นสพ.ไทย..จะโหลยโท่ยไปถึงไหน
เรื่องเนื้อหาตื้นเขิน สำนวนการเขียนไม่ดี ไม่สละสลวย การอารัมภบทเยิ่นเย้อ ไม่กระชับ ข้อมูลไม่แน่น เหล่านี้เป็นความห่วยแตกโหลยโท่ยของนสพ.ไทยที่เรารู้กันดี
แต่วันนี้ผมขอแถมอีกสักเรื่อง คือเรื่อง ไม่รู้กาลเทศะ
เช่น ไปสัมภาษณ์นาย ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ เกี่ยวกับนโยบายสำคัญๆ ของรัฐบาล ทั้งที่นายคนนี้เป็นเพียง รมช. พาณิชย์ ซึ่งเรื่องพวกนี้คุณต้องสัมภาษณ์นายก หรือ รองนายกที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
ส่วนไอ้คนให้สัภาษณ์ก็โหลยโท่ยพอกัน ไม่กระดากอายขวยเขินเลยสักนิด ว่าเรื่องนี้มันเกินหน้าที่ผม พร้อมแนะให้ไปสัมภาษณ์คนระดับสูงกว่า
สุดท้ายยังเอาเรื่องเหน็บแนมเสียดสีจากคนเล็กๆ คนนี้ ต่อผู้นำฝ่ายค้าน มาลง แล้วพาดหัวข่าวให้เกียรตินายคนนี้ที่เสียดสีไร้สาระดังกล่าวเสียอีก ....ลองอ่านความตอนนี้ดูนะครับ
... นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เป็นเรื่องของสมาชิกรัฐสภาที่เสนอ ทั้งนี้ควรจะเดินหรือถอยก็เป็นเรื่องของสภา ..... ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พยายามคาดคั้นให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามด้วยตัวเอง ก็ต้องบอกกับนายอภิสิทธิ์ว่า “จ้ะ พ่อคนพูดเก่ง พ่อนายกฯโพเดียม”
ซึ่งกรณีนี้ไม่สมควรสองประการคือ หนึ่ง มวยคนละระดับ เป็นนสพ.ต้องระวังอย่าไปเอามวยต่ำมาต่อยมวยสูง กว่าคนเขาจะไต่เต้ามาเป็นมวยสูงได้ เขาผ่านมามาก ต้องให้เกียรติเขา ไปเอามวยข้างถนนมาต่อยใส่บนหน้ากระดาษแบบฟรีๆ แบบนี้ ถือว่าผิดจริธรรมนสพ. (ฝรั่งเรียกว่า cheap shot) เออ ถ้านายก หรือ รองนายก เสียดสีเอง ก็ยังพอสมน้ำเนื้อกัน อีกทั้งวาจาเสียดสีนี้ก็ไร้สาระไม่ประเทืองปัญญาอะไรเลย เปลืองเวลาผู้อ่าน
สรุปคือ นสพ. และ นักการเมืองไทย ไร้คุณภาพพอกัน ก็ควรคู่กันแล้ว
...คนถางทาง (๒๖ มีนาคม ๒๕๕๖)
ก็ยังมี นสพ.ของพรรคไหนๆอีก....กลุ้มใจ
นี้เขาเรียกว่าสือกลาง ต้องเปลี่ยนเป็น "สื่อข้าง"
อาจารย์"ส่งตรง"ไปถึงสื่อนี้บ้างไหมคะ กำลังคิดว่าเขาคงไม่สนใจคำวิจารณ์ที่ลงที่อื่นแน่ๆ เอาแต่ดูสถิติการขายของตัวเองว่า ลงข่าวแบบไหนถึงจะขายดีมากกว่า (ว่าไปแล้ว เขาคิดแบบนี้ "ส่งตรง"ก็คงไม่มีประโยชน์อยู่ดี)
นักการเมืองไทยที่ว่าไร้คุณภาพ..นี่..รวมถึงนายอภิสิทธิ์ด้วยหรือเปล่าครับ??