แสงแดดที่ร้อนจัดจ้าแผดเผาจนลมร้อนพัดเข้ามาในตัวบ้าน ดูจะมากเกินกว่าแสงสว่างนำทางชีวิต

    เช้าวันนี้ตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น หายปวดหัวแล้ว หลังจากเมื่อวานต้องนอนซมตั้งแต่เช้า และพอค่ำคืนก็เข้านอนเร็วกว่าปกติ อาจจะเป็นเพราะอากาศร้อนมากจนไม่อยากอยู่นอกห้องนอนที่มีเครื่องปรับอากาศ

   สายของวันนี้แสงแดดแผดร้อนส่องเข้ามาหน้าบ้าน ทำให้ต้องหยีตามองและไม่อยากเดินออกนอกตัวบ้าน สักพักใหญ่ๆ ก็มีเมฆมาบดบังให้แดดที่จ้าได้เบาบางลง ภาวนาอยากให้ฝนตกลงมาบ้างหลังเว้นไปหลายวัน เพื่อจะได้คลายร้อนลงมาบ้าง

  นึกถึงคำเปรียบเปรยที่คนมักจะบอกแสงแดดที่ส่องสว่าง เหมือนนำทางที่สดใส หมู่เมฆดำทะมึนเปรียบเหมือนอุปสรรคขวากหนามที่มาบัดบังแสงสว่างนำทางนั้น

   แต่ ณ เวลานี้ดูคำเปรียบเปรยนั้นจะตรงกันข้ามกันแสียแล้ว แสงแดดที่ร้อนจัดจ้าแผดเผาจนลมร้อนพัดเข้ามาในตัวบ้าน ดูจะมากเกินกว่าแสงสว่างนำทางชีวิต และดูจะทำให้ชีวิตไม่อยากแม้จะก้าวเดิน

   หมู่เมฆที่ดำทะมึนที่หลายๆคนกลัวจะมาบดบังการเดินทางของชีวิต ณ ตอนนี้อยากจะให้มีมากมาย ให้เพียงพอที่จะให้แดดที่ร้อนจ้านั้นหดหายไป และเพื่อจะนำมาซึ่งสายฝนอันเย็นฉ่ำ อย่างที่เฝ้ารอ

   หรือนี่ล่ะนะคือชีวิต ที่ต้องพบกับความร้อน-เย็น พบกับแสงนำทาง-ความมืดดำ พบกับการเกิด-ดับ พบกับเสียใจ-ดีใจ สุข-ทุกข์ ลาป-เสือ่มลาป ยศ-เสื่อมยศ สรรเสริญ-นินทา  สลับกันไปทั้งชีวิต

   ขอบคุณกัลยาณมิตรที่อ่านมาถึงตรงนี้

   มีความสุขในวันหยุดนะครับ

........................

   พ.แจ่มจำรัส

24 มีนาคม 2556

น้องปอกับทอฟฟี่...ที่วัดสมานฯ