจจุบันมีสมาชิกบางท่านรู้สึก offensive ที่ผมไม่ใช้โปรแกรมเมอร์ไทย แต่ผมบอกว่าผมไม่ได้ "ไม่ใช้" แต่ผมเปลี่ยนความคิดว่าไม่จำกัดตัวเองอยู่เฉพาะประเทศไทย ดังนั้นปัจจุบันโปรแกรมเมอร์ขาประจำที่ทำงานกับผมคือชาวอินโดนีเซียครับ
ผมขอแก้ความเห็นของ อ.จันทวรรณ สักเล็กน้อยที่บอกว่าเราจ้างด้วยเงินเดือนน้อยนั้นไม่จริงนะครับ ในอดีตเราจ้างด้วยเงินเดือนที่สูงมากเมื่อเทียบกับอัตราโดยเฉลี่ยในหาดใหญ่ครับ คนจบใหม่เราให้เงินเดือนหมื่นต้นๆ (ในขณะที่คนจบใหม่ทั่วไปในหาดใหญ่จะได้ไม่เกินหนึ่งหมื่น) คนที่เราตั้งใจสร้างเพื่อให้เป็นตัวแทนในการทำงานนั้นเราจ้างด้วยเงินเดือนสองหมื่นกว่าบาทครับ ยังไม่รวมสวัสดิการอื่นๆ (อาทิเช่น ค่าเล่าเรียน) อีกประมาณเกินหมื่นบาทต่อเดือน รวมแล้วเกินเดือนละสามหมื่นบาทแน่ๆ ครับ (ซึ่ง $1,000 ดอลลาร์ต่อเดือนนี่เท่ากับทุนที่ผมได้ตอนเรียนอเมริกาเลยนะครับ)
ภายหลังผมมาวิเคราะห์แล้วพบว่าการใช้ทุน สสส. (ซึ่งมาจากภาษี) มาจ้างคนในเงินเดือนสูงๆ เพื่อสร้างคนเช่นนี้นั้นได้ผลตอบแทนกลับมาน้อยมากเมื่อเทียบกับการจ้างมืออาชีพนานาชาติที่ทำงานได้เลยและคิดค่าจ้างถูกกว่า แต่ปัญหาของมืออาชีพนานาชาติคือเขาใช้ภาษาไทยไม่ได้ ดังนั้นงานที่ต้องใช้ภาษาไทย อาทิเช่น งานสื่อสารกับสมาชิก เราเลยตกหล่นไปอย่างมากเช่นนี้ครับ
อย่างไรก็ตามเราก็ไม่ได้เลิกล้มที่จะหาคนไทยมาช่วยงานนะครับ แต่กำลังเราไม่ไหวที่จะ "สร้างคน" ตามที่มีคนแนะนำเรามามากว่าควรทำ การสร้างคนนั้นยากและใช้กำลังเยอะมากครับ เหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจครับ เราต้องการคนที่ทำงานได้เลย (หรือพร้อมที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเองและมีความตั้งใจในการทำงาน) ซึ่งหายากมากในประเทศไทยครับ
สรุปว่าเรากลับมาที่ปัญหาการศึกษาในประเทศไทย (เฮ้อ)
งานแบบนี้จำเป็นต้องมาประจำที่หาดใหญ่ด้วยหรือครับ remote login เข้ามาทำงานไม่ได้หรือครับ ถ้าจะมาก็อาจนานที ถ้าทำได้แบบนี้จะเปิดตลาดแรงงานในกทม. ได้อีกมากนะครับ ทำเป็น part time ยังได้ พวกเก่งๆ ที่รัีบจ๊อบ part time หรือนักโปรแกรมือดีสัมภเวสีดูเหมือนว่ายังมีอีกมากนะครับ คนเก่งๆ ทำชม. เดียว ผลงานดีกว่าเด็กฝึกหัดทำทั้งปี (เพราะทำไปแล้วโปรแกรมช้า อุ้ยอ้าย มีบั๊กมากอีกตะหาก เป็นต้น)
คนมีฝีมือทำแบบ remote ได้แน่นอนครับ นั่นคือสาเหตุที่ผมจ้างชาวอินโดนีเซียทำประจำอย่างที่บอกไงครับ สมัยเริ่มต้นทำ ClassStart ผมจ้างเด็กจบ ASU ใหม่ๆ ข้าม timezone ทำงานกันอีกต่างหากครับ เด็กจบใหม่ของเขาทำงานดีกว่า "senior programmer" ตามบริษัทของไทยอีก แปลกจริง
เด็กเรานั้นเรื่อง remote ไม่ต้องพูดถึง นั่งอยู่ใกล้ๆ จ้ำจี้จำไชกันยังไงก็ทำไม่ได้ เดินลับหลังไปสักหน่อยเด็กเราก็เปิด YouTube ดูแล้วเลิกทำแล้วครับ เดินกลับมางานค้างอยู่ยังไงก็อยู่อย่างนั้น ไปเซ้าซี้เขามาก เขาก็ว่าเราอีก ทำไมมันยากเย็นนักก็ไม่รู้
ก่อนหน้านี้ผมมี fantasy dream ที่จะทำ research lab เหมือนต่างประเทศ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าเป็นไปไม่ได้ครับ บอกตรงๆ ว่างานที่เห็นเหมือนเด็กเราทำนั้น ผมกับ อ.จัน ทำแทนอยู่ข้างหลังไม่รู้เท่าไหร่ครับ คิดแล้วงงๆ ครับ ว่าจ่ายเงินเดือนก็แพงแล้วยังต้องมาทำงานแทนให้อีก ญาติพี่น้องก็ไม่ใช่ แค่เรา (ดัน) ไปเรียกเขาว่าเป็นลูกศิษย์นี่มันต้องเลี้ยงดูกันขนาดนี้เลยเรอะ คิดแล้วเลิกดีกว่า ว่าแล้วก็เลิกสร้างคน ขอใช้มืออาชีพ จ้างฝรั่งแขกจีนแต่ยกเว้นไทย มีความสุขกว่าเยอะเลยครับ
เขียนความเห็นไปมาผมคิดว่าผมเริ่มเขียนเข้าเนื้อผมแล้ว เรื่องพวกนี้ไม่ควรเขียนครับ ปัญหาจะตามมาไม่สิ้นสุดครับ
มองในมุมศาสนาก็ได้ เมื่อพ้นทุกข์แล้วก็อย่าขุดทุกข์ให้ฟุ้งกระจายอีกเลย
เข้าใจอ. ธ. และ อ. จ . ผมเองก็ประสบเรื่องพวกนี้มามาก และ นาน เหมือนกันยังกะแกะ แต่ก็มีบางคนนะครับ ที่คุ้มค่า ประมาณ ๒ ใน ๑๐ เราจะเจอดีๆ ที่น่าภูมิใจว่าเราได้สร้างทายาททางวิชาการไว้่เพื่อสร้างประเทศไทยต่อไป ถ้าเรายกระดับเป็น ๗ ในสิบได้ ผมว่าประเทศไทยเราไปโรจน์แน่ แต่ผมเองก็จนปัญญา ก็ทำไปให้ได้อย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
เคยเห็นปัญหา ที่ไม่ใช้มืออาชีพ แบบชัดๆ เลยค่ะ